คอลัมน์ : คิด เขียน คุย

‘เผือกร้อน’ในมือ กกต.‘คดีฮั้ว สว.’
“คดี ฮั้ว สว.” ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ชุดใหญ่ 7 คนจะมีการประชุมในจันทร์ที่ 14 กันยายนสัปดาห์หน้า เพื่อลงมติว่าจะส่งเรื่องต่อให้ไปจบที่ศาลฎีกาหรือไม่นั้น เวลานี้แรงกดดันได้พุ่งไปที่คณะกรรมการ กกต. ชุดนี้ว่าจะมีมติเป็นประการใด
เสียงที่ดังที่สุดในเรื่องนี้ก็คือเสียงจาก สส.พรรคประชาชน ที่ประสานร่วมมือกับ“ไอลอว์” รวมทั้งภาคประชาสังคม ที่มีการเคลื่อนไหวกดดันมาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องการให้ กกต.ทั้ง 7 คน มีมติรับรองตามรายงานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตการเลือก สว. จำนวน 229 คน ต่อศาลฎีกาทุกคน
ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้พรรคประชาชน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา เชิญชวนให้มวลชนพรรคส้มและประชาชนทั่วไปออกมาแสดงพลังกดดัน กกต. โดยระบุว่า“วันอาทิตย์ 13 ก.ย. ก่อนที่ กกต. มีมติคดีโกง สว. ชวนทุกคนร่วมเดิน 11 กม. กดดัน กกต. จากหน้า iLaw 10 โมงเช้า ถึงหอศิลป์ฯ ช่วงเย็นครับ”
ขณะที่“ไอลอว์” ซึ่งมีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือที่รู้จักกันในนาม“เป๋า iLaw” เป็นผู้อำนวยการฯ ได้มีการโพสต์ผ่านเพจ“เฟซบุ๊ก iLaw” ที่มีผู้ติดตาม 6.5 แสนคน ประกาศเชิญชวนประชาชนว่า “13 กันยายน 2569 มีกิจกรรมเรียกร้อง #สั่งฟ้อง229 มากมาย แต่ถ้ายังลังเล ไม่รู้จะทำอะไร ก็มาเดินด้วยกันได้” พร้อมทั้งแจ้งกำหนดการของกิจกรรมไว้ดังนี้
“ 10:00 น. ตรง เริ่มออกเดินจากออฟฟิศ iLaw ลาดพร้าว 25 เดินไปตามถนนลาดพร้าว มุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว ก่อนข้ามไปเข้าพหลโยธิน เดินตรงมุ่งหน้าสะพานควาย, 11:30 น. CHECKPOINT: บิ๊กซี สะพานควาย แวะเติมพลัง บูสต์เอเนอร์จี้ ก่อนจะออกเดินต่อตามแนว BTS มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, 13:30 น. CHECKPOINT: เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัยฯ พักอีกสักหน เติมคนอีกสักหน่อย จากนั้นเดินต่อ มุ่งหน้าถนนพญาไท ราชเทวี ผ่านสะพานหัวช้าง (เฉลิมหล้า 56) ถึงปลายทาง หอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมแสดงพลังครั้งสุดท้ายกับกิจกรรม‘ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229’ ผู้เข้าร่วมสามารถเตรียมป้าย ธง แตร อุปกรณ์ประกอบจังหวะไปด้วยได้”
“คดีฮั้ว สว.”นี้ ถ้าจะว่าไปแล้ว เริ่มขึ้นเพราะฝ่ายพ่ายแพ้“เสียประโยชน์” โดยยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ปี 2568 สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มี“แพทองธาร ชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น เป็นตัวตั้งตัวดี โดยใช้“DSI”หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นมือไม้ เพื่อจะเล่นงานพรรคภูมิใจไทยที่เป็นฝ่ายทำให้ “สว.สายสีน้ำเงิน”ได้รับชัยชนะ และในเวลาต่อพรรคส้มที่ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้เช่นเดียวกันก็ได้กระโดดลงมาร่วมผสมโรงด้วย
เมื่อดดียืดเยื้อมาจนถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เลย“ถูกล็อกเป้า” ชนิดที่ว่า“ยิงปืนนัดเดียวได้นกยกฝูง” เนื่องจากนายอนุทินติดอยู่ในร่างแห“229 คน”ที่คณะไต่สวดชุดที่ 26 ซี่งมีเจ้าหน้าที่“DSI”ในสมัย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ยังอยู่ในอำนาจร่วมเป็นอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนอยู่ด้วย ถ้าหาก กกต.7 คนยึดผลสอบสวนของคณะไต่สวนชุดนี้ เมื่อคดีไปจบที่ศาลฎีกาและศาลฎีกาพิพากษาว่าการเลือกตั้ง สว.มีการทุจริต รัฐบาลของนายอนุทินก็จะต้องพ้นจากอำนาจ รวมทั้งการสิ้นสุดของ สว.ชุดนี้ด้วย
เพราะนั่นเท่ากับเป็นการโกงการเลือกตั้ง สว.แบบ“มโหฬาร”ทั้งระบบ เนื่องจากในผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คนนั้น นอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้ว ก็ยังมีนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และสำคัญที่สุดมีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหาร“สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ต” หรือ“ครูใหญ่แห่งพรรคสีน้ำเงิน” เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย
ในส่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายไชยชนก ขิดชอบ ที่มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผลที่จะตามมาจากคำพิพากษาของศาลฎีกา ก็คือ ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติตามมาตรา 160 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 (4) เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และ (5) มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
สำหรับ นายมงคล สุระสัจจะ กับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ และ สว.อีกหลายสิบคนที่มีชื่อใน“229 คน” จะมีความผิดตามมาตรา 62 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ที่มีบทบัญญัติว่า “ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น”
วันที่ 14 กันยายนนี้ ต้องจับตาดูว่า “กกต. 7 คน” จะลงมติโดยยึดผลการสืบสวนไต่สวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่เห็นควรสั่งฟ้อง“229 คน” หรือยึดผลไต่สวนสอบสวนของคณะไต่สวนชุดที่ 36 ซึ่งมีความเห็นไม่สั่งฟ้องใครเลยแม้แต่คนเดียว
หรือว่าเลือกสั่งฟ้องเฉพาะบางคน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

