ปธ.วิปรัฐบาล ซัดฝ่ายค้าน ยันชีวิต-ความปลอดภัยพี่น้องใต้ ไม่ใช่เครื่องมือการเมืองของฝ่ายไหน

‘ปธ.วิปรัฐบาล’ โต้ ‘ฝ่ายค้าน’ ยัน ‘ชีวิต-ความปลอดภัย’ พี่น้องชายแดนใต้ ไม่ใช่ ‘เครื่องมือ-ข้ออ้าง’ การเมืองของฝ่ายไหน ยันดันญัตติด่วนเข้าสภาฯไม่ได้ปิดกั้นถก ‘รายงาน กกต.’
วันที่ 5 กันยายน 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีเกิดข้อถกเถียงเรื่องการจัดลำดับวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับรายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยยืนยันว่า ชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ไม่ใช่ “เครื่องมือ” หรือ “ข้ออ้าง” ทางการเมืองของฝ่ายใด
นายกรวีร์ ระบุว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านมา มีความพยายามโยงประเด็นในสภาให้กลายเป็นเกมการเมือง โดยกล่าวหาว่าฝ่ายรัฐบาลหยิบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา เพื่อบังหน้าและหลีกเลี่ยงการอภิปรายรายงานของ กกต. ซึ่งมองว่าเป็นการตีความผ่านกรอบและอคติทางการเมืองมากเกินไป ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่มีความซับซ้อน
ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่ค้างการพิจารณาและมีการพูดคุยกันมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นเร่งด่วนของสถานการณ์ เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ความสงบของพื้นที่ และชีวิตของพี่น้องประชาชน จึงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อให้สภานำเรื่องขึ้นมาพิจารณาโดยเร็ว
“เมื่อมีเรื่องเร่งด่วน สภาก็ควรให้พื้นที่เพื่อหาทางออก ก่อนจะมีการลงมติ มีการถกเถียงกันหลายชั่วโมง โดยฝ่ายค้านเห็นว่าควรพิจารณารายงานของ กกต. ตามระเบียบวาระก่อน แล้วจึงเข้าสู่ปัญหาชายแดนใต้ ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า ปัญหาชายแดนใต้ถูกเลื่อนการพิจารณามาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน จึงควรนำขึ้นมาพิจารณาก่อน แล้วค่อยเข้าสู่วาระรายงานของ กกต.” นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวว่า เรื่องมีเพียงเท่านี้ ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน และข้อเท็จจริงที่ต้องทำความเข้าใจคือ การจัดลำดับให้ญัตติปัญหาชายแดนใต้ขึ้นมาพิจารณาก่อน ไม่ได้ทำให้รายงาน กกต. ตกไปจากระเบียบวาระ ไม่ได้ปิดกั้นการอภิปราย และไม่ได้ทำให้สมาชิกคนใดหมดสิทธิตั้งคำถาม
ทั้งนี้ รายงานประจำปีของ กกต. ยังคงอยู่ในระเบียบวาระของสภา โดยฝ่ายรัฐบาลพร้อมเข้าสู่การพิจารณา และเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปราย ตรวจสอบ และตั้งคำถามได้อย่างเต็มที่ตามข้อบังคับ
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า การรับทราบรายงานประจำปีของ กกต. เป็นการพิจารณาและตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และไม่ใช่การพิจารณาการทำงานของฝ่ายบริหาร แต่เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของหน่วยงาน
“รัฐบาลจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ กกต. สภาเปิดพื้นที่ให้ทำได้เต็มที่ตามข้อบังคับอยู่แล้ว ไม่มีใครห้าม และไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านที่อยากจะอภิปราย สมาชิกจากทุกพรรคการเมืองก็มีสิทธิตั้งคำถามต่อการทำงานของ กกต. ได้“ นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ ระบุอีกว่า ฝ่ายรัฐบาลเองก็มีประเด็นที่ต้องการซักถามและต้องการคำตอบจาก กกต. เช่นกัน เพราะหลักการสำคัญคือ ทุกองค์กรต้องถูกตรวจสอบโดยสภา รวมถึง กกต. และองค์กรอิสระอื่น ๆ
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นคือการนำปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ซึ่งเป็นสถานการณ์เร่งด่วนและกระทบต่อชีวิตประชาชน ไปสร้างวาทกรรมว่าเป็นแผนปิดปากหรือหลีกเลี่ยงประเด็นทางการเมือง
“การกระทำแบบนั้นต่างหาก ที่กำลังใช้ความทุกข์ร้อนของคนชายแดนใต้ ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง” นายกรวีร์ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

