แฉสภาฯหมื่นล. เสี่ยงนับร้อยจุด คาด5ปัจจัยหลัก ทำฝ้าเพดานถล่ม

แฉสภาฯหมื่นล.
เสี่ยงนับร้อยจุด
คาด5ปัจจัยหลัก
ทำฝ้าเพดานถล่ม
ฝ้าเพดานศูนย์อาหาร สภาฯ พังถล่ม ร้านค้าปิด 1 วัน “ปธ.โสภณ” ลงตรวจ สั่งเร่งแก้ไขปัญหา สว.ดาหน้าสวดยับสภาฯ หมื่นล้านไม่ปลอดภัย “วิลาศ” แฉฝ้าพัง น้ำรั่วกว่า 10 ครั้ง จุดเสี่ยงสภาฯ มี 101 จุด ด้านนายกสมาคมวิศวกรฯ คาด 5 ปัจจัยทำฝ้าถล่ม ไม่พบปัญหาโครงสร้างหลัก จี้ตรวจสอบทั้งอาคารก่อนเกิดเหตุซ้ำ
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีฝ้าเพดาน บริเวณศูนย์อาหาร ชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมา เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ว่าในวันเดียวกันนี้ ร้านอาหารและเครื่องดื่มในศูนย์อาหารดังกล่าว ไม่สามารถเปิดจำหน่ายได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักบริหารงานอาคารและสถานที่ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้นำแนวกั้นมากั้นบริเวณทางเข้าและปิดประตู ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า พร้อมติดป้ายข้อความว่า “ศูนย์อาหารขอปิดให้บริการภายในชั่วคราว เป็นเวลา 1 วัน ขออภัยในความไม่สะดวก” ทำให้ร้านค้าต้องออกมาตั้งขายบริเวณด้านนอกศูนย์อาหารแทน
ทั้งนี้ พ่อค้า แม่ค้าที่ศูนย์อาหารดังกล่าวยังคงมีความกังวล เนื่องจากเป็นพื้นที่ใช้งานประจำ แต่ไม่ทราบว่าสาเหตุที่ฝ้าถล่มเกิดจากอะไร โดยคาดว่าเกิดจากสาเหตุการรั่วซึมของน้ำและความชื้น เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีน้ำหยด เคราะห์ดีที่ฝ้าไม่ถล่มลงมาบริเวณร้านอาหาร ไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตรายอย่างมาก
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ พร้อมด้วยนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯ และวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ตรวจสอบจุดที่ฝ้าพังถล่ม เพื่อแก้ปัญหาและดูแลด้านความปลอดภัย โดยพบว่าโครงสร้างหลักของอาคาร ยังมีความแข็งแรง และไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนที่หล่นลงมาเป็นแผ่นฝ้ายิปซัม ซึ่งได้รับผลกระทบจากความชื้นบริเวณท่อเครื่องปรับอากาศ
เบื้องต้นพบว่าความชื้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบริเวณท่อแอร์ ที่สลับร้อนและเย็น จนเกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ และหยดลงมายังแผ่นฝ้า ส่งผลให้ฝ้าได้รับความเสียหายและหล่นลงมา ซึ่งขณะนี้ได้แก้ไขให้กลับคืนสู่สภาพเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมีการเพิ่มความแข็งแรงของการยึดติดแผ่นฝ้า รวมถึงแก้ปัญหาหยดน้ำจากระบบท่อแอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลหรือหยดลงบนแผ่นฝ้าอีก
ขณะที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.พร้อมด้วย นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ และนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีฝ้าเพดานพังถล่มในครั้งนี้ โดย น.ส.นันทนา นำหมวกนิรภัยขึ้นมาสวม ก่อนเริ่มแถลงข่าวว่า หากจะมีสวัสดิภาพในการเดินไปมาในสภาฯ แห่งนี้ คงต้องสวมหมวกนิรภัย เนื่องจากเหตุฝ้าถล่มในห้องอาหาร เป็นจุดที่สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และบุคลากรต่างเข้าไปใช้บริการ ลองนึกภาพว่าหากถล่มลงมา หลายท่านอาจไม่ได้มายืนรายงานข่าวตรงนี้ นี่คือเรื่องสวัสดิภาพในรัฐสภา
