รอมฎอน จี้ นายกฯ ตั้งคกก.อิสระ สอบข้อเท็จจริง ปม ปชช.นราธิวาส อ้างถูกยิงจาก ฮ.ทหาร

รอมฎอน จี้ นายกฯ ตั้งคกก.อิสระสอบข้อเท็จจริง ปม ปชช.นราธิวาส อ้างถูกยิงจาก ฮ.ทหาร เตือนหากไม่คลี่คลายแบบโปร่งใส ยิ่งซ้ำวิกฤตศรัทธา- เพิ่มความหวาดระแวง
ที่รัฐสภา นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ และข้อเสนอต่อรัฐบาลว่า ตนได้เดินทางลงไปในพื้นที่ หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ จึงได้เดินทางไปดูที่เกิดเหตุ และพูดคุยกับผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่หลายจุด แต่หนึ่งในเหตุการณ์ที่มีการกล่าวหา คือ การยิงเด็กวัยรุ่นที่ อบต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส โดยมีการกล่าวหาว่ายิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ตนได้ลงพื้นที่ด้วย เนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ตนได้โพสต์ในโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เข้ามาตรวจสอบกรณีนี้ เพราะตนทราบข้อมูลมาจากคนในพื้นที่ และตรวจสอบจากผู้นำในพื้นที่นั้น ที่ยืนยันในเบื้องต้นว่ามีเหตุการณ์ยิงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จากคำบอกเล่าของผู้ประสบเหตุนั้นบอกว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์
นายรอมฎอน กล่าวอีกว่า ในข้อเท็จจริงเรื่องนี้มีอยู่ 2 มุมอย่างที่ตนได้บอก มุมของผู้ประสบเหตุ เป็นอีกมุมหนึ่งที่อ้างว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ แม้พยานหลักฐานต่างๆ พยานแวดล้อมจะทำให้เกิดความสงสัย ทางเรื่องวิถีกระสุนและการบาดเจ็บ แต่นี่คือคำบอกเล่าจากผู้ประสบเหตุเอง กับอีกคำอธิบายหนึ่งมาจากหน่วยงานราชการทั้ง หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ที่มีการสื่อสารออกสู่สาธารณะ และรายงานนายกรัฐมนตรี ที่ยืนยันว่า ไม่มีการกราดยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใดๆ เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ 10 ของ อ.จะแนะ
นายรอมฎอน กล่าวว่า ตนอยากสื่อสารถึงนายกฯ ว่า อยากให้ใช้อำนาจของท่านตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ควบคู่กับการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน เพราะเรื่องนี้หากความจริงไม่คลี่คลาย และได้รับความเชื่อมั่นเชื่อถือจากทุกฝ่ายจริงๆ ตนเกรงว่า ประเด็นปัญหาความจริงของหลายชุดเช่นนี้ จะเหมือนกับหลายกรณีก่อนหน้านี้ในชายแดนใต้ ที่ต่างคนต่างเล่าเรื่องกันไป ยิ่งทำให้เกิดความบาดหมาง หวาดระแวงต่อไปในอนาคต และแม้ว่าเมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายกฯ จะได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ไปสอบสวนข้อเท็จจริงตรงนี้ แต่ตนอยากเสนอแนะว่า แม่ทัพภาคที่ 4 เอง ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อกรณีเช่นนี้ ตนอยากเห็นงานที่ริเริ่มโดยฝ่ายการเมือง และรัฐบาลเอง เพื่อยืนยันว่า การไต่สวนความจริงจะมีความโปร่งใส และความชอบธรรมมากพอ
นายรอมฎอน กล่าวว่า ในกรณีข้อเท็จจริงที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วมีผู้รอดชีวิต ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 5 เดือนก่อน ที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่มีการพิสูจน์ทราบว่า ผู้ลงมือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ทำให้ประชาชนมีข้อกังขามากขึ้น อย่างไรก็ตามกระบวนการยุติธรรมตอนนี้ก็เดินกันไป แต่ระหว่างทางยังมีปัญหาอยู่ และกรณีนายกมลศักดิ์ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการยุติธรรมน่าจะเดินต่อไปได้ แต่อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เหตุการณ์ที่ตากใบ ปี 47 มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และมีคำถามเยอะมาก ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลได้ใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง และดึงเอาข้าราชการมาเป็นประธาน ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ทำให้ได้รับความเชื่อถือ
