อภิสิทธิ์ ร่ายยาว ตัดงบ กกต. ยกเหตุคดีฮั้วเลือก สว. ทำลายบรรทัดฐานความน่าเชื่อถือองค์กร

10 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระ 2 ซึ่งพิจารณาต่อเนื่อง เป็นวันที่ 4 ได้เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายขององค์กรอิสะและองค์กรอัยการ
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า องค์กรอิสระเป็นเสาหลักของประชาธิปไตย แต่กระบวนการตรวจสอบทำได้ค่อนข้างยาก โพลของสถาบันพระปกเกล้าเคยระบุ กกต.ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือต่ำสุด และหากคำของบของ กกต.ผูกพันกับคำว่า การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม แต่เหตุใดกลับไม่มีความเชื่อมั่นในกระบวนการนี้ ในส่วนการเลือก สว.นั้น ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การได้มาซึ่ง สว.มาตรา 62 ระบุว่า ถ้ามีหลักฐานเชื่อได้ว่า มีการกระทำทุจริต ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลนั้น ถือเป็นสิ่งที่ กกต.ต้องทำ ไม่ต้องพิสูจน์ ให้ส่งศาล และก่อนเลือก สว. เลขาธิการ กกต.คนปัจจุบัน โพสต์เฟซบุ๊กเตือนผู้สมัคร สว. อย่าแลกคะแนน พร้อมยกคำพิพากษาศาลฎีกา 2 คดี ในการเลือก สว.ระบุว่า ลำพังแค่แลกคะแนนก็ผิดแล้ว ถือเป็นบรรทัดฐานท่ศาลฎีกาวางไว้แล้ว และการเลือก สว.ปี 2567 กกต.ส่งเรื่องไปศาลฎีกาเป็นระยะๆ โดยมีบรรทัดฐานศาลฎีการะบุคำพิพากษาว่า การแลกคะแนน ทำให้การเลือก สว.ไม่ได้มาจากเจตจำนงอิสระของผู้เลือก ศาลเคยบอกว่าการแลกคะแนนเป็นเรื่องผิด กกต.เคยเชื่อมาแล้ว แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันใหญ่โตกว่าการส่งไลน์ขอแลกคะแนน มีทั้งการได้คะแนนเหมือนกัน การประชุมกันในโรงแรม แต่กลับมีความพยายามอธิบายว่า ต้องมีหลักเกณฑ์ต่างๆ ทำให้เกิดความคลางแคลงใจคดีนี้ตรงไปตรงมาหรือไม่ และเชื่อมโยงนักการเมืองและพรรคการเมืองหรือไม่ จะลังเลอะไรกับสิ่งที่ศาลชี้มาแล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีการเลือก สว. กรมสอบสวนคดีพิเศษเคยตั้งเรื่องความผิดฐานอั้งยี่ ฟอกเงิน แม้สุดท้ายสั่งฟ้องได้แค่ 8 คน แต่ดีเอสไอเห็นว่า ข้อมูลเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อ กกต. จึงส่งเรื่องให้ กกต.ประกอบการพิจารณา แต่ กกต.ไม่รับ รวมถึงดีเอสไอเคยขอข้อมูล กกต.เพื่อนำมาใช้ในคดีอั้งยี่ ฟอกเงิน แต่ กกต.มีมติไม่ส่งให้ จนกระทั่งเกิดกระแสเปิดโปงข้อมูลฮั้ว สว. เลขาธิการ กกต.จึงชี้แจงหลักเกณฑ์ส่งฟ้อง 3 ข้อ เช่น บอกต้องเป็นเฉพาะผู้สมัคร แต่มาตรา 76 พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสว.พูดถึงการกระทำความผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในการช่วยเหลือผู้สมัครให้ได้รับเลือกเป็น สว. ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่า ต้องเป็นการกระทผิดเฉพาะผู้สมัคร ความพยายามของคณะอนุกรรมการชุด 36 สวนทางกับข้อเท็จจริงของกกต.ที่ไม่เคยตั้งข้อสงสัยที่เหตุการณ์ต่างๆ มาเกี่ยวข้องกับนักการเมืองของพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว บอกแค่บังเอิญและบังเอิญเป็นคำตอบ ทั้งที่มีการโอนเงินวันเดียวกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ กกต. 4 คน ที่จะลงมติตัดสินคดีฮั้ว สว.วันที่ 14 ก.ย.มาจาก สว.ที่ถูกกล่าวหา ถ้าเป็นกฎหมายวิธีพิจารณทางปกครอง จะไม่มีสิทธิตัดสินคดี แต่ความเป็นองค์กรเฉพาะถ้าไม่ครบองค์ประชุมจะวินิจฉัยไม่ได้ ถ้าดูตามหลักธรรมาภิบาล หาก กกต. 4 คน ลงมติเป็นคุณกับผู้มีพระคุณของตัวเอง หนีไม่พ้นข้อหาการมีส่วนได้เสีย เรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน มีผลประโยชน์ทับซ้อน งบ กกต.จึงจำเป็นต้องตัด กกต.ไม่ใช่องค์กรอิสระองค์กรเดียว ยังเสนอให้ตัดงบ ป.ป.ช.ที่น่าเป็นห่วง เชื่อหรือไม่ระหว่างพิจารณากฎมหายนี้เพี่งได้รับจดหมายจาก ป.ป.ช.แจ้งผลการพิจารณาที่ตนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เมื่อ 15 ปีที่แล้วระบุว่า ไม่มีความผิด ทำไมใช้เวลา 15 ปี รวมถึงเคยเสนอต่อ ป.ป.ช.ว่า พวกเรามีภาระมากมายเรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่ทะเบียนข้อมูลทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในมือรัฐอยู่แล้ว ป.ป.ช.ควรทำข้อตกลงกับธนาคารแห่งประเทศไทย กรมการขนส่ง กรมที่ดิน ว่า ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของพวกเราอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อตรวจสอบ ไม่ต้องเป็นภาระให้พวกเราต้องไปขอเอกสารไปยื่นตรวจสอบ ล่าสุดเพิ่งจัดสัมมนาเรื่องวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ผู้ใหญ่ในบ้านรเมืองแสดงความเห็นทางเดียวกัน ถ้าระบบนี้ไม่ทำงาน ประชาธิปไตยที่ออกแบบไว้ ไม่อาจจะเกิดผลได้จริง ภารกิจการรักษาประชาธิปไตยเป็นของพวกเรา เริ่มต้นด้วยการส่งสัญญาณตัดงบประมาณหน่ยงานเหล่านี้ 10%

