อดีตนักบิน ทอ. ย้ำ รอพิสูจน์ความจริงก่อน ปมเฮลิคอปเตอร์ยิงวัยรุ่นในพื้นที่ชายแดนใต้

วันนี้ 28 สิงหาคม 2569 นาวาอากาศโท อรรถยุทธ ขาวสะอาด อดีตนักบินเฮลิคอปเตอร์กองทัพอากาศ โพสต์เฟซบุ๊ก Athayuth Khaosa-ard ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ยิงวัยรุ่นในพื้นที่ โดยมีข้อความระบุว่า "บทสรุปของผมต่อเหตุการณ์นี้ เป็นความเห็นส่วนตัว ยิ่งผมติดตามข่าว ผมยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีคำถามมากกว่าคำตอบครับ จากเดิมที่มีเพียงข้อกล่าวอ้างว่า… “มีเฮลิคอปเตอร์อยู่เหนือพื้นที่ และมีเสียงปืน ก่อนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ”
เรื่องราวค่อย ๆ ถูกต่อเติมด้วยข้อมูลต่าง ๆ ทั้งรอยกระสุน หัวกระสุน ปลอกกระสุน M16 คำบอกเล่าของพยาน ไปจนถึงข้อมูลจากแหล่งข่าวที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่
แต่สิ่งที่เราต้องระวัง…อย่างยิ่ง คือ

ข้อมูลแต่ละชิ้นที่ดูเหมือนจะสนับสนุนกัน ไม่ได้หมายความว่าเราพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเหล่านั้นได้แล้ว !! มีเฮลิคอปเตอร์อยู่ในพื้นที่ ไม่ได้แปลว่าเฮลิคอปเตอร์เป็นผู้ยิง พบกระสุน M16 ไม่ได้บอกว่า กระสุนนั้นถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ พบรอยกระสุน ไม่เท่ากับว่า รอยเหล่านั้นเกิดจากเหตุการณ์เดียวกันทั้งหมดมีเสียงปืนพร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ ไม่เท่ากับ พิสูจน์ว่าเสียงปืนมาจากเฮลิคอปเตอร์นั้นจริง
และถ้าจะมีข้อมูลใหม่ เช่น มีผู้กล่าวอ้างว่าเห็นแสงเลเซอร์จากเฮลิคอปเตอร์ชี้ไปยังผู้บาดเจ็บ ข้อมูลนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเช่นเดียวกัน ไม่ควรถูกนำไปต่อเป็น “หลักฐาน” เพียงเพราะมันสอดคล้องกับเรื่องเล่าที่เรามีอยู่แล้ว สิ่งที่ผมกังวลที่สุดจึงไม่ใช่แค่ว่า “ใครยิง” แต่เรากำลังพิสูจน์ความจริง หรือกำลังนำข้อมูลที่ยังไม่พิสูจน์มาต่อกัน จนเกิดเรื่องราวที่ดูเหมือนจริงขึ้นมา ?! ในทางตรรกะ หากจุดตั้งต้นยังเป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง การหาเหตุผลอื่นมาสนับสนุน ข้อกล่าวอ้างนั้น จะไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างกลายเป็นข้อเท็จจริงโดยอัตโนมัติ มันอาจสร้าง “เรื่องเล่าที่สมเหตุสมผล” ได้
แต่เรื่องเล่าที่สมเหตุสมผล ไม่เท่ากับข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว และในทางกลับกัน ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการรีบสรุปว่าผู้บาดเจ็บหรือพยานพูดไม่จริง เพียงเพราะข้อมูลบางอย่างยังไม่สอดคล้องกับคำชี้แจงของฝ่ายรัฐทั้งสองด้านต้องพิสูจน์ด้วยมาตรฐานเดียวกัน สุดท้ายแล้ว ผมไม่ได้ต้องการให้สังคมเลือกเชื่อว่า “ฮ. ยิง” หรือ “ฮ. ไม่ได้ยิง” ก่อนที่กระบวนการพิสูจน์จะเสร็จสิ้น ผมเพียงอยากให้เราหยุดสักนิด แล้วถามตัวเองว่า “สิ่งที่เรากำลังเชื่ออยู่นั้น เป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว หรือเป็นเพียงเรื่องราวที่ถูกเล่าจนมันฟังดูเหมือนจริง?” เพราะถ้าความจริงคือสิ่งที่เราต้องการ เราต้องยอมให้หลักฐานเป็นคนตอบ ไม่ใช่ให้อคติของเราเป็นคนตอบแทนหลักฐาน
และถ้าสุดท้ายพิสูจน์ได้ว่าเฮลิคอปเตอร์ยิงจริง ก็ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ยิง สังคมก็ต้องกล้า ยอมรับความจริงเช่นเดียวกัน ก่อนเลือกข้าง เราควรเลือก “กระบวนการพิสูจน์ความจริง” ก่อนเสมอ #เฮลิคอปเตอร์ #กราดยิง #3จชต"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Athayuth Khaosa-ard
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