ตนจึงอยากเห็นความใส่ใจการคลี่ปมปัญหาตรงนี้จากนายกฯ และจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ต่อไปด้วย ซึ่งในตอนนี้เนื่องจากมีผู้รอดชีวิต แตกต่างแม้ข้อเท็จจริงอาจมองเห็นแตกต่างกันว่ากระสุนมาจากไหน ใครเป็นผู้กระทำก็ว่ากันไป แต่คนที่มีอำนาจน้อยกว่าในเวลานี้คือประชาชนที่ประสบเหตุ และมีข้าราชการท้องถิ่นเป็นพยาน ที่แนะนำผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล ตนจึงอยากให้รัฐบาลและทุกหน่วยงานให้หลักประกันที่มั่นใจว่า พวกเขาจะปลอดภัย และไม่ได้ถูกกดดันที่จะให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อหน้าสาธารณะ สื่อมวลชน หรือแม้กระทั่งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ในอนาคตหากนายกฯ จะตั้งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่ากระสุนถูกยิงมาจากภูเขาหรือเนิน นายรอมฎอน กล่าวว่า จริง ๆ ในถนนเส้นนั้น ด้านขวาเป็นแม่น้ำสายบุรี มีความชันที่ลึกลงไป ส่วนด้านซ้ายเป็นเนินขึ้นไป เป็นป่ารก ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่จากประสบการณ์ของตนคงเป็นไปได้ แต่มันคงมืดและยากมาก ซึ่งไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ และถ้าการลอบยิงในลักษณะนี้มีความมุ่งหมายต่อเจ้าหน้าที่ที่ติดอาวุธ ที่กำลังลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่รอยกระสุนกระจัดกระจาย ไม่ได้เป็นรอยเดียวเหมือนโดนกราดยิงมา และเราเห็นรอยเลือดใกล้ ๆ จุดนั้นที่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าพอผู้ประสบเหตุถูกยิงได้มีการคลานออกมาเพื่อหนี แต่ที่น่าสนใจผู้กำกับสภ.จะแนะ ได้บอกว่า หัวกระสุนเจอที่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งน่าสนใจที่พยานหลักฐานมันชัดมากขึ้น
เมื่อถามว่ามีนักวิชาการออกมาระบุว่าจากร่องรอยของกระสุนนั้นน่าจะเป็นปืนพกมากกว่า นายรอมฎอน กล่าวว่า แน่นอน อาจมีข้อโต้แย้ง ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีกลไกที่เป็นอิสระ และมีความเชี่ยวชาญมากพอในการรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันข้อมูลอย่างหนึ่งที่ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก คือการยิงตัวเอง หรือการสร้างพยานหลักฐานต่างๆ ดังนั้นข้อโต้แย้งสมมุติฐานต่างๆเป็นทฤษฎี แต่ท้ายที่สุดเราต้องการความจริงอย่างเดียว คือ ผ่านกระบวนการรวบรวมหลักฐานที่โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงไม่แปลกที่จะมีทฤษฎีเหล่านั้น ท้ายที่สุดเราต้องการความจริงผ่านกลไกที่เป็นอิสระมากพอ
“ถ้าถามจากใจผมนะ ตอนนี้แล้วกันผมว่าเขาถูกยิงแน่ ๆ จากมุมนั้น ส่วนจะมาจากเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ก็ต้องเผื่อใจไว้แล้วกัน ไม่ 100% เพราะอย่างที่บอก ผมได้รับข้อมูลมาบางส่วน ไม่ได้เห็นภาพ รับรู้ผ่านโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ คือทำให้ผมเชื่อในระดับหนึ่ง ในโพสต์แรกของผมรู้ว่าทัวร์ลงแน่นอนและลงจริงๆ แต่ถ้าผมไม่พยายามสื่อสารถึงหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ไม่พยายามหาข้อยืนยัน ผมจะรู้สึกว่าเรื่องนี้จะเหมือนหลายเหตุการณ์ที่จะจมหายไป” นายรอมฎอน กล่าว
นายรอมฎอน กล่าวอีกว่า จุดยืนของตนคือต้องการแก้ปัญหาภาพรวม เพื่อทวงถามรัฐบาล ตนไม่ได้มีอำนาจในการสั่งการ หน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ จากประสบการณ์ของตนถ้าปล่อยเรื่องนี้ทิ้งไปตนว่าแย่แน่ๆ วิกฤติศรัทธาเกิดขึ้นอีกครั้งแน่ๆ
นายรอมฎอน กล่าวว่า สิ่งที่ตนเจอตอนนี้ความเห็นของคนในพื้นที่ กับความเห็นของคนที่ปั่นกันในโลกออนไลน์มีระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ตนเข้าใจอคติ หรือทรรศนะของคนที่มองความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในลักษณะเหมารวม การพยายามโจมตีทั้งตัวตนเอง และพรรคประชาชน ท้ายที่สุดทำให้เกิดทัศนะที่แตกต่างกัน ถ้าปล่อยทิ้งไปจะทำให้เกิดความรู้สึกบาดหมางมากยิ่งขึ้น
นายรอมฎอน กล่าวว่า ในกรณีข้อเท็จจริงที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วมีผู้รอดชีวิต ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 5 เดือนก่อน ที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่มีการพิสูจน์ทราบว่า ผู้ลงมือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ทำให้ประชาชนมีข้อกังขามากขึ้น อย่างไรก็ตามกระบวนการยุติธรรมตอนนี้ก็เดินกันไป แต่ระหว่างทางยังมีปัญหาอยู่ และกรณีนายกมลศักดิ์ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง เพราะกระบวนการยุติธรรมน่าจะเดินต่อไปได้ แต่อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เหตุการณ์ที่ตากใบ ปี 47 มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และมีคำถามเยอะมาก ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลได้ใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง และดึงเอาข้าราชการมาเป็นประธาน ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ทำให้ได้รับความเชื่อถือ
