จัดหนักชง170โครงการ 7.8หมื่นล้าน พัฒนา5จว.อีสานตอนบน รับถกครม.สัญจรอุดรธานี

จัดหนักชง170โครงการ
7.8หมื่นล้าน
พัฒนา5จว.อีสานตอนบน
รับถกครม.สัญจรอุดรธานี
กระหึ่ม! ครม.สัญจรอุดรธานี อนุทินชูด้านการเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ โว “ข้าว-ยางพารา-อ้อย-มันสำปะหลัง ” ราคาพุ่งกระฉูด ขณะที่เสือปืนไว กรอ.อีสานตอนบน จัดเต็ม 170โครงการ 7.8หมื่นล้าน ชง ครม.เลือกโครงการที่เหมาะกับศักยภาพพื้นที่ ลุยลงทุนบิ๊กโปรเจกต์ สร้างถนน 4 เลน ปัดฝุ่นกระเช้าภูกระดึง จัดถนน 4 เลน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายรวม 170 โครงการ วงเงินรวมกว่า 78,461 ล้านบาท
ครอบคลุม 4 ด้าน คือ เกษตรและอาหาร การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการปราบปรามยาเสพติด โดยข้อเสนอทั้งหมดนั้นทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะรวบรวมข้อเสนอให้ที่การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดอุดรธานีในวันที่ 3 พ.ย.นี้ พิจารณาต่อไป
170โครงการ 7.8หมื่นล.
สำหรับข้อเสนอ 170 โครงการ วงเงินรวมกว่า 78,461 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 ด้าน ด้านที่ 1 การผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร 38 โครงการ งบประมาณกว่า 7,956 ล้านบาท ด้านที่ 2 การพัฒนาการค้าชายแดน 35 โครงการ กว่า 57,578 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินสูงสุดและคิดเป็นราว 3 ใน 4 ของทั้งหมด ด้านที่ 3 การส่งเสริมการท่องเที่ยว 66 โครงการ กว่า 9,887 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนโครงการมากที่สุด และด้านที่ 4 การปราบปรามยาเสพติด 31 โครงการ กว่า 3,039 ล้านบาท
ข้อเสนอแยกเป็นมาตรการเร่งด่วน (Quick Win) ที่พร้อมขับเคลื่อนทันที 101 โครงการ วงเงินกว่า 2,879 ล้านบาท และข้อเสนอระยะยาว 69 โครงการ วงเงินกว่า 75,582 ล้านบาท เมื่อแยกตามพื้นที่ ข้อเสนอระดับกลุ่มจังหวัดมีวงเงินสูงสุดกว่า 35,064 ล้านบาท รองลงมาคือบึงกาฬกว่า 17,334 ล้านบาท เลยกว่า 10,137 ล้านบาท หนองคายกว่า 8,334 ล้านบาท อุดรธานีกว่า 5,887 ล้านบาท และหนองบัวลำภูกว่า 1,702 ล้านบาท
เดินหน้า4กรอบสำคัญ
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวทางการทำงานครั้งนี้เน้นพิจารณาศักยภาพของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก ผ่าน 4 กรอบสำคัญ คือ ความมั่นคงอาหารและเกษตรกรรม การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการปราบยาเสพติด เมื่อที่ประชุมได้มติและข้อสรุปเป็นเอกภาพแล้ว ข้อมูลความต้องการทั้งหมดจะส่งให้ สศช. เสนอ ครม.สัญจร ในขั้นตอนถัดไป
“การขับเคลื่อนภาคเกษตรถือเป็นวาระสำคัญตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพราะโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกรรม ไทยจึงมีศักยภาพสูงมากที่จะก้าวไปเป็นครัวโลก โดยเฉพาะเครื่องเทศและวัตถุดิบอาหารไทยที่ปรุงรสชาติได้หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอย่างมีเอกลักษณ์” นายทรงศักดิ์ กล่าว
ช่วยเหลือเกษตรกร
ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สศช. เน้นคัดเลือกโจทย์และโครงการที่สอดรับกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ พื้นที่เป้าหมายครั้งนี้มีศักยภาพสูงในสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งรัฐบาลเชื่อมโยงเข้ากับแนวคิดความมั่นคงทางอาหาร และถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของประเทศไทย
