ไม่รู้จักน้ำเงินกินรวบ อนุทินซัดคืน โดดป้องประธานสภา ต้องยึดตามระเบียบ รัฐบาลไม่ทำผิดก.ม. ม็อบใต้สตาร์ทแล้ว เข้ากรุงบุกทำเนียบ

นายกฯย้ำเสถียรภาพรัฐบาลแน่นปึ้ก ลั่นครม.ไม่มีมุ้งมีแต่ทีมเดียวกัน ประกาศจะไม่ยอมให้ใครหาผลประโยชน์ คุยโวมีระบบตรวจสอบ อ้างไม่รู้จักระบอบกินรวบ หลังฝ่ายค้านรุมถล่มประธานสภาฯริบอำนาจกรรมาธิการฯ ชี้เชิญบุคคลต้องยึดตามกรอบรัฐธรรมนูญ ด้าน “โรม” ลุยขยี้จ้อซัดเดือดน้ำเงิน กลัวถูกตรวจสอบ อัดกลับ “ศุภชัย” ใครกันแน่เหิมเกริม เตือนอย่าเอาข้าราชการมาเป็นหนังหน้าไฟ ขณะที่ม็อบใต้ “กำนันมะโน” เคลื่อนทัพบุกทำเนียบแล้ว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น 69
นายกฯย้ำความมั่นคงคือเสถียรภาพ
โดยนายกฯกล่าวเปิดการศึกษาภายใต้แนวคิด “บทบาทของภาครัฐเอกชนและการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า ความมั่นคงของชาติ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง ต้องเดินร่วมกัน เราต้องต่อยอดสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยฐานที่เรามี ความพร้อม ความสมบูรณ์เช่นนี้จะอยู่คู่กับคำว่าความมั่นคงคือเสถียรภาพ มันต้องไปคู่กัน ต้องแข็งแรง ถ้าคนที่คอยกำกับดูแลไม่แข็งแรง มันก็ไปไม่ได้ มันก็จะเป็นสิ่งปลูกสร้างรกร้างเก่าๆ อาคารทั้งหลายมีความมั่นคง ออกแบบอย่างดี แต่เสถียรภาพไม่มี ภาคธุรกิจเงินไม่พอ ทุนไม่พอ แบงก์ไม่ให้กู้ อาคารก็เป็นอาคารร้างภายในเวลาไม่กี่เดือน ก็จะกลายเป็นอาคารเก่าและกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุดทรุดโทรมก็หาประโยชน์อะไรไม่ได้
ครม.‘อนุทิน’ไม่มีมุ้ง มีแต่ทีมเดียวกัน
นายกฯย้ำว่าเสถียรภาพของฝ่ายบริหาร ซึ่งตนให้ความสำคัญมากเราต้องบริหารประเทศและเราต้องบริหารการเมืองให้ดีด้วย ตนให้ความสำคัญกับการบริหารการเมือง ดังนั้น ในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของตนจึงไม่มีคำว่า มุ้ง ไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าทีมเดียวกันเป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลของประเทศ เป้าหมายคือการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติส่งเสริมซึ่งกันและกันแต่ละกระทรวงต้องสนับสนุนภารกิจของอีกหลายกระทรวงหรือทุกกระทรวงว่าจะทำ อย่างไรให้นโยบายของรัฐบาลได้ขับเคลื่อนและได้ดำเนินการไปด้วยความมีประสิทธิภาพ
“ในส่วนของข้าราชการประจำ เรามองว่าทุกท่านคือทีมไทยแลนด์ทำงานต้องมีความราบรื่นมีความร่วมมือมีเสถียรภาพทุกคนเข้าใจดีว่าเขาทำงานเพื่อบ้านเมือง ในยุคนี้ข้าราชการประจำ ไม่ต้องมาเล่นการเมือง เพราะเราพยายามจะเป็นอันเดียวกัน มันเป็นบทบาท มันไม่ใช่เจ้าของ ใครจะไปคิดว่าคนนี้ จะต้องเป็นเด็กคนนี้ เป็นสายให้คนนี้ตลอดไป ไม่มี ถามผมสิ ผมพ้นจากตำแหน่ง มท.1 ผมไปสนามบินต่างจังหวัด ผมจะต้องเรียกว่าแทบจะต้องหายใจลึกๆ เพราะว่าคนหายไปไหนหมดไม่รู้ จากที่เคยมามืดฟ้ามัวดิน เพราะฉะนั้น ไม่มีเด็กพี่หนู สายพี่หนู มีแต่พี่หนูเป็น มท.1 มีพี่หนูเป็นนายกฯ มีแต่พี่หนู เพราะฉะนั้น วันนี้พี่หนู ไม่มีเด็ก มีแต่ทีม และต้องทำความเข้าใจกับตัวเองว่า