กางตัวเลขสวน 'กรณ์' 'สมภพ 'ชี้ ไทยช่วยไทยพลัส ดีกว่าลดภาษีดีเซล

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (20 ก.ย. 2569) นาย กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงการที่รัฐบาลยอมลดภาษีน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท จะอุ้มช่วยค่าครองชีพ ลากได้ถึงเกือบครึ่งปี ดีกว่ากู้มาแจกซ้ำไทยช่วยไทยนั้น
ล่าสุดวันนี้ 21 กันยายน 2569 นายสมภพ พอดี นักวิเคราะห์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และยังเป็นนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่าน Sompob Pordi กางตัวเลขเรื่องเศรษฐกิจ สวน นาย กรณ์ จาติกวณิช ในเรื่องดังกล่าว ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "เซียนเศรษฐกิจ
เมื่อคืนก่อนฟุตบอล มีแควนๆมาชวนคุยเรื่องตัวเลขเรื่องเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่แควนผม เป็นแควนพรรคการเมืองนักการเมือง ก็เลยคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ตลกดี ผมแคปเอาที่คุยกันมาแปะไม่ได้เพราะดุเดือดเกินไป ไม่เหมาะกะวัยรุ่น อ่านแล้วอาจจะตื่นเต้น ใจสั่นหวิวๆเหมือนจะเป็นลม ก็เลยเอาสาระมาเล่าแทนละกัน
เอาล่ะนะ
+++++
ถึงวันนี้ ไทยช่วยไทยใช้เงินภาษีไปทั่งหมดประมาณ 92 พันล้านบาท
ถ้าเอาเงินจำนวนนี้ไปลดภาษีนํ้ามันดีเซลลิตรละ 5 บาท อย่างที่กรณ์เสนอ ก็จะได้ 18 พันล้านลิตรหน่อยๆ หรือเท่ากับ 2/3 ของนํ้ามันดีเซลที่คนไทยใช้รวมกันทั้งปี 26 พันล้านลิตร
แล้วคนไทยทุกคนทุกบ้านมีรถต้องเติมน้ำมันดีเซลมั้ย?
ไม่นะ เด็กประถมก็รู้
ต่อให้ สมมุติให้คนไทยทุกคนทุกบ้านมีรถต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย แต่ละคนเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเท่ากันมั้ย?
ยิ่งไม่เข้าไปใหญ่ ถามเด็กมัธยมก็ได้
ละถ้าทำอย่างที่กรณ์บอก ใครล่ะจะได้ประโยชน์?
ก็ต้องเป็นใครที่ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิงมากๆ อย่าง บริษัทขนส่งสินค้า ธุรกิจรถโดยสาร ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม แต่ประชาชนคนทั่วไปใช้รวมๆกันแค่ประมาณแค่ 9% ของปริมาณทั้งหมดก็จะได้ประโยชน์แค่นั้นแหละ
นอกจากนี้ธุรกิจกลั่นและขายนํ้ามันเชื้อเพลิงที่จะขายได้เท่ามากขึ้นเพราะคนไทยไม่หัดไม่ต้องประหยัด ฟุ่มเฟือยล้างผลาญต่อไปได้ อันนี้ถามนศ.ปีหนึ่งปีสองที่ไม่ได้เรียนสายสังคมก็น่าจะได้คำตอบที่ถูกต้อง
แต่ถ้าราคานํ้ามันถูกลง ภาคธุรกิจขนส่งและอุตสาหกรรมอื่นๆก็จะมีต้นทุนตํ่าลง ค่าขนส่งจะถูกลง ราคาสินค้าก็จะลดลงไม่ใช่เหรอ?
ใช่เหรอ ที่ว่ามาเนี่ยมันเคยเกิดขึ้นมั้ยล่ะ
แล้วควรทำมั้ยล่ะ? ถึงตรงนี้แล้วควรจะคิดเองได้ว่า ระหว่างข้อเสนอของกรณ์ กับ ไทยช่วยไทย แบบไหนประชาชนได้ประโยชน์มากกว่ากันทั่วถึงกว่ากันนะ
ถ้าอยากได้แบบที่กรณ์เสนอ ต้องทำไง? หนหน้าก็เลือกกรณ์และบรรดาเซียนเศรษฐกิจไปเป็นรัฐบาลละกัน
แต่ตอนนี้ควรไปพบแพทย์ก่อนนะ ไปรักษาแต่เนิ่นๆมีโอกาสหายไวกว่ามากกว่า
ไปโรงพยาบาลศรีธัญญาถูกมั้ย? ภาพปลากรอบ แคปมาจากเฟสบุ๊คของกรณ์ที่แควนของเขาพาผมไปดูว่ามีคนเห็นด้วยเยอะแยะเลย"


หลังจากที่โพสต์ของ สมภพ พอดี เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"ปากไว...คิดสั้น ขยันออกสื่อ เห็นแป๊ก..ทุกมุกเลยนะ เราอ่ะ_คังง หลังๆ มา"
"ผมไม่ได้เก่งเศรษฐกิจ แต่พอเห็นโจทย์ว่า ให้เอาเงินไทยช่วยไทย ไปลดราคาน้ำมันแทน คือ ผมได้อะไรวะเพราะไม่มีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล แล้วร้านอาหารได้อะไรวะ ถ้าเขาไม่มีรถยนต์ใช้น้ำมันดีเซลเหมือนผม เมื่อผมไม่มีสิ่งจูงใจให้ออกไปใช้เงิน ผมก็ไม่ออกไปใช้เงินซื้อของตามร้านที่ร่วมรายการ เมื่อไม่ออกไปใช้เงิน ร้านที่เข้าร่วมรายการก็นั่งหงอยไปซิ ตบยุงไปซิ คนที่ได้คือ คนมีรถที่เติมน้ำมันดีเซล แล้วพวกวัยรุ่นสร้างตัวเครื่องยนต์ 2.5 มันก็เติมดีเซล กลายเป็นว่าลดราคาน้ำมันให้มันเติมมาพ่นควันดำตอนออกไปเขียวหรอ มันไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตรงไหนเลยนะ อย่าคิดว่าการที่รัฐช่วยอุ้มค่าน้ำมันดีเซลแล้วราคาสินค้ามันจะถูกลง มันก็ขายเท่าเดิมแหละ แต่จะทำให้พวกขนส่งได้กำไรมากขึึ้นเพราะรัฐอุ้มราคาน้ำมันไว้"
"ความอะไรหนอที่ทำให้ คนๆนี้ ลอกคราบความปลอมออกจากร่างจนเห็นไส้พุงได้ชัดขนาดนี้ ไม่อายหมาอายแมวจรจัดที่ไหนเลย พ่ออิลิทไฮโซออกฟอร์ด"
"ตั้งเป้าว่า"ต้องค้าน" แล้วหาเหตุประกอบ...แค่นั้นจริงๆ ถ้ารัฐบาลลดค่าน้ำมัน แทนใช้คนละครึ่ง ก็จะมีเหตุผลค้านอีกแบบ สมองเขาคิดแค่นี้ ปชช.ไม่เกี่ยว"
"ผมดูข้อมูลมาในจีนเค้าใช้วิธีเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสินค้าเป็นรถพลังงานไฟฟ้ากัน..ตอนนี้ก็ได้ประมาณ 30% แล้ว..น่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่ามาช่วยราคาน้ำมันนะครับ"
"โครงสร้างการทำงานของเศรษฐกิจมันซับซ้อนเกินกว่า 1 + 1 เป็น 2"



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Sompob Pordi, เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