ส่วนนายสุนทร กล่าวว่า ได้อภิปรายเรื่องความปลอดภัยของรัฐสภา มาโดยตลอด ทั้งอันตรายจากเพลิงไหม้ น้ำรั่ว ประตูแตก และกรณีฝ้าถล่ม ทราบว่าจะมีวิศวกร มาเจาะตรวจหลายจุดที่มีรอยน้ำ คาดว่าสาเหตุเกิดจากระบบแอร์มีน้ำหยดใส่เพดาน การเดินแล้วน้ำหยดใส่ศีรษะไม่ใช่เรื่องปกติ และนอกเหนือจากฝ้า ยังมีน้ำท่อล่างพุ่งขึ้นมาที่ลานจอดรถ B2 สาเหตุจากปั๊มน้ำเสีย ก้หวั่นเกรงว่าช่วงน้ำขึ้น น้ำใต้ดินจะดันขึ้นมา นอกจากนี้ยังพบรอยร้าวบริเวณกระเบื้องสระมรกต จึงอยากให้ตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน นายพรชัย กล่าวว่า รัฐสภาแห่งนี้มีอาคันตุกะต่างชาติเข้ามาใช้งานต่อเนื่อง ในทางสถิติรัฐสภาของเราน่าจะประสบอุบัติเหตุจากโครงสร้างการก่อสร้างเป็นอันดับหนึ่ง หากมีผู้เสียชีวิตใครจะรับผิดชอบ พร้อมเสนอให้เปิดเผยข้อมูลก่อนหมดระยะเวลารับประกัน 60 วัน ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เซ็นรับรอง รวมถึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบจุดเสี่ยงภายในรัฐสภา และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง สส.และ สว.เพื่อติดตามจุดเสียหายไม่ตรงสเปก และหาผู้รับผิดชอบ
ด้านนายวิลาศ กล่าวว่า กรณีฝ้าถล่มและน้ำรั่วเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ได้นำเรื่องไปร้องเรียนตามมาตรา 157 ต่อ ป.ป.ช.และตั้งข้อสังเกตว่าการอ้างเรื่องความชื้นจากแอร์นั้น วิศวกรยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เคยเข้ามาตรวจ พบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด เสี่ยงมาก 91 จุด เสี่ยงปานกลาง 10 จุด จึงขอให้ประธานรัฐสภา เร่งติดตามแก้ไขปัญหาและเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับเหมา ไม่ใช่เอางบประมาณแผ่นดินก้อนใหม่ มาใช้ซ่อมแซม
วันเดียวกัน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นกรณีเหตุฝ้าเพดานพังถล่มดังกล่าว ว่ายังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ขอตั้งข้อสังเกตุ 5 ประการได้แก่ 1.ปัญหาจากการรั่วซึมของน้ำและความชื้นสะสม ต้องตรวจสอบดูว่ามีท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อแอร์เหนือฝ้าเพดานหรือไม่
2.คุณภาพของแผ่นฝ้า และความแข็งแรงของการยึดแผ่นฝ้ากับโครงคร่าว ต้องตรวจสอบว่าเป็นแผ่นฝ้าทนชื้นหรือไม่ 3.การติดตั้งแผ่นฝ้า ต้องตรวจสอบการติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะระหว่างโครงคร่าว ว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ 4.มีน้ำหนักส่วนเกินบนฝ้าหรือไม่ ต้องตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์หรือวัสดุ เช่น สายไฟ งานระบบ เหนือฝ้า วางบนฝ้าหรือไม่ และ 5.มีการตรวจสอบและดูแลรักษาหรือไม่ ฝ้าที่ใช้งานนาน อาจจะสมความชื้น อาจมีคราบน้ำให้เห็น จึงต้องการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

