อ.อัจฉราวดี ชู พลพีร์ คนจริงสายลุย! ลบคำปรามาส รมต.ลูกเทพ ลุ้นฉายแววทายาทอนุทิน

21 กันยายน 2569 อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สะท้อนมุมมองและบทวิเคราะห์ทางการเมือง ที่มีต่อ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) โดยระบุว่า
เหมือนเราได้เจอคนจริง ดูเหมือนนายกอนุทินจะได้ทายาททางการเมือง หากนายกฯ เกษียณเมื่อไหร่ก็คงพอเห็นเค้าลางแล้วว่าใครจะสานต่อพรรคสีน้ำเงินได้ในระดับผู้นำ ด้วยวิสัยทัศน์ของนายกอนุทินในการวางคนให้เหมาะกับงาน นอกจากเทคโนแครตแล้ว ยังวางตัวสายปราบปรามที่ต้องมาลุยชำระล้างปัญหาที่ซุกใต้พรมมานานได้เหมาะสุด
..
จากคำปรามาสว่ารัฐมนตรีลูกเทพ มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี กำลังกลายเป็นรัฐมนตรีที่เพิ่มความนิยมให้กับรัฐบาลได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่เบื่อหน่ายกับการเมืองน้ำเน่า และนักการเมืองสูงวัยใกล้หมดอายุ
.
มท.2 เป็นนักการเมืองที่เมื่อใดได้เห็นการออกปฏิบัติงานไปจนถึงการให้สัมภาษณ์ ก็มักจะมีความคิดแว่บขึ้นมาว่าอนาคตไกลได้ถึงนายกฯ
..
ในเซนส์ของอาจารย์ มท.2 มี Something ที่ต่างจากคนอื่นคือ เมื่อได้เห็นการพูดจาและการปฏิบัติงาน เราได้เห็นความองอาจแต่สุขุม เห็นความมีใจนักเลงที่ชอบแฟร์เกมแต่ไม่หลุดกรอบของกฎหมาย เห็นการแสดงฐานะที่มาพร้อมอำนาจ แต่ก็แสดงออกอย่างมีความนอบน้อมในที
มท.2 แสดงออกถึงความรักชาติที่เป็นธรรมชาติสูงจนกลบภาพ “นักการเมือง” ที่ซ้อนความหมายว่ามักมีการสร้างภาพไปเลย
..
มท.2 พลพีร์ มีคุณสมบัติที่มิกซ์จนไม่รู้สึกว่ากำลังดูนักการเมืองปฏิบัติงาน หากแต่เรากำลังได้เห็นผู้ชายร่างท้วมหน้าตาดี ดูน่าเกรงขาม มีความองอาจและมีใจรักชาติจนได้รับโอกาสดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยกำลังลงพื้นที่
.
อาจารย์เห็นแวว มท.2 ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม สะดุดในน้ำเสียงที่ก้องกังวาน มีอำนาจ เมื่อเห็นการลุยลงปราบนอมินีที่ภูเก็ตก็ไม่เกรงกลัวใคร มีการทักทายชาวต่างชาติทั้งภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมันได้แคล่วคล่องเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่นั้นมา มท.2 ก็เริ่มฉายแววเปล่งประกายแพรวพราวทั้งในการลงพื้นที่เข้าจับกุมปราบปราม การมอบหมายงานให้แก่ข้าราชการ การพบปะประชาชน แสงจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนสื่อต่างๆ รุม แม้แต่สื่ออย่าง The Standard ที่มีใจให้พรรคประชาชนจนออกนอกหน้าโดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง ยังอดไม่ได้ที่จะต้องมาสัมภาษณ์
ในคลิปของ The Standard เราจะไม่รู้สึกเลยว่า มท.2 พูดอย่างมีสคริปหรือได้ฟังนักการเมืองประดิษฐ์โวหารอวดภูมิความรู้อยู่ ทุกคำพูดมันออกมาจากใจของผู้ชายที่เข้าถึงหัวใจประชาชน มท.2 พลพีร์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า
..
“หลักของผมเนี่ยมี 3 หลักในการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นนโยบายที่ผมมอบกับทุกคนในชุดเฉพาะกิจ ระเบียบสังคมชุดนี้ คือ 1 ชาติ อืม ชาติแปลว่าอะไร ต่างชาติไม่สามารถจะเป็นเจ้าของแผ่นดินไทยได้เลย แม้แต่ตารางเซนติเมตรเดียว นี่คือประเด็นที่ 1
ประเด็นที่ 2 ก็คือ ต่างชาติห้ามมาแกล้ง แย่ง งานของคนไทยเลย
ประเด็นที่ 3 ก็คือว่า ผู้ประกอบการธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย เราต้องปกป้องเขาเพราะฉะนั้นการที่เราปกป้องเขาก็คืออะไรครับ ก็คือขจัดไอ้พวกผิดกฎหมายเนี่ยออกให้หมด
ใช่ไหม คืออย่างชาติ ผม ผม ผมเรียนพี่อย่างนี้เลย อย่างชาติที่ภูเก็ตเราไปเนี่ย.
ต่างชาติที่ถือครองที่ดินในภูเก็ตทั้งหมดเนี่ย 366 บริษัทเยอะมาก
ตอนนี้บังคับขายแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง
เราไปที่พะงัน 104 บริษัท ที่ดินทั้งหมด 124 แปลง บังคับขายแล้วเกือบหมด.