“แนวทางการดำเนินงานจะเน้นเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตบนพื้นที่การเกษตรเดิม แล้วยกระดับไปสู่เกษตรอาหารมูลค่าสูง ซึ่งต้องจัดตั้งและใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการ หรือห้องแล็บ ทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรแปรรูป ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าชายแดนผ่านการเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานและสะพานข้ามแดน เพื่อยกระดับรายได้ของประชาชนชายแดนให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายดนุชา กล่าว
สำหรับภาพรวมกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 มีประชากรกว่า 3.6 ล้านคน พื้นที่ราว 34,346 ตารางกิโลเมตร และมีแนวชายแดนติด สปป.ลาว ยาวกว่า 527 กิโลเมตร โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) และแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-ปากซัน) เป็นประตูการค้า ปี 2568 มูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ 1.74 แสนล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมปี 2567 อยู่ที่ 326,475 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.74 ของ GDP ประเทศ
แปรรูปสินค้าการเกษตร
ด้านเกษตร กลุ่มจังหวัดเป็นฐานผลิตข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และยางพาราที่สำคัญของประเทศ มีฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกว่า 58,000 ฟาร์ม และสัตว์เลี้ยงกว่า 21 ล้านตัว มูลค่าผลิตภัณฑ์ภาคเกษตรเพิ่มจาก 58,560 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 82,957 ล้านบาทในปี 2567 แต่พื้นที่ชลประทานครอบคลุมเพียงร้อยละ 7.12 ของพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังเสี่ยงต่อภัยแล้ง และการแปรรูปส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นต้น
ข้อเสนอด้านเกษตรจึงตั้งเป้าเปลี่ยนพื้นที่จากฐานวัตถุดิบเป็นฐานผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหารมูลค่าสูง แบ่งเป็น Quick Win กว่า 439 ล้านบาท และระยะยาวกว่า 7,516 ล้านบาท โครงการสำคัญ เช่น ศูนย์นวัตกรรมอาหารอนาคตและห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร (Sabaidee Future Food Innovation Lab) วงเงิน 47.3 ล้านบาท โครงการห่วงโซ่การผลิตโคขุนลุ่มน้ำโขง และ Sandbox โคขุนลุ่มน้ำโขงของหนองคาย
ด้านการลงทุนสนับสนุนการค้าชายแดน โครงการขนาดใหญ่ที่สุดคือทางหลวง 4 ช่องจราจรแนวใหม่ เชื่อมทางหลวงหมายเลข 2 กับหมายเลข 222 จากอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ถึงบึงกาฬ วงเงินกว่า 27,085 ล้านบาท รองลงมาคือการพัฒนาท่าอากาศยานบึงกาฬ 9,711 ล้านบาท ทางเลี่ยงเมืองเลยด้านทิศตะวันตก 5,200 ล้านบาท ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนโนนสะอาด-อุดรธานี 4,000 ล้านบาท และการเพิ่มช่องจราจรทางหลวงหมายเลข 2 ตอนน้ำสวย-สะพานมิตรภาพที่หนองคาย อีก 4,000 ล้านบาท
นอกจากถนน ยังมีข้อเสนอศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 7 ในจังหวัดเลย ระบบตรวจสอบตู้สินค้า Fixed X-Ray ที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี แพลตฟอร์มการค้าชายแดนอัจฉริยะ (Smart Border Trade O2O) และศูนย์นาทาอัจฉริยะและระบบนิเวศการส่งออก (Agro-Logistics Hub) ของหนองคาย ข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทางของ สศช. ที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานและสะพานข้ามแดนต่อยอดเศรษฐกิจชายแดน