มาทำงานให้กับบ้านเมือง ทำงานให้กับประเทศชาติ จะเด็กเรา เด็กใคร เด็กเขา เขาทำงานได้ต้องทำหมด และปล่อยวางบทบาท เพราะฉะนั้น เราต้องดูว่าที่เราทำ ทำโดยหน้าที่ โดยภารกิจ โดยความรับผิดชอบ โดยสิ่งที่ประชาชน เขาส่งมาให้ทำหน้าที่นั้นและมันต้องจบถ้าจะจบ มันต้องจบในหน้าที่ ไม่ใช่ลากต่อไป เป็นอดีตนายกฯแล้วยังจะไปเชิญคนโน้นคนนี้มาหา ไม่ได้แล้ว ถ้าเราใส่หัวโขนให้ถูกที่ ทำการเมืองร่วมกันบริหารบ้านเมืองร่วมกันกับฝ่ายข้าราชการประจำ จะทำได้ด้วยดี”นายกฯย้ำ
เมินพวกวิจารณ์-เฟคนิวส์ให้ดูตัวชี้วัด
นายกฯกล่าวอีกว่าตนกล้าพูดว่า ณ ขณะนี้ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย ใช้ทั้งประสบการณ์ ใช้ทั้งความสุข ใช้ทั้งความขมขื่น ใช้ทั้งความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ เข้ามาผสมผสานกันและบริหารราชการแผ่นดิน ทุกวันนี้ตนได้รับความร่วมมืออย่างดีมากจากข้าราชการทุกภาคส่วนและท่านก็เห็นว่าการขับเคลื่อนการดำเนินการของรัฐบาลมันก็เป็นไปได้ด้วยดี มันสะท้อนออกมา ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ใครจะลงเฟคนิวส์ยังไงก็แล้วแต่ หรือใครจะวิพากษ์วิจารณ์ ยังไงก็แล้วแต่ มันมีฝักมีฝ่าย เราไปห้ามตรงนั้นไม่ได้
“แต่สิ่งที่มันโกหกไม่ได้ และสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ ตัวชี้วัดต่างๆ ที่มันออกมาจากการจัดลำดับประเทศไทยมูลค่าการส่งออก ที่ปีนี้เราโต 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ ผลผลิตที่มันเพิ่มมากขึ้น จำนวนเงินลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นการดูแลพี่น้องประชาชนที่เราดูแลได้มากขึ้นการเก็บภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้น และเรื่องของแนวโน้มที่มันเป็นไปในเชิงบวกและหลายๆ อย่างประกอบกับสิ่งเหล่านี้ต่างหาก คือสิ่งที่บอกว่ามันเป็นผลลัพธ์จากการร่วมมือกันเป็นทีมไทยแลนด์ เป็นทีมเดียวกันร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยจากทุกภาคส่วน”นายกฯย้ำ
โวราคาข้าว-มัน-ยางราคาสูงขึ้น
นายกฯยังกล่าวอีกว่า ส่วนราคาข้าวราคามันสำปะหลังสูงขึ้น และราคายางสูงสุดในรอบหลายปี สินค้าพืชผลทางการเกษตรทุกอย่างที่เป็นหลักของประเทศไทยราคาขึ้นมาเป็นเชิงบวกทั้งสิ้นสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นให้กับประเทศให้กับเกษตรกร ความมั่นคง ทางพลังงานไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ประเทศไหน ค่าพลังงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่ประเทศไทยใช้แค่ในส่วนที่มันเป็นราคาผันผวนตรงน้ำมันดิบที่นำเข้าถ้ามันจะ vary มัน vary ในส่วนนี้ แต่ในส่วนของการเก็บภาษีการบริหารจัดการไม่ได้เกิดขึ้น และเราจึงต้องมีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ให้พึ่งพาการนำเข้าให้น้อยลง ซึ่งประเทศไทยเตรียมพร้อมเรื่องของ infrastructure รองรับอีวีเพิ่มมากขึ้น
ไม่ห่วงความมั่นคง คุมได้อย่างดี
