คอลัมน์ : เลียบวิภาวดี

สามพันกว่าปีของยิว (5)
ข่าวดังอย่างสุดปังในสารขัณฑ์วันนี้ คงหนีไม่พ้น 7 กกต. แถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 ที่ผ่านมา มีมติส่งให้ศาลฎีกาดำเนินคดีกับ 77 ราย จาก 427 ราย ตามที่กรรมการชุดที่ 26 และชุดที่ 37 สอบสวนเรื่องทุจริตการเลือก สว.
ทันทีที่หวยกกต. เลขท้ายสองตัว ออกเป็นหมายเลข 77 ฝ่ายพยาบาทที่เคยใบ้หวยและต้องการให้ออกเลขท้าย 3 ตัวเป็น 229 นั้น ก็ถึงขั้น “อ้าปากค้าง”และโกรธแค้นจน “ควันออกหู ไฟพรูออกทางปาก”
จากนั้นจึงประกาศอย่างสุดห้าว จะฟ้อง กกต.ในมาตรา 157 ตามมาอย่างแน่นอน
“กว่าหวยฝ่ายแค้นจะออกเลขท้าย 3 ตัว เป็นเลข 157 จนกกต.ทั้ง 7 จะต้องจ๊ะเอ๋บวกจ๊ะโอ๋กับแจ๊กพอตหรือไม่ น่าจะยังอีกยาวไกลเป็นเวลาอีกหลายปี?”
“เหลียวกลับมาดูเรื่องสามพันกว่าปีของยิว ตอนที่ 5 ดีกว่า”
หลังจาก “อเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ปี 323 ก่อนค.ศ. อิสราเอลที่เป็นเมืองขึ้นของกรีกก็ตกเป็นเมืองขึ้นของอียิปต์ (ในราชวงศ์ปโตเลมี ราชวงศ์ของพระนางคลีโอพัตรา)ในอีกหลายปีถัดมา”
อียิปต์ในยุคนั้น ปกครองอิสราเอลแบบหลวมๆ ให้ยิวมีเสรีภาพและอิสรภาพเกือบทุกด้าน จนยิวลืมไปว่าตนเองยังเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ
“แต่แล้ว ยิวก็ต้องพบกับชะตากรรมอันเลวร้ายอีกครั้ง เมื่ออาณาจักรโรมันกลายเป็นอาณาจักรที่เกรียงไกรและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก นอกจากครอบครองยุโรปทั้งทวีปแล้ว ยังครอบครองแอฟริกาเหนือและเอเชียไมเนอร์อีกต่างหาก”
แน่นอนอยู่แล้ว “โรมันส่งกองทัพอันเกรียงไกรเข้าสู่อิสราเอล ระหว่างปี ค.ศ. 66-70 เพราะยิวไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของโรมแบบหมูๆ โดยยิวมีการต่อต้านโรมันแบบขอสู้ตาย”
แต่แล้วสงครามโรมันกับยิวก็เข้าตำรา “แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ” โดยกองทัพยิวและชาวยิวในปาเลสไตน์ ถูกโรมันฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตายไปกว่า 600,000 ราย แล้วโรมันยังสั่งให้ยิวทุกคน ออกไปจากดินแดนปาเลสไตน์หรือดินแดนแห่งพันธสัญญา (Philistia) ยิวจึง “สิ้นชาติ”ตั้งแต่บัดนั้นมายาวไกลเกือบ 2,000 ปี
ชาวยิวกลายเป็นเรฟูจีกระจัดกระจายไปทุกประเทศในยุโรปและชาติอื่นๆ ทั่วโลก
“ยิวในยุโรป” ต่างถูกอั้งม้อตั้งข้อรังเกียจและกีดกันการประกอบอาชีพ แต่ยิวก็อดทนอย่างยาวนานนับพันปี กลายเป็นผู้ร่ำรวยขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ นอกจากเป็นนักปล่อยเงินกู้มืออาชีพยังเป็นผู้รักษาเผ่าพันธุ์ดังเดิม 12 แซ่ของชาวยิวได้อย่างเหนียวแน่น
เวลาผ่านไปกว่าพันปี ฝรั่งในยุโรปก็ไม่เคย “เบื่อหน่ายในการข่มเหงยิว” ชนิดเกิดสิ่งชั่วร้ายอะไรขึ้นมาก็จะ “โยนบาป” ว่ามาจากยิวทั้งสิ้น
เช่น ในปีค.ศ.1348 ถึงค.ศ.1349 เกิด “กาฬโรค” ระบาดในยุโรป จนมีคนตายในทวีปนี้ไปถึง 1 ใน 3 ของประชากร ฝรั่งก็โทษว่า “ยิวเป็นผู้แพร่เชื้อโรคนี้” โดยยิวนำเชื้อกาฬโรคไปใส่ในบ่อน้ำให้ชาวเยอรมันดื่ม จนโรคนี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรงทั่วยุโรป
มีชาวยุโรปหัวรุนแรงบางกลุ่ม “ตั้งเป็นกลุ่ม Armleder (ปลอกแขนหนัง) รุมกันจับยิวไปเผาทั้งเป็นอย่างโหดเหี้ยม
อ่านต่อตอน 6 ในฉบับวันพรุ่งนี้
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

