คอลัมน์ : อ่านระหว่างบรรทัด

จัดสรรโควตาสลากรอบใหม่ 858 สมาคมฯ แก้ปัญหาสลากแพง หรือหมกปัญหา ‘กองสลากเงา’ ?
การจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล แบบใบ คือ “การจัดสรรผลประโยชน์มหาศาล”
ผู้ใด สมาคมใดได้สลากกินแบ่งรัฐบาลแบบใบ (ลอตเตอรี่) ไปในราคา 68.80 บาท (ต่ำกว่าราคาขายตามกฎหมายที่ 80 บาท) หรือแม้แต่กลุ่มผู้จองซื้อรายย่อยที่ได้ไปในราคา 70.40 บาท รวมกว่า 60 ล้านใบต่องวด ก็สามารถนำไปขายต่อ มีส่วนต่าง มีกำไรมีเงินเข้ากระเป๋า
และถ้าสลากเหล่านั้นไปตกอยู่ในมือกลุ่มอิทธิพลอำนาจมืด ก็สามารถบริหารจัดการ จัดชุด รวมชุด ขายต่อในราคาเกิน 80 บาทต่อใบ กินส่วนต่างได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย ไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนผู้บริโภค เกิดเป็นขุมข่ายผลประโยชน์ที่ขนานนามว่า “กองสลากเงา” มูลค่ามหาศาล หลายหมื่นล้านบาทต่อปี
1.การจัดสรรให้สมาคม กลุ่มเปราะบางหลักการมีเจตนาดี แต่ใครตีตั๋วแอบแฝง?
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เปิดเผยรายชื่อสมาคม องค์กร และมูลนิธิ จำนวน 858 แห่งที่มีสิทธิเข้าร่วมลงนามทำสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก (Lottery 6: L6) แบบใบสำหรับปีถัดไป กำหนดลงนามทำสัญญาในวันที่ 7–11 พฤศจิกายนนี้
การทำสัญญากลุ่มนิติบุคคล (สมาคม องค์กร มูลนิธิ) ทั้ง 858 แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโควตาประเภทองค์กรการกุศลและกลุ่มเปราะบาง เช่น สมาคมคนตาบอด สมาคมคนพิการประเภทต่างๆ สมาคมทหารผ่านศึก รวมถึงมูลนิธิสาธารณประโยชน์ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 15 ล้านใบต่องวด
กลุ่มนิติบุคคลเหล่านี้จะได้รับการจัดสรรโควตาสลาก “แบบใบ” ไปจำหน่ายต่อ
ภายใต้ข้อตกลง สมาคมจะได้สลากไปในราคาแค่ 68.80 บาทต่อใบ โดยจะต้องนำสลากที่ได้โควตาไปกระจายให้แก่สมาชิกที่เป็นผู้ค้ารายย่อยหรือผู้พิการตัวจริงเพื่อนำไปเดินขายในราคาควบคุม 80 บาท
กลุ่มนิติบุคคล สมาคม องค์กรการกุศล มูลนิธิ และองค์กรคนพิการ (858 สมาคมที่จะลงนามในวันที่ 7-11 พ.ย.) ได้รับสลากไปในราคาถูกที่สุดนี้ ต่ำกว่ารายย่อยทั่วไป เพราะสำนักงานสลากฯ ให้ส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการองค์กร และนำเงินไปจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกผู้พิการหรือผู้เปราะบางในสมาคม
ส่วนต่างที่เกิดขึ้น 80-68.80 = 11.20 บาทต่อใบ เจตนาที่ดีแรกเริ่ม คือ จะเป็นรายได้ช่วยเหลือดูแลสมาชิกกลุ่มเปราะบาง มีอาชีพ มีรายได้พิเศษ โดยที่ผู้บริโภคก็ไม่เดือดร้อน เพราะกำหนดให้ขายในราคา 80 บาท ตามกฎหมาย
แต่ที่ผ่านมา กลับปรากฏว่า มีขบวนการผลประโยชน์แอบแฝงเข้ามา “ตีตั๋วกลุ่มเปราะบาง” อาศัยโควตาไปเล่นแร่แปรธาตุ แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ จนปลายทางมีการนำไปขายต่อเกินราคา 80 (แต่รัฐได้รับเงินจัดสรรเข้าแผ่นดินเท่าเดิม ผู้บริโภคได้ลุ้นรางวัลเท่าเดิมกับที่ซื้อ 80 บาท แต่ประชาชนต้องจ่ายค่าสลากแพงกว่า 80 บาท)



2.ผู้ใดได้โควตาสมาคม กลุ่มเปราะบาง ที่มีส่วนต่าง 11.20 บาทต่อใบ งวดละกว่า 15 ล้านใบ
แค่ขายในราคาถูกกฎหมายที่ 80 บาท ก็มีผลประโยชน์กว่า 168 ล้านบาทต่องวด
แต่ถ้าปลายทางขายเอาเงินจากประชาชนที่ราคา 100 บาทต่อใบ ก็จะมีส่วนต่างมูลค่ากว่า 468 ล้านบาทต่องวด หรือ 11.000 ล้านบาทต่อปี !!!
