แก้วตา เปิดใจครบรอบ 1 ปี MOA ย้ำชัด วันนั้นทำไมถึงเลือก งดออกเสียง

วันที่ 5 กันยายน 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี MOA เห็น political influencers หลายท่านออกมาย้อนทบทวนการ “โหวตน้ำเงิน” ครั้งนั้น และมีการพูดถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ดิฉันคิดว่าสองเรื่องนี้สามารถวิจารณ์ได้พร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เรื่องหนึ่งมาหักล้างอีกเรื่องหนึ่ง
ในปี 2566 พรรคเพื่อไทยหรือ “แดง” เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทยหรือ “น้ำเงิน” และได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
แน่นอนว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนั้นมีเรื่องที่ควรถูกวิจารณ์ไม่น้อย แต่ในทางการเมือง อย่างน้อยประชาชนที่ลงคะแนนเลือกพรรคเพื่อไทยก็ยังได้เห็นพรรคที่ตนเองเลือกเข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี และสามารถนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปบรรจุและผลักดันเป็นนโยบายของรัฐบาลได้ส่วนหนึ่ง
ไม่ได้หมายความว่าทุกนโยบายทำสำเร็จ และรัฐบาลก็ไม่ได้อยู่ครบวาระ ก่อนการเมืองจะเกิดการเปลี่ยนขั้วในเวลาต่อมา
แต่ประเด็นสำคัญสำหรับดิฉันคือ เสียงของประชาชนถูกนำไปใช้แล้วประชาชนได้อะไรกลับมาบ้าง
นี่คือเหตุผลที่ดิฉันแยกเรื่อง “การร่วมรัฐบาล” ออกจาก “การยกมือเลือกนายกรัฐมนตรีให้พรรคอื่น โดยตัวเองไม่ร่วมรัฐบาล” อย่างชัดเจน
การร่วมรัฐบาลหมายความว่าคุณต้องรับผิดชอบต่อรัฐบาลนั้นเต็ม ๆ ทั้งสิ่งที่ทำสำเร็จและสิ่งที่ล้มเหลว แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็มีอำนาจบริหารที่จะผลักดันนโยบายของประชาชนที่เลือกคุณมา
ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในปี 2568 ดิฉันยืนยันมาตั้งแต่วันนั้นว่า ทางเลือกที่เหมาะสมกว่าคือ “งดออกเสียง”
เพราะการงดออกเสียงแล้วปล่อยให้กลไกประชาธิปไตยและเสียงข้างมากทำงาน เป็นการยึดหลักการที่ถูกต้อง ไม่ใช่การนำเสียงของประชาชนไปโหวตให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยเกิดขึ้น
หากเราไม่ต้องการร่วมรัฐบาลกับพรรคหนึ่ง ดิฉันก็ยังไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องนำเสียงที่ประชาชนมอบให้ ไปใช้เพื่อสถาปนาผู้นำของพรรคนั้นขึ้นสู่อำนาจฝ่ายบริหาร โดยที่เราเองไม่ได้เข้าไปบริหารและไม่ได้มีอำนาจผลักดันนโยบายที่ประชาชนเลือกเรามา
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์คือประชาชนที่เลือกเรามาไม่ได้อะไรกลับไปอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งไม่ได้เห็นพรรคของตนเองเข้าไปบริหาร และไม่ได้เห็นนโยบายที่เลือกเรามาถูกผลักดันผ่านอำนาจฝ่ายบริหาร
MOA อาจมีเงื่อนไขและเป้าหมายทางการเมือง แต่ท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรีไม่ได้เกิดขึ้นจากกระดาษหนึ่งแผ่น
นายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นจากมือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยกให้
ดังนั้น “ไม่ได้ร่วมรัฐบาล” อาจหมายถึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อการบริหารทุกเรื่องของรัฐบาลนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องรับผิดชอบต่อ การตัดสินใจของตัวเองในวันที่เลือกให้รัฐบาลนั้นเกิดขึ้น
และนี่ไม่ใช่การแข่งขันว่าแดง ส้ม หรือน้ำเงิน ใคร “สะอาด” กว่าใคร
สำหรับดิฉัน คำถามที่สำคัญกว่าคือ
เมื่อประชาชนมอบอำนาจผ่านบัตรเลือกตั้งให้เราแล้ว เรานำอำนาจนั้นไปทำอะไร และประชาชนได้รับอะไรกลับไป
พรรคที่ร่วมรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองบริหาร
พรรคที่ยกมือเลือกนายกรัฐมนตรีก็ต้องรับผิดชอบต่อมือที่ตัวเองยก
หนึ่งปีผ่านไป ดิฉันจึงยังยืนยันจุดยืนเดิมว่า
วันนั้นดิฉันอยู่ข้าง “งดออกเสียง” เพราะเป็นการยึดหลักการและเปิดทางให้กลไกเสียงข้างมากทำงาน และวันนี้ก็ยังคิดว่าเป็นทางเลือกที่ถูกต้องกว่าค่ะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