ตนจึงอยากเห็นความใส่ใจการคลี่ปมปัญหาตรงนี้จากนายกฯ และจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ต่อไปด้วย ซึ่งในตอนนี้เนื่องจากมีผู้รอดชีวิต แตกต่างแม้ข้อเท็จจริงอาจมองเห็นแตกต่างกันว่ากระสุนมาจากไหน ใครเป็นผู้กระทำก็ว่ากันไป แต่คนที่มีอำนาจน้อยกว่าในเวลานี้คือประชาชนที่ประสบเหตุ และมีข้าราชการท้องถิ่นเป็นพยาน ที่แนะนำผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล ตนจึงอยากให้รัฐบาลและทุกหน่วยงานให้หลักประกันที่มั่นใจว่า พวกเขาจะปลอดภัย และไม่ได้ถูกกดดันที่จะให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อหน้าสาธารณะ สื่อมวลชน หรือแม้กระทั่งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ในอนาคตหากนายกฯ จะตั้งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่ากระสุนถูกยิงมาจากภูเขาหรือเนิน นายรอมฎอน กล่าวว่า จริง ๆ ในถนนเส้นนั้น ด้านขวาเป็นแม่น้ำสายบุรี มีความชันที่ลึกลงไป ส่วนด้านซ้ายเป็นเนินขึ้นไป เป็นป่ารก ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่จากประสบการณ์ของตนคงเป็นไปได้ แต่มันคงมืดและยากมาก ซึ่งไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ และถ้าการลอบยิงในลักษณะนี้มีความมุ่งหมายต่อเจ้าหน้าที่ที่ติดอาวุธ ที่กำลังลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่รอยกระสุนกระจัดกระจาย ไม่ได้เป็นรอยเดียวเหมือนโดนกราดยิงมา และเราเห็นรอยเลือดใกล้ ๆ จุดนั้นที่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าพอผู้ประสบเหตุถูกยิงได้มีการคลานออกมาเพื่อหนี แต่ที่น่าสนใจผู้กำกับสภ.จะแนะ ได้บอกว่า หัวกระสุนเจอที่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งน่าสนใจที่พยานหลักฐานมันชัดมากขึ้น
เมื่อถามว่ามีนักวิชาการออกมาระบุว่าจากร่องรอยของกระสุนนั้นน่าจะเป็นปืนพกมากกว่า นายรอมฎอน กล่าวว่า แน่นอน อาจมีข้อโต้แย้ง ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีกลไกที่เป็นอิสระ และมีความเชี่ยวชาญมากพอในการรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันข้อมูลอย่างหนึ่งที่ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก คือการยิงตัวเอง หรือการสร้างพยานหลักฐานต่างๆ ดังนั้นข้อโต้แย้งสมมุติฐานต่างๆเป็นทฤษฎี แต่ท้ายที่สุดเราต้องการความจริงอย่างเดียว คือ ผ่านกระบวนการรวบรวมหลักฐานที่โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงไม่แปลกที่จะมีทฤษฎีเหล่านั้น ท้ายที่สุดเราต้องการความจริงผ่านกลไกที่เป็นอิสระมากพอ
“ถ้าถามจากใจผมนะ ตอนนี้แล้วกันผมว่าเขาถูกยิงแน่ ๆ จากมุมนั้น ส่วนจะมาจากเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ก็ต้องเผื่อใจไว้แล้วกัน ไม่ 100% เพราะอย่างที่บอก ผมได้รับข้อมูลมาบางส่วน ไม่ได้เห็นภาพ รับรู้ผ่านโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ คือทำให้ผมเชื่อในระดับหนึ่ง ในโพสต์แรกของผมรู้ว่าทัวร์ลงแน่นอนและลงจริงๆ แต่ถ้าผมไม่พยายามสื่อสารถึงหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ไม่พยายามหาข้อยืนยัน ผมจะรู้สึกว่าเรื่องนี้จะเหมือนหลายเหตุการณ์ที่จะจมหายไป” นายรอมฎอน กล่าว
นายรอมฎอน กล่าวอีกว่า จุดยืนของตนคือต้องการแก้ปัญหาภาพรวม เพื่อทวงถามรัฐบาล ตนไม่ได้มีอำนาจในการสั่งการ หน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ จากประสบการณ์ของตนถ้าปล่อยเรื่องนี้ทิ้งไปตนว่าแย่แน่ๆ วิกฤติศรัทธาเกิดขึ้นอีกครั้งแน่ๆ
นายรอมฎอน กล่าวว่า สิ่งที่ตนเจอตอนนี้ความเห็นของคนในพื้นที่ กับความเห็นของคนที่ปั่นกันในโลกออนไลน์มีระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ตนเข้าใจอคติ หรือทรรศนะของคนที่มองความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในลักษณะเหมารวม การพยายามโจมตีทั้งตัวตนเอง และพรรคประชาชน ท้ายที่สุดทำให้เกิดทัศนะที่แตกต่างกัน ถ้าปล่อยทิ้งไปจะทำให้เกิดความรู้สึกบาดหมางมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