เดินหน้ากระเช้าภูกระดึง
ด้านการท่องเที่ยว ปี 2568 กลุ่มจังหวัดมีนักท่องเที่ยว 11.98 ล้านคน ลดลงจาก 12.08 ล้านคนในปี 2567 และมีรายได้ 2.98 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก 3.01 หมื่นล้านบาท แต่ครึ่งแรกของปี 2569 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 98,000 คน และรายได้เพิ่มขึ้น 320.67 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ข้อเสนอสำคัญ เช่น ศูนย์เชี่ยวชาญระดับพรีเมียมสาขาโรคหัวใจและการปลูกถ่ายอวัยวะของโรงพยาบาลอุดรธานี 2,000 ล้านบาท และกระเช้าภูกระดึง 1,757.95 ล้านบาท
ด้านยาเสพติด คดีในพื้นที่เพิ่มจาก 107 คดี เป็น 240 คดี ในช่วงปี 2567-2569 ข้อเสนอ 31 โครงการ วงเงิน 3,039.51 ล้านบาท ให้น้ำหนักกับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสูงถึง 2,578.45 ล้านบาท หรือร้อยละ 84.83 ของวงเงินรวม ที่เหลือเป็นการปราบปราม 325.26 ล้านบาท และการป้องกัน 135.81 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งกล้อง AI CCTV และโดรนเฝ้าระวังชายแดน จุดตรวจ X-Ray รถยนต์ต้องสงสัย และเรือนจำจังหวัดเลยแห่งใหม่
เลขาธิการ สศช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สศช. จะรวบรวมรายละเอียดของโครงการที่ผ่านการอนุมัติในระดับจังหวัดแล้ว เสนอต่อ ครม.สัญจร ในวันที่ 3 พ.ย.นี้ และจะเร่งรัดการดำเนินงานในโครงการที่มีความพร้อมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
นายกฯเยือนหนองคาย
วันเดียวกันเวลา 11.40น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เดินทางไปยัง รพ.หนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์โรคหัวใจเมตตาสุคโต และพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน(คทช.)ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พรานพร้าว - แก้งไก่โดยเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด หมายเลขทะเบียน ขต 158 อุดรธานี
เมื่อมาถึงนายกฯทักทายข้าราชการและพูดคุยโบกมือทักทายกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ที่มารอต้อนรับด้วยบรรยากาศคึกคัก และกลุ่ม อสม.ได้ร้องเพลงมาร์ช อสม.ต้อนรับนายกฯด้วย
แซวบิ๊กขรก.ไม่มาอาจมีปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายกฯได้แนะนำคณะที่เดินทางมาด้วยโดยไล่เรียงอธิบดีแต่ละกรม ซึ่งช่วงหนึ่งได้ถามถึงอธิบดีกรมป่าไม้ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ ก่อนแซวว่า “มาบ่ ไม่มายุ่งแล้ว” และ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นายณัฐ โก่งเกษร“มาไหม ถ้าไม่มารัฐมนตรีไหว้ประชาชนแทน” ทำให้นายสุชาติ ลุกขึ้นไหว้ประชาชน ก่อนถามหาอธิบดีกรมที่ดินโดยนายกรัฐมนตรีถามว่า “อธิบดีกรมที่ดินของผมมาหรือไม่” ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินเดินทางมาด้วย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแซวว่า “ใครไม่มา อาจจะเป็นอดีตได้” ก่อนนายกฯจะขอเสียงโห่จากประชาชน จะได้มีกำลังใจเพราะเมื่อวานบินกลับมาจากประเทศภูฏาน เพราะต้องการมาพบกับพี่น้องชาวหนองคายเช้าวันนี้ แล้วลืมแนะนำตัวเองไป ผมอนุทิน ชาญวีรกูลอสม. อ.เมือง ต.อิสาณ จ.บุรีรัมย์ เราเป็นพวกเดียวกันทำให้เรียกเสียงเฮจากประชาชน
ได้เป็นนายกฯเพราะอสม.