นายกฯ กล่าวต่อว่าวันนี้คงไม่ได้พูดถึงเรื่องของทางวิชาการมาก เพราะท่านสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูล แต่ตนจะมาพูดในเรื่องการสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนว่าวันนี้เรามีครบทุกบริบท ครบทุกปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งแข็งแกร่งเรามีปัญหาเรื่องความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ไม่ต้องห่วงพี่ๆ ในห้องนี้โดยเฉพาะพี่ๆ แถวบ้านควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ไม่มีความต้องกังวลใดๆ ท่านจะคิดวางแผนอะไรต่างๆ ประเทศไทย เราไม่มีใครเข้ามารุกราน เข้ามาคุกคาม หรือเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ถ้าเป็นภัยจากต่างประเทศในทุกเรื่อง
ลั่นรบ.ไม่มีวันทำอะไรผิดก.ม.
“รัฐบาลไม่มีวันที่จะทำอะไรที่มันผิดเพี้ยนไม่ฟังเสียงประชาชนทำสิ่งที่ผิดกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่มีวันทำเช่นนั้นเป็นอันขาด ยิ่งทำไป มันก็จะเกิดแต่สิ่งที่มันเป็นผลร้ายต่อรัฐบาลต่อประเทศ ตอนนี้คณะรัฐมนตรีชุดนี้บริบทการเมืองเปลี่ยนไปเยอะ ใครที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมืองใครที่คิดที่จะทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง มีการตรวจสอบมากมาย ไม่ใช่ตรวจสอบจากภายนอก ตรวจสอบจากภายในกันเองก็ไม่มีใครยอม รัฐบาลชุดนี้เราให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันในที่ประชุมครม.ปลัดกระทรวง อธิบดี ฝ่ายข้าราชการประจำจะต้องเข้ามาร่วมนำเสนอร่วมรับทราบและนำไปปฏิบัติ เราถึงมีโครงการต่างๆ ออกมามากมายและสามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็ว เรากล้าด้วยซ้ำ เรากล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูก ดังนั้น การรักษาความมั่นคงของชาติก็ต้องถือว่าเป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วน และความมั่นคง คือ การเตรียมให้พร้อมรับมือกับ ทุกสิ่งที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วและเผชิญอยู่แล้ว รวมถึงสิ่งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย”นายกฯ กล่าว
ไม่ตั้งเป้าให้สวยหรู คิดแค่เอื้อมถึง
นายกฯ กล่าวอีกว่าท้ายที่สุดนี้ การที่ตนได้กลับมาที่วปอ.อีกครั้ง อยากฝากให้กับทุกท่านว่าสิ่งที่ท่านจะได้รับจากการรู้ที่นี่อาจจะไม่ใช่ความรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ขอให้ท่านได้เข้าใจวิธีคิดของคนที่อยู่คนละภาคส่วนกับเราแล้วพยายามเรียนผสมผสานเข้ามาจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับประเทศไทยได้อย่างอเนกอนันต์ ตนขอให้ความมั่นใจว่าเครือข่ายที่ทุกท่านกำลังสร้างขึ้นจากที่นี่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นในอนาคต look
progressive (มองไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด) ตนไม่ได้ตั้งเป้าให้สวยหรู เพราะตั้งเป้าแล้วทำไม่ได้ แล้วมาคิดคำแก้ตัวจะทำแบบพอเพียงตามปรัชญาพอเพียง เวลาคิดอะไรคิดเฉพาะเป้าหมายที่เอื้อมถึง แล้วใช้กำลัง ความสามารถที่มีอยู่ ทำให้ได้เจตนารมณ์ที่ดี เมื่อเราไปถึงจุดนั้นแล้วมันจะมีการต่อยอดไปด้วยพลังขับเคลื่อนหรือ Momentum ในตัวมันเอง สิ่งที่ตนดำเนินมาตั้งแต่ตนได้มีโอกาสเข้ามารับตำแหน่งนายกฯมันก็เวิร์กนะตอนเข้ามาใหม่ๆ เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจะต่อเทอม 2 ได้ อยู่ 4 เดือน ในเทอมแรก แต่เราคิดมีคำว่าควิกวิน 4 เดือนก็ทำ 4 เดือนให้ดีที่สุด ป้องกันประเทศให้สูงสุด สนับสนุนทุกด้านให้ประเทศมีความปลอดภัยด้วยความมั่นคง
