สิริพงศ์ ไม่ขัด สนธิ จ่อลงถนน ไม่ปิดกั้นคนเห็นต่าง ยันเอาจริงปราบทุนเทา โต้ข้อครหาเขากระโดง-ฮั้ว สว. ย้ำ รบ.ไม่ได้ประวิงเวลา ทุกอย่างทำเต็มที่

7 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวถึงทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" ในส่วนของการดำเนินงานของรัฐบาลว่า การชุมนุมการเห็นแตกต่างทางความคิดเห็นเป็นเรื่องปกติเป็นสิทธิที่สามารถทำได้แต่ตนในฐานะเป็นรัฐมนตรี ต้องขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในภาพรวมว่าในปัจจุบันรัฐบาลมีการดำเนินการในประเด็นเรื่องทุนเทาตนคิดว่าคนไทยทุกคนสร้างกันดีว่าการมีทุนเทาไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แต่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่ประชาชนได้เห็นคือรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินดำเนินการปราบปรามทุนเทาวันนี้เราได้เนรเทศชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยไปแล้วสองรายคือชาวอิสราเอลและชาวฝรั่งเศส แต่การเนรเทศเป็นเรื่องส่วนตัวปัจเจกบุคคลจะไปเหมารวมประเทศไม่ได้ ทุกๆ ประเทศล้วนมีคนไทยไปทำงานอยู่ทั้งสิ้น ดังนั้นเรื่องการดำเนินการจึงเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจัง
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นคลาสสิกที่ในทุกครั้งถ้ารัฐบาลกำลังมีผลงานอยู่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาประจำคือเรื่องเขากระโดงและฮั้ว สว. ในกรณีเขากระโดงตอนนี้การรถไฟได้ดำเนินการฟ้องศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น 24 คดี จำนวน 108 แปลง ประมาณ 800 ไร่ ซึ่งล้วนเป็นแปลงใหญ่ส่วนแปลงที่ยังไม่ได้ฟ้องคือประเภท น.ส.3 เป็นที่แปลงเล็กยิบย่อย ซึ่งศาลจะนัดต่อไปในวันที่ 22 ก.ย.นี้
“นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้มีการประวิงเวลาหรือว่าเอื้อในกรณีที่รัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแล เราทำงานอย่างเต็มที่ ” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่อง ฮั้ว สว. นั้น วันนี้ในการวินิจฉัยต่างๆเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ หน้าที่ของเราเมื่อถูกกล่าวหา ก็มีหน้าที่ชี้แจงเพิ่มเติมในกรณีที่ กกต.ขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่ในหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือ36 ก็เป็นการรวบรวมเอกสารหลักฐาน โดย กกต.เองทั้งสิ้น เรายังไม่มีโอกาส แม้กระทั่งตนที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา ก็ยังไม่เคยถูกเรียกเข้าไปแล้วให้ถ้อยคำอะไรเลย แม้แต่ครั้งเดียว ฉะนั้นในการดำเนินการคิดว่าเป็นเรื่องของกกต. ที่เป็นองค์กรอิสระ
“แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องฝากวิงวอน คือเมื่อเราหวังให้เขาทำงานอย่างอิสระ ก็อย่าไปกดดันในการทำงาน ในส่วนของรัฐบาลในส่วนพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรในทุกคดีเราพร้อมยอมรับหมด” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ก็ขอให้ติดตามในการทำงานของรัฐบาลที่พยายามขับเคลื่อนอยู่ เช่น กรณีการโกงสอบท้องถิ่น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคที่นายอนุทิน มาเป็นนายกฯ แต่การสอบท้องถิ่นมีการดำเนิน มาเป็นระยะเวลานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2562 ด้วยซ้ำ สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ตอนนี้คือให้อำนาจหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปตามจับ ซึ่งจะเห็นว่าวันนี้มีตัวแปรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา และยืนยันว่าไม่มีการตัดตอน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลหลังจากเลือกตั้งเสร็จเราเพิ่งทำงานมาสู่เดือนที่ 5 หลายอย่างที่เราพยายามเร่ง ทำผลงานให้กับประชาชนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ เช่น วันที่ 14 ก.ย.ที่จะถึงนี้ให้ลองดูในบิลค่าไฟว่าถูกลงหรือไม่ ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลว่า 200 หน่วยแรก ค่าไฟ 3 บาท จะลดลงอีก 10 สตางค์ หลังหักค่าใช้จ่ายไฟสาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่รัฐบาลพยายามเร่งดำเนินการอยู่ ขอยืนยันว่าในการกล่าวหาหรือให้ร้ายรัฐบาล เป็นสิ่งที่คนมีความเห็นต่างสามารถดำเนินการได้
“การชุมนุมต่างๆ ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ถ้าถามว่ามีความกังวลหรือไม่ก็ต้องบอกว่ามีความกังวลอย่างเดียวคือกังวลว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จึงเป็นหน้าที่ที่ผมต้องออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนให้รับทราบข้อมูลในอีกมุมหนึ่ง” นายสิริพงศ์ กล่าว

