สส.ปชน.แฉงบ 164 ล้าน สำนักงานกิจการยุติธรรม ละลายไปกับบุคลากร-คอมพิวเตอร์ 98% ซัดทำงานหลักได้แค่ 2%

9 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 21 งบประมาณกระทรวงยุติธรรม
นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.ฯ ว่า ตนขอปรับลดงบประมาณลง 5% โดยเฉพาะของสำนักงานกิจการ ยุติธรรม เนื่องจากตนไม่อาจแน่ใจในประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม เหตุผลเมื่อเวลาหน่วยงานใดๆ ของภาครัฐทำงานเรามักจะเห็นอุปสรรคของการทำงานแยกเป็นไซโล เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ท่วงท่ามาตรฐานในการแก้ปัญหาไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็คือ บอกว่าหากลไกมาเพื่อที่จะทลายไซโลทำงานร่วมกัน และเมื่อทะลายไซโลและมีกลไกแล้วทำอย่างไรต่อ นั่นคือต้องมีหน่วยงานในการทำหน้าที่ธุรการให้ ยังไม่พอสิ่งต่อไปก็พบว่า ไม่สามารถขอข้อมูลไม่สามารถเชื่อมโยงบูรณาการ กับหน่วยงานอื่นได้ ก็ขอระบบสารสนเทศ ขอสำนักงานของตัวเอง กลายเป็นอีกไซโลใหม่ ที่ได้ขึ้นมาพร้อมกับค่าใช้จ่าย ที่เป็นภาษี ที่ประชาชนต้องจ่าย
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกัน สิ่งนี้เกิดขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม มีการตั้งคณะกรรมการ พัฒนาการ บริหารงานธุติธรรมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติ เมื่อปี พ.ศ.2549 ซึ่งตนกำลังจะกล่าวถึงงบประมาณ โดยคณะกรรมการชุดนี้ มีการมอบหมายให้ สำนักงานกิจการยุติธรรมทำหน้าที่ธุรการ ซึ่งนอกจากทำหน้าที่ธุรการแล้ว ยังทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์นโยบาย ทำแผนยุทธศาสตร์และพยายามบูรณาการงานด้านยุติธรรมเข้าไว้ด้วยกัน นับตั้งแต่นั้นมา งบประมาณของสำนักงานกิจการยุติธรรม มีการขยายตัวขึ้นเรื่อยๆจากไม่กี่สิบล้านบาทจนในปีงบประมาณ 2570 มีการของบประมาณทั้งสิ้น 164.8 ล้านบาท ถ้าหากดูส่วนนี้อาจจะคิดว่าน้อยสำหรับหน่วยงานหน่วยงานหนึ่ง แต่ตนอยากให้ไปดูไส้ในว่ามีการใช้งบประมาณ อะไรบ้างกับ 164.8 ล้านบาทนี้ โดยแบ่งเป็น 3 แผนงาน ดังนี้ 1.แผนงานบุคลากรภาครัฐ 49.7 ล้านบาท 2.แผนงานปรับสมดุลพัฒนาระบบ บริหารจัดการภาครัฐ 58.74 ล้านบาท และ 3.แผนงานพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 56.5 ล้านบาท
นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ดูเท่านี้เหมือนไม่มีอะไร แต่อยากให้ทราบว่าดัชนีชี้วัดความสำเร็จของหน่วยงาน มีเพียงแค่ตัวเดียว คือพัฒนาเครื่องมือ ดัชนีชี้วัดเพื่อยกระดับกระบวนการ ยุติธรรม กับเงิน 164 ล้านบาท และอยากให้ลองดูรายละเอียด ที่ลงลึกเข้าไปในแต่ละแผนงาน สำหรับแผนงานที่ 2 แผนงานปรับสมดุลพัฒนาระบบ บริหารจัดการภาครัฐ กับงบประมาณที่บอกว่า 58.74 ล้านบาท หากดูงบประมาณย่อยๆ ปรากฏว่า เป็นเบี้ยประชุม 1 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าจ้างเหมาบริการ และที่ใหญ่ที่สุด คือระบบสารสนเทศและครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ มูลค่ารวมกัน 34.1 ล้านบาท และในแผนงานที่ 3 แผนงานพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 56.5 ล้านบาท งบประมาณเกือบทั้งหมดของแผนงานนี้ 44.8 ล้านบาท หมดไปกับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างคอมพิวเตอร์สำหรับศูนย์พยากรณ์อาชญากรรมข้ามชาติในอนาคต และ การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์หมดไปแล้ว 79 ล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณของหน่วยงาน แต่ถามว่าแล้วกิจกรรมโครงการที่เป็นหน้าที่หลักของสำนักงานกิจการยุติธรรม คืออะไร คือดัชนีชี้วัดการพัฒนาองค์ความรู้มีงบประมาณให้ทั้งสิ้น 3.8 ล้านบาท 2% จากงบประมาณทั้งหมด ถูกใช้ในการทำงาน ที่เป็นหน้าที่ของหน่วยงาน และอีก 98% หมดไปกับบุคลากร หมดไปกับสำนักงาน หมดไปกับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์
"ทีแรกผมอยากจะพยายามหาแนวทางว่าเราจะรีดไขมันจากหน่วยงานนี้อย่างไร จากกระทรวงยุติธรรมได้อย่างไร แต่ถ้าเราใช้ 2% ทำงานหลัก โดย 98% ใช้กับสำนักงานบุคลากรและครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ผมว่าเราต้องเลือกตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตครับ" นายวิสุทธิ์ กล่าว
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ 79 ล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณในปีนี้ ถ้าหากย้อนกลับไปดู 10 ปี เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 344 ล้านบาท และหน่วยงานทั้งหน่วยงาน 10 ปีที่ผ่านมาใช้งบไปประมาณทั้งสิ้น 1,303 ล้านบาท ด้วยดัชนีชี้วัดไม่กี่ตัวในแต่ละปีที่ต้องผลิตขึ้น คำถามสำคัญคืองบประมาณเหล่านี้ที่เราเสียตนไม่อยากคิดว่าเราควรจะต้องตัด เป็นกิจกรรมรายกิจกรรม เป็นครุภัณฑ์รายครุภัณฑ์ ตนไม่ขอดูรายละเอียดแล้ว แต่มันพอจะพิสูจน์ได้ว่า ถ้ายังมีการทำงานอย่างนี้ต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดไปรัฐบาลต้องเสียงบประมาณ ประชาชนต้องสูญเสียภาษีอีกปีละ ราว 200 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมชุดเดิม เพื่อดัชนีชี้วัดที่ทำขึ้นเพื่อใช้เงิน 2% เพื่อทำกิจกรรมหลัก โดยใช้เงินอีก 98% ทำกิจกรรมเพื่อเสริม
"ดังนั้น ผมไม่คิดว่าเป็นการใช้งบประมาณ อย่างคุ้มค่า ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากเสนอตัดลดงบประมาณ ของสำนักงานกิจการยุติธรรม เริ่มจากครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และกิจกรรมอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้องานหลัก 2% และหากเป็นไปได้ในอนาคตอยากให้พิจารณาว่าจริงๆแล้ว เรายังจำเป็นจะต้องมีหน่วยงานเช่นนี้อยู่หรือไม่ ที่มีเนื้อหาการทำงานที่บางมากแต่มีค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลเพื่อให้เกิดการทำงาน" นายวิสุทธิ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