ที่ผ่านมา มีครหาเกี่ยวกับ “นอมินี” ขบวนการ “สมาคมกระดาษ” “สมาชิกนอมินี” หรือผู้บริหารสมาคมเจ้าเล่ห์ แอบนำสลากนี้ไปขายต่อให้ยี่ปั๊วรายใหญ่ทันทีที่ราคา 75-80 บาท พวกเขาจะได้รับเงินกำไรส่วนต่างทันทีโดยไม่ต้องเหนื่อยเดินขาย และยี่ปั๊วก็จะนำไปปั่นราคาต่อ จนกลายเป็นต้นเหตุของ “สลากแพง” เกินราคา 80 บาท
การตรวจสอบความถูกต้อง มีอยู่จริง ของสมาคมต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เช่นเดียวกับการตรวจสอบว่าสลากแบบใบที่ได้รับไป ถูกนำไปขายในราคา 80 บาทจริงๆ ไม่ใช่นำไปให้กลุ่มผลประโยชน์ทำตัวเหมือน “กองสลากเงา” บริหารจัดการหาผลประโยชน์กันเอง
การรวบรวมสลากแบบใบจากสมาชิกในสมาคมส่งต่อไปขายต่อให้กลุ่มเอกชน แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือนายทุนรายใหญ่ (ยี่ปั๊ว) เป็นช่องโหว่สำคัญ ที่ทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลยังขายจริงในราคาเกิน 80 บาท
เกลื่อนเมือง ทุกงวด ราวกับเป็นเรื่องปกติ

3.ระบบการจัดสรรโควตา คือ ต้นตอของปัญหาเชิงโครงสร้างที่หมักหมมมานาน
ปัจจุบัน สลากผ่านแอบเป๋าตังงวดละ 30 ล้านใบขายราคา 80 บาทแน่นอนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาเลย เป็นผลงานจากการแก้ปัญหาสลากราคาแพง สะสางโควตาต่างๆ มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกฯลุงตู่
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ยังมีการจัดสรรสลากแบบใบ เกือบ 70 ล้านใบต่องวด
ทั้งส่วนที่จัดสรรให้สมาคมต่างๆ และจัดสรรให้รายย่อยแต่ละงวด
ส่วนนี้เอง ที่เป็นช่องโหว่ ที่อาจมีการนำไปแสวงหาผลประโยชน์โดยขบวนการ “กองสลากเงา” ขายเอาเงินจากประชาชนผู้บริโภคแพงกว่าใบละ 80 บาท ยังมีอยู่เกลื่อนเมือง
แม้สำนักงานสลากฯ ยืนยันว่า กระบวนการจัดสรรโควตานิติบุคคลดำเนินไปอย่างโปร่งใส และพร้อมที่จะตัดสิทธิสมาคมหรือองค์กรใดๆ ทันที หากตรวจพบว่าสมาชิกนำสลากไปขายช่วงต่อหรือทำผิดเงื่อนไขของสำนักงานฯ
ห้ามขายช่วงหรือเปลี่ยนมือ นำสลากที่ได้รับจัดสรรไปขายส่งต่อให้ยี่ปั๊ว นายทุน หรือโอนสิทธิให้
ผู้อื่นจำหน่ายแทน
ห้ามนำสลากแบบใบไปสแกนเพื่อเสนอขายบนแพลตฟอร์มเอกชนต่างๆ
ห้ามตัวแทนหรือสมาชิกนำสลากไปขายเกินกว่าราคาที่กำหนด 80 บาท
แต่ในความเป็นจริง ที่ผ่านมา มีการตรวจสอบ บังคับ เอาผิด ได้กี่รายต่องวด?
