เบรกประธานสภาฯ! ไอติม จี้ทบทวนแนวทาง กมธ. หวั่นรัฐบาลใช้เสียงข้างมาก สกัดตรวจสอบ

4 พฤศจิกายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ ผมได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรตามข้อสรุปของที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ประธานสภาทบทวนแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ และขอนัดหารือประธานสภาเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ครับ:
กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ตามที่ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓๕ คณะ เมื่อวันพุธที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักกรรมาธิการ ๑ สำนักกรรมาธิการ ๒ และสำนักกรรมาธิการ ๓ จัดทำแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา นั้น
คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่สำนักกรรมาธิการได้จัดทำและประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบแล้ว
คณะกรรมาธิการสามัญเป็นกลไกสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๒๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการสามารถนำไปสู่การค้นพบ ป้องกัน หรือเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด นโยบายที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบและการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้สังคมให้ความสำคัญและฝากความหวังไว้กับการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวหาในเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน อาทิ การทุจริตการสอบท้องถิ่น การทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปัญหาเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ และโครงการของรัฐที่มีข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใส
อย่างไรก็ตาม แม้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบด้วยกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว โดยประสงค์ให้คณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าการกำหนดให้การดำเนินการทุกเรื่องในคณะกรรมาธิการ (เช่น การบรรจุระเบียบวาระการประชุม การเชิญหรือขอความร่วมมือบุคคลให้ส่งเอกสารหรือให้แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการ) ต้องอาศัยมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด จะส่งผล ดังนี้:
๑. เปิดช่องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ สามารถร่วมกันลงมติสกัดกั้นไม่ให้คณะกรรมาธิการดำเนินการตรวจสอบเรื่องที่อาจพัวพันหรือส่งผลกระทบในทางลบต่อรัฐบาล แม้เรื่องดังกล่าวจะอยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ตาม
๒. กระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของคณะกรรมาธิการในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน
ทั้งนี้ หากประสงค์แก้ไขปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ หรือการแสวงหาความร่วมมือภายในคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ ท่านสามารถพิจารณาทางเลือกอื่นในการส่งเสริมการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ หรือระหว่างประธานและกรรมาธิการในแต่ละคณะได้ อย่างเช่นการอ้างอิงแนวปฏิบัติของประธานสภาผู้แทนราษฎรในการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ก่อนการใช้อำนาจในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
คณะกรรมการฯ ตระหนักดีว่าแม้ได้มีการหารือประเด็นดังกล่าวเบื้องต้นในที่ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปรัฐบาล) ประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปฝ่ายค้าน) และประธานคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง ๓๕ คณะ เมื่อวันพุธที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ แต่การประชุมดังกล่าวมิได้มีข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รวมถึงได้มีการเสนอให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดหมายตัวแทนแต่ละฝ่ายหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนที่จะมีการสรุปและแจ้งเวียนแนวทางการดำเนินการดังกล่าวให้บุคลากรในสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจึงขอให้ท่านพิจารณาระงับหรือทบทวนแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว และขอนัดหมายท่านเพื่อหารือเป็นการด่วน เพื่ออธิบายข้อกังวลและหาทางออกร่วมกันกับทุกฝ่าย
จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