โต้‘น้ำเงินกินรวบ’ลั่นไม่รู้จักคำนี้
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหนังสือออกระเบียบคุมเข้มการใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) 35 คณะในการเชิญบุคคลเข้าชี้แจงต้องผ่านมติที่ประชุมจนถูกวิจารณ์ว่ารัฐบาลกินรวบสภาฯไปด้วยว่า “ไม่ได้ฟังครับ”เมื่อถามว่ามองว่าการที่กมธ.จะเชิญบุคคลต้องใช้มติหรือใช้อำนาจของประธานกมธ.นายกฯกล่าวว่าเขามีกฎหมาย มีระเบียบภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ก็ตามนั้น เมื่อถามอีกว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือบุคคลในรัฐบาล พร้อมไปให้ข้อมูลหากกมธ.ทำหนังสือเชิญมา นายกฯย้ำว่า ภายใต้ กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญเมื่อถามถึงคำกล่าวหาน้ำเงินกินรวบถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า“ไม่รู้จักคำนี้”
ยันรัฐบาลทำหน้าที่ตามรธน.
“เราทำหน้าที่ของเรา ไม่มีกินรวบอะไรทั้งสิ้น เราทำหน้าที่และคำว่าน้ำเงิน พวกผมไม่ได้เป็นสมาชิกตรงนั้น“เพราะเราทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้รับฉันทานุมัติและความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศ เราก็ทำหน้าที่บริหารประเทศภายใต้ความรับผิดชอบที่เรามีทุกคนอย่างเต็มที่” ส่วนที่ประธานสภาฯ ออกหนังสือระเบียบดังกล่าว อาจเกิดจากการที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมายฯทำหนังสือเชิญนายกฯไปชี้แจงเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวเพียงว่า“ไม่เกี่ยว”
เมื่อถามว่าวันที่ 4 พ.ย. นายกฯได้พูดถึงการเมืองยังเป็นลบเป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศ นายกฯย้อนถามว่า“พูดเมื่อไหร่ ผมไม่ได้พูด พูดเพียงว่าต้องทำการเมืองให้ดีขึ้น”
โรมซัดระบอบน้ำเงินกลัวตรวจสอบ
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รองประธานกมธ.การกฎหมายฯจะเสนอญัตติว่าการลงมติเรียกนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนฯมาชี้แจงถึงการส่งหนังสือเวียนว่าเป็น การกระทำที่ไม่ชอบว่า“ไม่ชอบหรือไม่ถูกใจ”ตนคิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องไม่ชอบเพราะก่อนหน้านี้อีกฝ่ายบอกว่าการจะเชิญใครต้องมีมติแต่เมื่อกมธ.มีมติว่าจะเชิญนายโสภณมาชี้แจงก็บอกว่าเหิมเกริม บังอาจการพูดแบบนี้ไม่ตั้งอยู่บนข้อบังคับ และพิสูจน์ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ หากตรวจสอบเมื่อไหร่ก็จะมีคนไม่พอใจและอ้างนู่นอ้างนี่ ตนยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ อำนาจของฝ่ายค้านและกรรมาธิการ รวมถึงอำนาจเรียก ไม่ได้เยอะอยู่แล้ว ขั้นตอนก็มีความซับซ้อน แต่ภายใต้ข้อจำกัดนี้คุณก็มาบอกว่าเราทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นความจริง