โดยนายกฯ ยังปราศรัยหลายช่วงหลายตอน โดยเฉพาะกับพี่น้องอสม.ว่า“ตอนที่ผมอยู่สาธารณสุขเสนอ 2,000บาท แต่วันนี้ตนเจออสม.มาทวงแล้ว 3,000บาท และเมื่อกี้เดินมาตกใจแทบเป็นลม อสม.บอก 5,000 บาทก็ได้ เราถือว่าเราเป็นอาสาสมัครไม่มีใครบังคับเรามา คนที่เป็นอสม. คือ คนที่ต้องมีจิตใจเสียสละเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ตนสัญญาในฐานะอดีตรมว.สาธารณสุขเก่า ถ้ามีโอกาสช่องทางเมื่อไหร่ อนท.(อนุทิน)ไม่มีวันลืมอสม.อยู่แล้ว ไม่มีอสม. ก็เป็นนายกฯไม่ได้หรอก ก็มาได้แรงหนุนจากพวกท่านและได้แรงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ตนตึงได้มาเป็นนายกฯ ตนไม่มีทางที่จะลืมสิ่งเหล่านี้ ลืมไม่ได้ เมื่อใดก็ตามที่ตนสามารถจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ ตนจะทำอย่างเต็มที่ด้วยทีมงานที่ตนได้แนะนำให้กับท่านไปแล้ว ย้ำว่ารัฐบาลจะยกระดับการดูแลพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
บอกต้องขยันดูแลชาวบ้าน
แต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือมต้องขยันทำงานต้องไม่ขยันป่วย ต้องขยันออกกำลังกาย ขยันสร้างสุขภาพให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะตอนนี้ช่วงอายุของเรามันยาวขึ้น ไม่ว่าจะแข็งแรงหรือไม่แข็งแรง ฝากผู้บริหารท้องถิ่น ฝากเน้นการรักษาสุขภาพไม่ใช่เน้นเฉพาะการรักษา เราต้องการบุคลากรและประชาชนมีอายุเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องมีพื้นฐานสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลาน โดยไม่เป็นภาระตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ฝากให้ทุกท่านได้เข้าใจถึงภาระหน้าที่ของพวกเรารัฐบาลมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของทุกท่านท่านก็มีหน้าที่ดูแลให้ท่านมีความแข็งแรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
เดินหน้าพัฒนาอีสาน
นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้มาประชุมครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี จะยกเรื่องเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นมหาอำนาจทางด้านความมั่นคงทางอาหารและเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าพลังงานอื่นๆพลังงานทำให้คนเรามีชีวิตมีความคิดมีการสร้างโอกาสมีการพัฒนาต่างๆและสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยด้วย
ขณะนีสินค้าเกษตรราคาดีขึ้นทั้ง ข้าว ยาง มันสำปะหลัง อ้อยทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับนายกฯ ยังได้ร่วมร้องเพลงมาร์ชอสม. กับกลุ่ม อสม.พร้อมปรบมืออย่างคึกคักด้วย
เปิดงานพืชสวนโลก
ต่อมาในเย็นวันเดียวกันนายกฯอนุทิน เป็นประธาน เปิดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีอย่างเป็นทางการ
นายวัชระพล ขาวขำรมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ตรวจความพร้อมของการจัดงานอีกครั้ง พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัย การจราจร จุดจอดรถ และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว หลังพบว่ามีผู้เดินทางมาเข้าชมมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น ส่งผลให้การจราจรบริเวณทางเข้างานติดขัดในบางช่วง และนักท่องเที่ยวต้องรอใช้บริการรถรางภายในงานเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อจัดระเบียบการจราจรและอำนวยความสะดวกบริเวณจุดจอดรถ รวมทั้งประสานจังหวัดอุดรธานีและองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เพิ่มบริการขนส่งสาธารณะเข้าสู่พื้นที่จัดงาน ตลอดจนเพิ่มจำนวนรถรางและรถรับส่งภายในงานให้เหมาะสมกับจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลดระยะเวลารอคอยและให้สามารถเดินทางไปยังจุดจัดแสดงสำคัญทั้ง 13 จุดได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังให้เพิ่มจุดพักที่มีร่มเงาและจุดบริการน้ำดื่ม เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงนี้ยังค่อนข้างร้อน โดยแม้สวนพรรณไม้และอาคารจัดแสดงจะมีความพร้อมแล้ว แต่การเปิดให้บริการจริงทำให้พบรายละเอียดบางส่วนที่ต้องปรับปรุง จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกและปลอดภัยตลอดระยะเวลาจัดงาน
แนะเดินทางโดยรถไฟ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แนะนำผู้ที่จะมาเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท. ) กระทรวงคมนาคม ได้จัดให้ขบวนรถโดยสารประเภทขบวนรถด่วน และขบวนรถท้องถิ่น หยุดรับ–ส่งผู้โดยสาร ณ ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและช่วยให้ผู้โดยสารเข้าถึงพื้นที่จัดงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ในหลายขบวน
สามารถตรวจสอบเส้นทางและติดตามสถานะการเดินรถได้ที่ https://ttsview.railway.co.th/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

