DSI เตรียมหมายเรียกรอบ 2 สส.ภูเก็ต พรรคส้ม แจงปมนอมินีอสังหาฯ

”สส.สมชาติ"ตั้งแต่ 22 ส.ค.69 แต่เจ้าตัวไม่อยู่ บ้านปิดไร้คนรับเอกสาร ล่าสุดDSIส่งหมายเรียกครั้งที่ 2นัดสอบปากคำสัปดาห์หน้า ด้าน“สส.สมชาติ” โต้Fb “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร - จักรวาลด้อมส้ม”ยันไม่เคยข้องเกี่ยวบ้านและรีสอร์ตของกิจการบริษัท
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันว่าคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง เรื่องสืบสวนเกี่ยวกับนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวน พบว่านายสมชาติ เตชถาวรเจริญ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในจังหวัดภูเก็ตร่วมกับชาวต่างชาติ ได้มีการส่งเอกสารหมายเรียกพยานไปยังบ้านพักของนายสมชาติเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.69 ที่ผ่านมา เพื่อนัดหมายสอบปากคำนายสมชาติ ในฐานะพยานในวันที่ 31 ส.ค.69 แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยได้แจ้งว่าบ้านนายสมชาติ ถูกปิดไว้ ดังนั้น คณะพนักงานสืบ สวน กองคดีความมั่นคง จึงต้องจัดทำเอกสารหมายเรียกพยานครั้งที่ 2 เพื่อนัดหมายนายสมชาติ ให้เข้ามาให้ข้อมูลใหม่อีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า
ขณะที่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่าตนยังยืนยันว่าจนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้รับเอกสารหมายเรียกพยานของดีเอสไอ รวมถึงไม่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรายใดประสานติดต่อมาทางเบอร์โทรศัพท์อีกด้วย เพราะถ้าหากมีเอกสารหมายเรียกพยานมาจริง ตนก็พร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ช่วงที่ตนโพสต์ข้อความลงบนเพจเฟซบุ๊กตัวเอง ตนก็ได้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจเดินทางขอเข้าพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอแล้ว และได้ส่งเอกสารแสดงความบริสุทธิ์ใจขอให้ดีเอสไอนัดหมายวันเข้าพบให้ข้อมูล ซึ่งก็มีตัวแทนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรับเอกสารไปไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีใครประสานตนมาแต่อย่างใด แม้จะมีกระแสข่าวหลายสำนักลงข่าวกันว่าทางดีเอสไอได้นัดหมายให้ตนเข้าพบและให้ข้อมูลในวันที่ 31 ส.ค.69 แต่จนถึงตอนนี้ตนก็ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าวเลย ย้ำว่าตนไม่มีเหตุขัดข้องใดๆ พร้อมให้ข้อมูลเต็มที่
เมื่อถามว่ากรณีที่เพจเฟสบุ๊ค “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร - จักรวาลด้อมส้ม“ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อของนายสมชาติ เป็นกรรมการบริษัทฯ โดยพาดพิงว่า “บริษัทได้มีการทยอยปิดกิจการ หลังจากเปิดมาแล้ว 10 ปี“ นั้น นายสมชาติ ชี้แจงว่าค่อนข้างเป็นผลกระทบ เพราะมีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เริ่มถูกขุดข้อมูลเกี่ยวกับบ้านและรีสอร์ต ซึ่งตนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องในตัวบ้านและรีสอร์ตนั้นๆ แม้แต่น้อย แต่ลักษณะเหมือนเป็นการที่เพจเฟสบุ๊ครายนี้ไปค้นหาข้อมูลแล้วนำมาปะติดปะต่อเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งก็ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นจริงๆ ค่อนข้างได้รับความเดือดร้อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