“ยืนยันว่าเราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ทั้งการลงมติและแนวปฏิบัติ เพราะมีสส. ที่ทำงานอยู่ในกรรมาธิการ 8 คนและทุกคนเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าไม่รับแนวทางของหนังสือเวียน และการเรียกนายโสภณมาชี้แจง ก็เพื่อสอบข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความเพราะหนังสือเวียนดังกล่าวเราได้รับแจ้งจากฝ่ายเลขาธิการสภาฯซึ่งไม่เป็นกฎหมายและไม่มีผลบังคับอะไรเลย แต่การออกแนวทางแบบนี้มีลักษณะกระทบกระเทือนหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นเราจะปล่อยให้มีการกระทำแบบนี้ไม่ได้”ประธาน กมธ.กฎหมาย กล่าว
เหน็บแรงอย่าอยู่หลังข้าราชการ
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คาดหวังว่านายโสภณ จะทำพฤติกรรมให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสมาชิกท่านอื่นและบุคคลภายนอกว่าให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการตอบข้อสงสัยให้ชัดเจน หากประมุขของสภาฯ ยังไม่มากมธ. ต่อไปนี้ หากกมธ.เชิญใคร เขาก็จะบอกว่าขนาดประธานสภาฯยังไม่มาเลย เราไม่ควรอยู่ในบรรยากาศแบบนั้น จึงอยากให้นายโสภณให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเรื่องนี้มาจากใคร อย่าให้เขาครหาว่าไปยืนอยู่หลังราชการ ให้มาปะทะกับฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร
สวน‘ศุภชัย’ใครกันแน่เหิมเกริม
เมื่อถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการที่นายรังสิมันต์ ไม่ยอมรับแนวทางของหนังสือเวียนดังกล่าว ถือว่าเหิมเกริมเพราะไม่เคารพกฎหมายและรัฐธรรมนูญ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า
ไม่ใช่ตนคนเดียว ที่ประชุมกรรมาธิการทั้งหมด พูดแบบนั้นคงไม่เต็มปากเพราะเราถามในที่ประชุมที่มีไม่น้อยกว่า 7 คน ดังนั้น ใครกันแน่ที่เหิมเกริม คุณไปอ้างที่ประชุมกรรมาธิการ 35 คณะ ทั้งที่ในที่ประชุมวันดังกล่าวไม่ได้มีมติอะไรเลย คนจำนวนมากที่พูดเขาไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนแปลงและจำกัดอำนาจของประธานกมธ. ใครกันแน่ที่ไปอ้างการประชุมและไม่มีการลงมติ แม้แต่ประธานสภาฯ ยังพูดว่าเป็นการหารือ
ซัดระบอบสีน้ำเงินพร้อมถีบหัวส่ง
เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และพยายามระบุว่าหนังสือเวียนถึงกรรมาธิการ 35 คณะ นั้นให้ไปถามสำนักเลขาธิการสภาฯ ซึ่งตัวประธานสภาฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์กล่าวว่า อันนี้คือการไปยืนอยู่ด้านหลังข้าราชการ ไม่ทันไรคุณก็โยนความผิดให้กับเลขาฯสภา คุณก็โยนความผิดให้กับข้าราชการประจำ
“ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้บอกไปถึงข้าราชการประจำทั้งหมดว่านี่แหละถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ถ้า เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น แล้ว เริ่มลามไปถึงคนในระบอบสีน้ำเงิน คนในระบอบสีน้ำเงินพร้อมถีบหัวส่งทุกท่าน เขาไม่มาปกป้องท่านหรอก เขาจะบอกว่าเป็นความผิดของข้าราชการ”
จะเผาบ้านไล่หนูเพื่อเล่นงานคนเดียว?
เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยจะเสนอแก้ข้อบังคับประชุมสภาฯ ซึ่งจะต้องโหวตในสัปดาห์หน้า มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการรวบอำนาจ กรรมาธิการโดยเสียงข้างมาก มองอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า แน่นอน อันนี้ มันพิสูจน์ว่าแนวทางปฏิบัตินั้น ใช้ไม่ได้ คุณถึงต้องไปแก้ข้อบังคับ ดังนั้น แนวปฏิบัติที่คุณออกมาผิดกฎหมายแน่ๆ คุณตระหนักสิ่งนี้ จึงได้ไปแก้ข้อบังคับ
“แต่ถามว่าคุณจะเผาบ้านไล่หนู ล้มทั้งกระดาน เพียงเพื่อที่จะเล่นงาน รังสิมันต์ โรม อย่างนี้หรือ จะอยู่กันด้วยวิธีนี้หรือ เพียงเพราะกรรมาธิการตรวจสอบระบอบน้ำเงินอย่างนี้หรือ ผมคิดว่าการดำเนินการแบบนี้เป็นการทำลายระบบสภาฯ และขอให้ตระหนักว่า การทำแบบนั้นจะเป็นการจำกัดอำนาจสภาฯ และทำให้กรรมาธิการที่เป็นเสือกระดาษอยู่แล้ว วิธีการแบบนี้จะทำให้กรรมาธิการไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เลย ประโยชน์ตกอยู่กับใคร อยู่กับประชาชน หรือตกอยู่กับพวกพ้อง และผู้มีพระคุณ”นายรังสิมันต์ กล่าว
‘โรม’นั่งหัวโต๊ะกมธ.ไร้เงา‘ศุภชัย’ร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมซึ่งบรรยากาศ ในห้องประชุมพบว่ากมธ.ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมีเพียงนายศุภชัย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในวันนี้ ขณะที่นายณัฏฐ์ชนนได้ขอกลับมติ ที่ประชุมกมธ.การกฎหมาย 8 ต่อ 0 วานนี้ (4 พ.ย.) 2 กรณี ได้แก่ 1.มติที่คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯจะเรียกนายโสภณ เข้าชี้แจง ในประเด็นการออกแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ 35 คณะและ 2.มติที่คณะกรรมาธิการไม่รับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ 35 คณะซึ่งนายรังสิมันต์ ได้อนุญาตและให้ฝ่ายเลขานุการ กมธ.บันทึกไว้
ยันมติกมธ.เดิมเรียก‘ปธ.โสภณ’ชี้แจง
นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.การกฎหมายฯสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่ากมธ.ได้มีมติเชิญ นายโสภณ ซารัมย์ รวมถึงเลขาธิการ รองเลขาธิการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงประเด็นการออกแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะและขอยืนยันว่ามติของ กมธ. ยังคงเดิมไม่มีการกลับมติหรือเปลี่ยนแปลงตามที่มีกระแสข่าว
ส่วนกรณีนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ที่เข้าร่วมประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการลงมติส่วนตัวนั้น ขอชี้แจงว่าการขอเปลี่ยนเสียงลงมติรายบุคคลดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบ ให้มติรวมของกมธ.เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใดเป็นเพียงการบันทึกรับทราบไว้ในรายงานการประชุมเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้กำชับฝ่าย เลขานุการกมธ. เรื่องการเข้าร่วมประชุมของสส.โดยหากไม่เข้าประชุมจะต้องมีหนังสือแจ้งลาอย่างเป็นทางการ หากไม่มีหนังสือลาจะถือว่าขาดประชุมทันที
“ประเด็นตามข่าวว่าจะมีการกลับมติอะไรต่างๆ วันนี้ก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง มติที่เราเคยมีเมื่อวานก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่การที่ท่านณัฏฐ์ชนนได้พูดต่อที่ประชุมว่าขอเปลี่ยนแปลงเรื่องการลงมติของตัวท่าน ก็ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงอะไร เป็นเรื่องที่เราบันทึกเอาไว้ในที่ประชุมว่ารับทราบเท่านั้น” นายรังสิมันต์ กล่าว
ม็อบกำนันมะโนออกสตาร์ทแล้ว
