คอลัมน์ : เวทีอิสระ

สงครามกลางเมืองพม่า อาวุธมาจากไหน?
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ฝ่ายกองทัพพม่าได้ลุกขึ้นมาทำการยึดอำนาจ ล้มระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภาของพม่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่สามารถยึดครองประเทศได้ทั้งหมด เพราะต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างกว้างขวางของพลเมืองพม่า ทั้งชนกลุ่มใหญ่ (พม่า - Burman)และชนกลุ่มน้อยต่างๆ เช่น มอญกะเหรี่ยง กะเหรี่ยงแดง ฉาน ฉิ่น คะฉิ่น และยะไข่ แม้กระทั่งกลุ่มมุสลิมโรฮีนจา
พม่าจึงตกอยู่ในสภาวะของสงครามกลางเมือง (Civil War) และสงครามก็มีทีท่าที่จะยืดเยื้ออย่างไม่มีวี่แววว่าจะมีจุดจบ เพราะไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่มีวี่แววว่าจะสามารถกุมชัยชนะ หรือสังคมโลกก็ไม่ได้มีท่าที ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเดิมชาวโลกต่างก็ฝากผีฝากไข้หรือมอบภาระให้กับประชาคมอาเซียน เพราะพม่าเป็นประเทศสมาชิกประเทศหนึ่ง และเมื่อเดือนเมษายน 2564 นายพลอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำการปฏิวัติพม่าได้ร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ และได้ร่วมกันออกแผนการแก้ไขปัญหาพม่า ที่เรียกว่า ฉันทามติ 5 ประการ (Five Point Consensus) แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีความคืบหน้าเพราะฝ่ายกองทัพพม่าปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ อีกทั้งภายในหมู่ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนที่เหลือก็ขาดความเป็นเอกภาพหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มักจะแตกแถวออกไปคบหาสมาคมกับฝ่ายกองทัพพม่า และไม่แยแสต่อฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายต่อต้านเผด็จการทหาร จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายประชาคมอาเซียนจะต้องกลับมาทบทวนเรื่องราวและร่วมมือกันอย่างจริงจังในการช่วยแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองพม่า
อีกทั้งเมื่อมองไกลออกไปจากมือประชาคมอาเซียน ก็ยังมีประชาคมโลกโดยองค์การสหประชาชาติที่มีกลไกสำคัญคือ สมัชชาใหญ่ (The General Assembly) และคณะมนตรีความมั่นคง (The Security Council) โดยเฉพาะประเทศสมาชิกถาวร อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ที่ยังหาทางร่วมมือกัน ไม่ได้ เพราะยังมัวแต่ขัดแข้งขัดขากัน ก็จะต้องหาหนทางร่วมมือในความแตกต่างให้ได้ เพื่อจะสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎเกณฑ์กติกาขององค์การสหประชาชาติ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในกรณีปัญหาพม่า
ระหว่างนี้สงครามกลางเมืองพม่าก็ยังเขยื้อนต่อไปได้ เพราะทั้งฝ่ายกองทัพพม่ากับฝ่ายต่อต้านต่างยังคงมีพละกำลังอยู่ ทั้งเงินทุน และอาวุธยุทโธปกรณ์
ฝ่ายกองทัพพม่านั้นได้รับการสนับสนุนทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนและรัสเซีย และส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากอินเดียด้วย
ส่วนฝ่ายต่อต้านได้รับเงินสนับสนุนจากชาวพม่าโพ้นทะเล และสามารถซื้ออาวุธได้จากพ่อค้าอาวุธ ที่เป็นทั้งชาวสิงคโปร์ ชาวไทย ชาวยุโรป และอื่นๆ ฝ่ายกองทัพพม่าก็สามารถจัดซื้อชิ้นส่วนอาวุธและลูกกระสุนปืนจากบรรดาพ่อค้าอาวุธได้ด้วย
ฉะนั้นภารกิจที่สำคัญที่ประชาคมโลก โดยองค์การสหประชาชาติก็ดี หรือโดยประชาคมอาเซียนก็ดี ก็คือการร่วมมือกันในการขจัดพ่อค้าอาวุธต่างๆ เหล่านี้ รวมทั้งการสอดส่องด้านการหมุนเวียนเงินทางระบบธนาคารอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ที่สมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่รวมประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติทั้งหมดก็ต้องร่วมกันออกมาเรียกร้องมิให้มีรัฐบาลประเทศหนึ่งใดขายหรือช่วยเหลือคู่กรณีของพม่าทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ อีกทั้งในกรอบคณะมนตรีความมั่นคง โดยเฉพาะฝ่ายสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส ก็จะต้องเจรจากับฝ่ายจีนและรัสเซีย ให้ยุติการร่วมมือช่วยเหลือฝ่ายกองทัพพม่าโดยด่วน
นอกจากนั้นฝ่ายประชาคมอาเซียนก็สามารถร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติในการจัดการประชุมระหว่างฝ่ายต่างๆ ของพม่า เพื่อยุติการสู้รบ เพื่อตกลงกันในเรื่องรูปแบบและโครงสร้างทางการเมืองของพม่าแบบใหม่ และการร่วมกันจัดตั้งกองทุนเพื่อการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และการบูรณะฟื้นฟูประเทศพม่า
ทั้งนี้รูปแบบโครงสร้างและสาระเนื้อหาของระบอบการเมืองการปกครองของพม่าก็ต้องผ่านการออกเสียงลงประชามติของชาวพม่าทั้งประเทศด้วย และนัยของเรื่องทั้งหมดก็คือ การปฏิเสธระบอบเผด็จการ
ทุกรูปแบบ การปฏิเสธการที่จะมีกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งใดครอบงำประเทศและอยู่เหนือกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ และโดยที่ประเทศพม่า ประกอบด้วยรัฐชาติพันธุ์ พม่าในอนาคตก็จะมีลักษณะเป็นสหพันธรัฐ (Federal หรือ Federation)
ระหว่างนี้ประชาคมอาเซียนโดยรวมก็สามารถที่จะติดต่อพูดจา รับทราบความคิดเห็นจากฝ่ายกองทัพพม่า ฝ่ายกองกำลังประชาธิปไตย ฝ่ายผู้นำชนกลุ่มน้อย และฝ่ายสมาชิกรัฐสภาที่ถูกโค่นล้มโดยฝ่ายกองทัพไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เพื่อประกอบการยุติสงครามกลางเมือง การเจรจาสันติภาพ และการจัดตั้งสหพันธรัฐพม่าใหม่ เป็นต้น
กษิต ภิรมย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

