ก.ล.ต. แจง การบังคับใช้กฎหมายกับเครือข่าย 'สแกมเมอร์-ฟอกเงิน' ยันไม่มีการเลือกปฎิบัติ

จากกรณีก่อนหน้าที่ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯจ่อใช้กฎหมายคว่ำบาตร ล่าแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ แฉ มีอดีต รมต.ไทย ติดโผด้วย และในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเจ้าตัวได้โพสต์ชุดเอกสารที่มีชื่อ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังโผล่ ก่อนทีในเวลาต่อมา นายวรภัค จะโพสต์ชี้แจงเเกี่ยวกับในประเด็นนี้ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กส่วนตัว จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างไปทั้งโลกออนไลน์
ล่าสุดวันนี้ 7 กันยายน 259 สำนักงาน กลต. ได้ออกมาการบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงิน โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "ก.ล.ต. ชี้แจงประเด็นการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินการกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงิน

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวโยงถึงการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ในการดำเนินการกับ เครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงิน
ก.ล.ต. ขอชี้แจงว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน โดยมุ่งให้ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เกิดความโปร่งใสไม่ให้เกิดการใช้ช่องทางตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในการกระทำทุจริตทางการเงิน อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฟอกเงิน ทั้งมาตรการในเชิงป้องกันและการปราบปราม ซึ่งรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด
ก.ล.ต. มีหลักการทำงานคือ เรื่องใดที่บังคับใช้กฎหมายได้ก่อนโดยไม่กระทบรูปคดีส่วนที่เหลือ จะแยกออกมาดำเนินการทันที ดังจะเห็นได้จากการทำงานแบบบูรณาการระหว่าง ก.ล.ต. กับ ปปง. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินได้ในหลายกรณี เพราะเมื่อพบเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานกฎหมายฟอกเงินให้ดำเนินการได้ทันทีจากธุรกรรมที่ปรากฏ
ส่วนความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวกับการรายงานการถือครองหลักทรัพย์และการเข้าครอบงำกิจการนั้น มีองค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์หลายชั้นเพื่อหาผู้ถือครองที่แท้จริงและช่วงเวลาที่เกิดการกระทำผิด นอกจากนี้ ในความผิดบางฐาน หากเร่งดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องเพียงบางรายจนเสร็จสิ้นก็อาจกระทบกับการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ดังนั้น การที่สาธารณชนยังไม่เห็นรายละเอียดของการดำเนินการ ไม่ได้แปลว่าไม่มีการดำเนินการ ความรอบคอบในขั้นตอนนี้เป็นการรักษาโอกาสในการดำเนินการกับผู้อยู่เบื้องหลังให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ในส่วนที่พยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ก.ล.ต. ได้เร่งบังคับใช้กฎหมายไปก่อนแล้ว
ก.ล.ต. ขอให้ความมั่นใจว่า ก.ล.ต. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย กำลังดำเนินการอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งเร่งติดตามและขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเป้าหมายสุดท้ายคือ การบังคับใช้กฎหมายตามพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนในทุกฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง และจะไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าผู้ใดจะเคยดำรงตำแหน่งใดมาก่อน หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
คลิกอ่าน statement ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Documents/SEC-17-09-2026.pdf"


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก สำนักงาน กลต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