เมื่อเวลา 09.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) นำโดย นายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ ได้ชุมนุมแถลงจุดยืนก่อนเคลื่อนขบวนรถไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยนายมะโน เปิดเผยว่าขณะนี้มีข้อเรียกร้อง 2 ข้อคือ ราคาน้ำมันต้องลดลงลิตรละ 10 บาททันที และขอให้รัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก
ส่วนการเดินทางนั้น นายมะโน บอกว่า จะมีจุดพักที่โคออป จ.สุราษฎร์ธานี และที่ จ.เพชรบุรี และอาจจะเพิ่มจุดพักที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ด้วย โดยคาดว่าจะถึงทำเนียบรัฐบาลไม่เกินวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ส่วนข้อกังวลคือมีข่าวว่าจะมีการดักเล่นงานที่ จ.ชุมพร ซึ่งจะต้องระวังตัว เพราะไม่ทราบว่าจะเจอรูปแบบไหน
รวมพลคาราวานเบื้องต้นได้ 40 คัน
เวลา 11.30 น. ม็อบได้เคลื่อนตัวเดินทางเข้ากรุงเทพฯมีผู้ทะเบียนแจ้งความประสงค์ร่วมเดินทางจำนวน 40 คัน ด้านพล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ใช้และนิยมอาวุธปืนว่าอยู่ระหว่างเตรียมนำมวลชนเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอเข้าพบและยื่นหนังสือต่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยระบุว่าได้ลงพื้นที่สำรวจจุดตั้งเต็นท์พักแรมบริเวณริมวัดและริมคลองในกรุงเทพฯไว้แล้วพร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์หุงหาอาหารเพื่อรองรับการปักหลักชุมนุมระยะยาว
พล.ต.ท.เรวัชกล่าวถึงกรณีนายมะโน เครือแก้ว หรือกำนันมะโน กำนันตำบลกระบี่น้อยอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ นำมวลชนและคาราวานรถยนต์รวมตัวกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลว่า “เที่ยวนี้กำนันนำ แต่ถ้าเที่ยวชาวปืนเนี่ยผมจะนำ” โดยยืนยันว่าในส่วนของกลุ่มผู้ใช้และนิยมอาวุธปืน ตนจะเป็นผู้นำเดินทางไปขอความกรุณาจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีด้วยตนเอง
ทางด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้กล่าวว่าตนไม่ได้อยู่ข้างหลังม็อบนปผ.แต่พร้อมยืนเคียงข้างประชาชน เพราะเขาเดือดร้อน
นายกฯให้ยึดตามหลักกฎหมาย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกำนันในพื้นที่ภาคใต้และภาคอีสานที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมัน โดยจะมาชุมนุมที่ทำเนียบฯว่า ก็เป็นสิทธิ แต่ขอให้ทำตามกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ
นายกฯย้ำว่าทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออก ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลทำทุกอย่าง เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน การที่กลุ่มใดหรือสถาบันใด มาแสดงความคิดเห็น ขอให้มาแสดงออกภายใต้สิทธิที่มีอยู่ในฐานะเป็นคนไทย และอยู่ภายใต้กฎหมายไม่ทำความเดือดร้อนให้กับสังคมและประชาชนทั่วไป โดยทุกคนใช้สิทธิของตนเองได้ รัฐบาลพร้อมยอมรับอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ท้องถิ่นอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยได้มีการพูดหรือส่งสัญญาณอะไรไปเพื่อให้เกิดความสงบหรือไม่ นายกฯ ย้ำว่า เป็นไปตามสิทธิตามกฎหมาย ต้องมาใช้สิทธิของตัวเอง ภายใต้ความสงบเรียบร้อย
ปชป.อัดโซลาร์ภาคปชช.เอื้อทุนใหญ่
