‘ดีอี’กางไทม์ไลน์ TH-AI Passport ลงทะเบียน19ส.ค. เปิดใช้31สิงหานี้

“ไชยชนก” เผย “ดีอี” เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนโครงการ “TH-AI Passport” จำนวน 5 ล้านสิทธิ กางแผนทดสอบระบบ 19 ส.ค.-เปิดใช้งานจริง 31 ส.ค นี้ จ่อใช้งบกองทุนดีอี จ่ายตามการใช้งาน รับลูกคณะกรรมการกองทุนฯปรับแผนใช้เงินปี 70–74 เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี)เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ว่า วันนี้กระทรวงดีอีได้รับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการฯให้กลับไปปรับปรุงแผนการใช้เงินกองทุนดีอี ตั้งแต่ปี 2570 – 2574 ให้เป็นรูปธรรมและมองในระยะยาวมากขึ้น เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ปัจจุบันกองทุนดีอี มีเงินคงเหลือราว 2,000 ล้านบาท โดยรายละเอียดการใช้งบฯ กองทุนปี 2570 จะต้องรอปรับแผนให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและแผนโครงสร้างพื้นฐานอีกครั้งในช่วงสิ้นเดือนส.ค.นี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการประเมินโครงการรอบแรก แต่เบื้องต้นคาดว่าจะเน้นไปที่การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การนำระบบภาครัฐขึ้นสู่ระบบ Cloud (GTC)
ทั้งนี้ โครงการ TH-AI Passport จะยังคงใช้แหล่งเงินจากกองทุนดีอีในปีงบประมาณ 2569 นี้แต่ในปี 2570 ยังไม่มีข้อสรุปว่า จะใช้แหล่งเงินจากกองทุนดีอีอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการประเมินโครงการรอบแรก
สำหรับไทม์ไลน์โครงการ TH-AI Passport นายไชยชนก ชี้แจงว่ากระทรวงดีอีได้ตรวจสอบรายละเอียดสัญญาแนบท้ายทีโออาร์ (TOR)ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อส.)ส่งกลับมาแล้ว และมีความพร้อมเดินหน้าโครงการเต็มที่
โดยเตรียมแถลงข่าวรายละเอียดโครงการ ภายใน 1-2 วันนี้ แต่ในเบื้องต้นมีกำหนดเปิดทดสอบระบบลงทะเบียนเข้าโครงการ (Pre-registered)ในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ (Launch) 28 สิงหาคม 2569 และเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีจะออกคิวอาร์โค้ด ให้ผู้ที่สนใจกรอกรายละเอียดลงทะเบียน และใช้แอปฯ ThaiD ยืนยันตัวตน โดยจำกัดเพดานผู้ได้รับสิทธิจำนวน 5 ล้านคน สำหรับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) ตามปริมาณการใช้งานจริง ไม่ใช่การจ่ายเหมาจ่าย
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการจับตาว่าจะมีการขยายโครงการเพิ่มหรือไม่นั้น เบื้องต้นอยากรอดูผลการประเมินโครงการในครั้งนี้หลังจากได้ใช้งานก่อนว่าผลออกมาเป็นอย่างไร จะต้องดำเนินการต่อหรือไม่ อีกส่วนเนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่อง AI จึงมองว่าเมื่อถึงเวลานั้นอาจจะต้องมาประเมินกันใหม่เพื่อทำให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุด
นายไชยชนกยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังสัยถึงการไม่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า ตนไม่เคยหายหน้าไปไหน ยืนยันว่าติดภารกิจจริง ๆและได้ทำตามอำนาจหน้าที่ โดยได้มีการมอบหมายและสั่งการให้ข้าราชการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทุกคนให้ความร่วมมือในการประชุมดังกล่าวอย่างเต็มที่

