'เหรียญเหนือดวง'ก็ช่วยไม่ได้ ปชป. อัดรัฐบาลซ้ำซากแก้ค่าน้ำมันแพง อึ้งกองทุนติดลบพุ่งแสนล้าน

“ปชป.” อัด รัฐบาลซ้ำซากแก้ค่าน้ำมันแพง สร้างหนี้ให้ ปชช.แบก อึ้งกองทุนน้ำมันติดลบพุ่งแสนล้าน ย้อนเจ็บ "เหรียญเหนือดวง" ช่วยไม่ได้ หากไม่จริงใจแก้ปัญหา
วันที่ 12 กันยายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าวอัดรัฐบาลถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันแพงและภาระหนี้สินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของนายกรัฐมนตรี ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีนี้ นายกฯ จะสละเวลามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยบริหารงานราชการแผ่นดินและทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน มากกว่าการรับใช้กลุ่มทุนพลังงาน โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันแพง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่อย่างหนัก

น.ส.ศิริภา กล่าวต่อว่า ในครึ่งปีแรกกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันทำกำไรไปมากกว่า 80,000 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลโดยกรมสรรพากรออกมาประกาศว่าจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สูงกว่าประมาณการถึง 2% คิดเป็นเงิน 40,000 - 50,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นล้วนมาจากผลของการจัดเก็บ VAT จากการนำเข้าน้ำมันและกลุ่มธุรกิจพลังงาน ชี้ให้เห็นว่าแม้แต่รัฐบาลเองก็ได้รับประโยชน์จากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ แต่สุดท้ายประชาชนยังคงต้องเผชิญราคาน้ำมันแพงและแบกรับภาระหนี้สินกองทุนน้ำมันที่ติดลบกว่า 80,000 ล้านบาท
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุอีกว่า ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น แม้ราคาหน้าปั๊มในประเทศยังไม่ปรับขึ้น แต่ราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นไปแล้ว เนื่องจากรัฐใช้วิธีอุดหนุนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาแบบ "ชดเชยแล้ว ชดเชยอีก" สร้างหนี้ระยะยาวตกเป็นภาระของประชาชน ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอแนวทางแก้ปัญหาหลายครั้ง โดยเฉพาะการลดภาษีสรรพสามิตทันที และการเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นมาทำเป็นส่วนลด ซึ่งจะช่วยลดราคาน้ำมันลงได้ทันทีถึง 9 บาทต่อลิตร โดยไม่ต้องสร้างหนี้กู้เงินมาอุดหนุน

"ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านนายกฯ จะจริงใจต่อการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงในครั้งนี้ มากกว่าการเดินสายไปมูทั่วประเทศในช่วงวันเกิดของท่านค่ะ และหากท่านไม่คิดจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเลย ดิฉันต้องเรียนท่านแบบนี้ค่ะว่า หากท่านยังจะสะสมหนี้สิน สร้างภาระให้กับพี่น้องประชาชนไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้ว เหรียญเหนือดวงที่ท่านแขวนอยู่ ก็จะไม่สามารถช่วยอะไรท่านนายกฯ ได้เลยค่ะ" น.ส.ศิริภา กล่าว
ด้าน นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหากองทุนน้ำมันนาน เข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว ทั้งการเก็บภาษี Windfall Tax การยกเว้นภาษีสรรพสามิต และการเจรจากับโรงกลั่นเพื่อปรับสูตรคำนวณค่าการกลั่นไม่ให้ฟันกำไรเกินควร เพื่อเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขระหว่างโรงกลั่น ธุรกิจพลังงาน และประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรอยู่ฝ่ายเดียว ขณะที่ประชาชนต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
นายพงศกร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันติดลบอยู่ราว 85,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในเดือนหน้าอาจพุ่งสูงถึง 100,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องใช้เงินอุดหนุนประมาณสัปดาห์ละ 2,500 ล้านบาท คำถามคือรัฐบาลจะนำเงินจากไหนมาจ่าย ในเมื่อ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทนั้น เงินกู้ก้อนแรก 200,000 ล้านบาทจะหมดลงในเดือนนี้ ส่วนเงินกู้ก้อนหลังอีก 200,000 ล้านบาท ก็ไม่มีงบส่วนใดที่จัดสรรไว้สำหรับชดเชยกองทุนน้ำมันเลย โดยรัฐบาลเตรียมนำไปใช้กับการเปลี่ยนถ่ายพลังงานผ่านโครงการโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งตนจะนำเสนอรายละเอียดข้อห่วงใยต่อไป
"ขอให้รัฐบาลฟังเราหน่อยครับ คนใช้น้ำมันเนี่ยท่านอาจจะมีสวัสดิการเบิกได้ ในเรื่องของน้ำมัน เพราะท่านเป็น ครม. เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาล แต่พี่น้องประชาชน เขาต้องจ่ายเอง ค่าน้ำมัน ไม่มีเงินที่สามารถที่จะเบิกค่าน้ำมันได้ และที่สำคัญคือ เงินที่ท่านเอาไปจ่ายเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนน้ำมันหรือไปกู้ คนที่เป็นหนี้ คือประชาชน ไม่ใช่แค่ท่าน ดังนั้นครับ คิดถึงประชาชนบ้าง" นายพงศกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