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมวาระพิจารณากระทู้ถามสดของ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถึงข้อสงสัยในการบริหารจัดการโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนว่ามีการกำหนดเงื่อนไขเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใหญ่ เช่น การบังคับให้ผู้ประกอบการวางเงินหลักประกัน จำนวน 50,000 บาท ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่มีเงินทุนสูง อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตเรื่องความซ้ำซ้อนของการไฟฟ้าฯที่อาจลงมาแข่งขันกับภาคประชาชน พร้อมยังได้แสดงความห่วงใยถึงเป้าหมาย การติดตั้ง 1 ล้านครัวเรือน ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ซึ่งในอดีตสามารถติดตั้งได้เพียงปีละ 1.2 แสนครัวเรือนเท่านั้น พร้อมแฉเบาะแสการเรียกรับประโยชน์ว่า พบความผิดปกติในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จากเอกสารแบบสอบถามผู้ติดตั้งที่ระบุรับงานในราคา 1.1 แสนบาท ทั้งที่ราคากลางตั้งไว้ 1.4 แสนบาท จึงเกิดคำถามว่า “เงินส่วนต่าง 3 หมื่นบาทหายไปไหน มีการกินหัวคิวหรือไม่”
ขิงยันเจตนาหนุนSMEสกัดนายทุน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ชี้แจงว่าจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ รัฐบาลมุ่งหวังกันไม่ให้นายทุนใหญ่เข้ามาเบียดบังประโยชน์ของประชาชนโดยมีเจตนาที่จะกระจายรายได้และงานติดตั้งให้แก่ผู้ประกอบการระดับSME สำหรับการวางหลักประกันในช่วงแรก เป็นความกังวลของกระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้านครหลวง เพื่อป้องกันปัญหาผู้ประกอบการทิ้งงานหรือติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน แต่ปัจจุบันได้มีการปรับแก้เงื่อนไขให้เหมาะสมแล้ว ยืนยันว่าการไฟฟ้าฯทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการแบบ One-Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกและรับรองมาตรฐานเท่านั้น ไม่ได้ลงไปแข่งขันตัดราคาแข่งกับผู้ประกอบการรายย่อยแต่อย่างใด
นายเอกนัฏย้ำว่า“เรื่องกรอบเวลาและเป้าหมาย 1 ล้านหลัง รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพเป็นหลัก หากทำไม่ทันตามกรอบเวลา เงินกู้ส่วนที่ไม่ได้ใช้ก็ต้องส่งคืนคลัง ทั้งนี้ตัวเลขล่าสุดพบว่ามียอดผู้สนใจจองสิทธิ์เข้ามาแล้วเกินครึ่งหนึ่งของยอดติดตั้งปีที่ผ่านมา จึงเชื่อมั่นว่าหากได้รับความร่วมมือในการรณรงค์ โครงการจะบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย
มท.2สั่งตั้งกก.สอบปมร้อนเชียงใหม่
ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ชี้แจงประเด็นพาดพิงกรณีจ.เชียงใหม่ ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงแบบสอบถามภายในของผู้อำนวยการเขตเพื่อเช็คความพร้อมของผู้ประกอบการเท่านั้นไม่ใช่การทุจริตหรือหักหัวคิวโดยตนได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ราคา 1.4 แสนบาท เป็นเพียง“ราคาประเมินคุณภาพอุปกรณ์มาตรฐาน”ไม่ใช่ราคาขายคงที่ประชาชนมีสิทธิ์เลือกผู้ให้บริการและราคาได้อย่างอิสระ หากมีเอกชนรายใดติดตั้งได้ในราคา 80,000 บาท ประชาชนก็สามารถเลือกจ้างได้เลย โดยรัฐบาลจะยังคงช่วยสนับสนุนเงิน
นายพลพีร์กล่าวว่า นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส คณะทำงานทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของนายจูรีได้ทักแชตไลน์หาตนตลอดเวลาเพื่อขอให้รัฐบาลปรับเพิ่มราคาติดตั้งโดยอ้างว่าราคา 1.4 แสนบาท ผู้ประกอบการทำไม่ได้ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่นายจูรีนำมาอภิปรายในสภาว่าราคาแพงเกินไป และมีส่วนต่างทุจริต ดังนั้นประเด็นนี้สามารถมาพูดคุยรายละเอียดหลังจบการตอบกระทู้ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