ทั้งที่ปรากฏว่า มีการขายสลากแบบใบ ทั้งในแพลตฟอร์ม และตามท้องถนน ในราคาเกิน 80 บาท อย่างโจ่งแจ้ง เปิดเผย ท้าทายกฎหมาย
ในเมื่อ “สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล” มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย สามารถจะสั่งให้เลิกโควตาสมาคมใดก็ได้ ถ้าเพียงพบว่าทำผิดเงื่อนไข แต่ที่ผ่านมา สลากขายเกิน 80 บาทเกลื่อนเมืองทั้งในออนไลน์ ทั้งบนแผงข้างถนน แต่ไม่สามารถจะสืบสาวทราบได้เลยหรือว่าสลากเหล่านั้น มันมาจากคู่สัญญารายใด? สมาคมที่ได้รับโควตาเมื่อปีที่แล้วมีสมาคมไหนถูกยกเลิกโควตาไปบ้างไหม? กี่สมาคม?
ราคาสลากที่ประชาชนต้องซื้อเกิน 80 บาทในปัจจุบัน “ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ” แต่มีต้นตอจากระบบการจัดสรรโควตาที่มีช่องโหว่ รั่วไหล ทำให้มีสลากแบบใบ ไปตกในมือของกลุ่มผลประโยชน์ที่ทำตัวเสมือน “กองสลากเงา”
กลุ่มผลประโยชน์เหล่านี้ ไม่มีต้นทุนค่าพิมพ์สลาก ไม่ต้องจัดสรรเงินแบ่งไปเป็นเงินรางวัลเพิ่มอีก ไม่ต้องแบ่งเป็นนำส่งเงินรายได้เข้าคลังแผ่นดิน ไม่ต้องจ่ายภาษี แถมมีช่องโหว่ให้สมคบกับกลุ่มที่ต้องการ
ฟอกเงินด้วย
อย่าลืมว่า ที่ผ่านมา มีแม้กระทั่งกรณีกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า พบการนำชื่อประชาชนไปสวมชื่อรับโควตาสลาก หรือดีเอสไอก็เคยตรวจสอบพบว่า มีสมาคมบางแห่งจัดสรรสลากให้แก่คนที่ไม่ใช่สมาชิกของตนเองโดยมิชอบ แต่ก็ยังไม่ถูกดำเนินคดีต่อไป เป็นต้น
มีหลักประกันอะไรว่าการลงนามสัญญาครั้งนี้ จะไม่กลายเป็นการ “ฟอกขาว”?
สุดท้าย... เงินส่วนต่างนอกระบบกฎหมายคือ ขุมทรัพย์ของกลุ่มผลประโยชน์ที่ทำตัวเสมือน “กองสลากเงา” สูบกินส่วนต่าง จากทั้งคนซื้อและตัดโอกาสคนพิการตัวจริง
หากรัฐบาลอนุทิน ยังคงปล่อยให้มีการละเลย ละเว้น ไม่มีการสะสางปัญหาอะไรเสียก่อน ก็เท่ากับเป็นการต่อสัมปทานนอกระบบกฎหมาย สำหรับ “ขุมทรัพย์กองสลากเงาหลายหมื่นล้านบาทต่อปี”ต่อไป
สันติสุข มะโรงศรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

