สะท้อนเสียงคนไทย! นิด้าโพลเผย ประชาชนกว่า 71% เอือมพฤติกรรมชาวอิสราเอล ไม่เคารพกฎหมาย จี้รัฐบังคับใช้กฎหมายเข้ม

13 กันยายน 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ชาวยิว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดแม่ฮ่องสอน กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,410 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 76.38 ระบุว่า เคยได้ยินจากข่าวผ่านจากสื่อต่าง ๆ (เช่น สื่อกระแสหลัก โซเชียลมีเดีย) รองลงมา ร้อยละ 17.45 ระบุว่า ไม่เคยได้ยินข่าวใด ๆ และไม่เคยมีประสบการณ์โดยตรง ร้อยละ 5.11 ระบุว่า เคยมีประสบการณ์โดยตรงด้วยตนเอง ร้อยละ 4.33 ระบุว่า เคยได้รับการบอกเล่าจากคนที่มีประสบการณ์โดยตรง และร้อยละ 3.48 ระบุว่า เคยได้รับการบอกเล่าจาก คนที่ไม่ได้มีประสบการณ์โดยตรง
เมื่อสอบถามตัวอย่างที่ระบุว่าเคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย (จำนวน 1,164 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความรู้สึกไม่พอใจของประชาชนต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทยจากข่าวสารหรือประสบการณ์โดยตรง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 71.22 ระบุว่า ไม่เคารพกฎหมายรองลงมา ร้อยละ 46.39 ระบุว่า พูดจาไม่สุภาพ แสดงอาการดูถูกคนไทย ร้อยละ 45.96 ระบุว่า ไม่เคารพวัฒนธรรมไทย ร้อยละ 40.03 ระบุว่า ไม่เคารพวิถีชีวิตชุมชน ร้อยละ 36.43 ระบุว่า ไม่เคารพพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ ร้อยละ 31.44 ระบุว่า ใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อถือครองที่ดิน ร้อยละ 29.04 ระบุว่า ใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อถือครองธุรกิจ ร้อยละ 20.02 ระบุว่า แสดงอาการที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา ร้อยละ 19.93 ระบุว่า ตั้งสุสานชาวอิสราเอลในไทย โดยไม่มีการปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ ร้อยละ 18.47 ระบุว่า ขยายชุมชนชาวอิสราเอลในพื้นที่ใดที่หนึ่ง ร้อยละ 16.41 ระบุว่า อยู่ในประเทศไทยเกินกว่าระยะเวลาที่วีซ่าอนุญาต ร้อยละ 10.48 ระบุว่า ทำธุรกิจหรือแย่งอาชีพสงวนของคนไทย ร้อยละ 10.22 ระบุว่า เปิดให้บริการสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ร้อยละ 9.54 ระบุว่า ทำงานที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน ร้อยละ 9.36 ระบุว่า ประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ ร้อยละ 2.41 ระบุว่า ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร และร้อยละ 1.98 ระบุว่า ไม่มั่นใจว่าข่าวที่ได้ยินมาเป็นจริงหรือไม่
ท้ายที่สุดเมื่อสอบถามตัวอย่างที่ระบุว่าเคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย (จำนวน 1,164 หน่วยตัวอย่าง)เกี่ยวกับมาตรการของประเทศไทยในการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 77.49 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รองลงมา ร้อยละ 45.45 ระบุว่า รัฐควรลดระยะเวลาอนุญาตพำนักอาศัยของชาวอิสราเอลในประเทศไทย ร้อยละ 38.49 ระบุว่า ดำเนินการให้สถานทูตอิสราเอล กำกับพฤติกรรมชาวอิสราเอลในประเทศไทยอย่างเข้มงวด ร้อยละ 26.46 ระบุว่า คนไทยควรร่วมมือกันต่อต้านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือ ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย ร้อยละ 23.54 ระบุว่า รัฐควรพิจารณาถึงประเด็นความมั่นคงของชาติ จากการขยายตัวของชุมชนชาวอิสราเอลในประเทศไทย ร้อยละ 17.53 คนไทยควรร่วมมือกันต่อต้านผู้ที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือ ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในประเทศไทย ร้อยละ 6.62 ระบุว่า รัฐควรเนรเทศผู้ที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายออกนอกราชอาณาจักร ร้อยละ 1.20 ระบุว่า เราควรตรวจสอบให้ดีว่าข่าวที่ได้ยินมาเป็นจริงหรือไม่ และเป็นการกระทำของชาวอิสราเอลหรือไม่ ร้อยละ 1.12 ระบุว่า เราไม่ควรทำอะไรที่รุนแรงเกินไป เพราะจะกระทบการท่องเที่ยว และร้อยละ 2.75 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ เราไม่ควรทำอะไรที่รุนแรงเกินไป เพราะจะกระทบกับแรงงานไทยในอิสราเอล เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองและควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ ไม่ต้องทำอะไรเลย เราไม่ควรทำอะไรที่รุนแรงเกินไป เพราะอิสราเอลเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนานของไทย เราไม่ควรทำอะไรที่รุนแรงเกินไป เพราะจะกระทบกับการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับอิสราเอล และเราควรให้อภัย เพราะต่างชาติย่อมไม่เข้าใจกฎหมายและวัฒนธรรมไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