อย่างกระบี่ เราไปแล้วก็เจอประมาณ 124 บริษัท ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ และวันนี้ตัวเลขที่น่าตกใจก็คือว่า วันนี้ท่านอธิบดีที่ดินเพิ่งรายงานผมมา ก็คือว่าบริษัทที่ถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ณ วันนี้เนี่ย 3,400
แต่ต้องสงสัยอีก 14,000
ที่ดินทั้งหมดประมาณ 5,800 กว่าแปลง
เดาซิ มูลค่าเท่าไหร่
ราคาประเมินนะครับ 65,000 ล้าน
เพราะฉะนั้น อันนี้ แต่อันนี้คือต้องสงสัยอยู่ ถูกไหมฮะ
3,400 นี่ผิดแน่นอน 100%
3,400 นี่ผิดแน่นอนแหละ
อีก 14,000 บริษัทต้องสงสัย
เพราะฉะนั้นไอ้ที่ผิดแน่นอนกับต้องสงสัย มูลค่ารวมกันเนี่ย.
60,000 กว่าล้าน ประเมินนะครับ
ไม่ใช่ราคาตลาดนะครับ
ราคาตลาดก็ยิ่งพุ่งขึ้นไปอีก
พอวันนี้ผมได้รับรายงานจากท่านอธิบดีที่ดิน
บ่ายนี้ผมก็วางแผนกับกรมการปกครองของผมแล้วว่า ผมจะดําเนินการต่อกับเรื่องพวกนี้อย่างไร เราต้องเอาที่ดินของคนไทยมาให้คนไทย
อย่างข้อ 2 ที่ผมบอกไป เรื่องของคนไทย ผมขอยกตัวอย่างพะงัน
พะงันผมเข้าไป ต่างชาติอยู่บนเกาะเนี่ย เกาะเล็กๆ เนี่ย 45,000 แต่เป็นแรงงานต่างด้าวอย่างเดียว 20,000 นะครับ
ครึ่งหนึ่ง
***คําถามก็คือว่า แล้วคนไทย 20,000 ที่อยู่บนเกาะ ทําไมถูกแย่งงานโดยต่างด้าว มันมีอะไรดีกว่าเรา***
..
อีกคลิปนึงจาก The Standard เช่นกัน มท.2 บอกว่า ภูเก็ตมี 5,000 โรงแรมเชื่อว่าผิดกฎหมาย 2,000 โรงแรม ปี 2568 ออกใบอนุญาต 40 โรงแรม พอหมุนข้าราชการออกไป (จากพื้นที่-อาจารย์) ออกใบอนุญาตได้เกือบ 400 โรงแรม
มท.2 กล่าวว่า “คิดมุมกลับก็คือ โรงแรมที่เขามาขออนุญาต ทำไมเขาถึงไม่ได้ใบอนุญาต?”
เป็นรายเดือนน่ะสิ (สงสัยว่ามีการเรียกเก็บเงิน- อาจารย์)
“400 โรงแรมที่เขาได้รับใบอนุญาต เขาคงยื่นเมื่อปีที่แล้ว แต่ทำไมเขาไม่ได้ เป็นคำถามที่ผมต้องกลับไปหาความจริงแล้วต้องฟาดคนที่เกี่ยวข้อง”
...
อาจารย์ว่า เรากำลังเปลี่ยนจากยุคการเมืองน้ำเน่า ตีโวหารทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จ สร้างภาพ เล่นเกมห้ำหั่นล้มกระดานไม่เว้นแต่ละวัน มาสู่ยุคไล่ล้างบางปัญหาที่หมักหมม เกิดการผสานกำลังอย่างลงตัวระหว่างฝ่ายบู๊ผู้ทรงภูมิกับฝ่ายบู๊ที่พร้อมลงสู่สมรภูมิ ใครจะย่ำอยู่กับการเมืองน้ำเน่าก็เล่นไป แต่รัฐบาลชุดนี้เน้นสร้างผลงานเป็นเกราะกำบังภัยทางการเมือง
..
คุณพลพีร์ สุวรรณฉวี กำลังอยู่ในระหว่างสะสมบารมี
เมืองไทยมีคนดีและคนเก่งไม่น้อยแต่ส่วนใหญ่ **ไม่มีบารมี**
ใครไม่พอใจนโยบายรัฐบาลอะไรหน่อยก็ลุกขึ้นมาตั้งพรรคการเมือง โดยไม่ฉลาดในการพิจารณาว่าตนนั้น “ไร้ศักยภาพและไร้ซึ่งบารมี”
การบริหารชาติบ้านเมืองไม่ใช่บริหารบริษัท ที่คิดว่าตนมีผู้ติดตามหลักแสน มีผลงานในอดีตแล้วประชาชนเขาจะเล่นด้วย ยุคโซเชียลผู้คนฉลาดหาความจริงและวิเคราะห์เองได้ว่า ใครควรอยู่แต่ในอดีต ใครเป็นเพียงกระแสฮือฮาตามวาระ และใครมีศักยภาพเพียงพอแก่การยืนหยัดฟันฝ่าพายุของจริง ในวันที่ต้องขึ้นมาบริหารปัญหาของคน 70 ล้านคน
..
คนไม่ได้สะสมบารมี ไร้ทั้งพระเดชและพระคุณมา สั่งใครใครก็ไม่ฟัง สั่งคนในพรรคตัวเองยังไม่ได้เลย อย่าต้องพูดไปไกลขนาดสั่งข้าราชการประจำ เพราะสั่งไปไปก็เหมือนสั่งน้ำมูก มีคำสั่งลงมาไม่ทำให้ซะอย่างจะทำไม หากบอกว่าทำได้แค่นี้มีอะไรมั้ย ส่วนพวกที่ขึ้นมาทางลัดก็อยู่ได้ไม่นาน เหมือนนายกที่มาจากตระกูลชินวัตรหลายคน มีใครรอดบ้าง ขนาด นายเศรษฐา ทวีสิน ที่อาศัยบารมีทางธุรกิจมาบ้างยังไม่รอดเลย ขึ้นมาเป็นนายกแต่ไร้ผลงาน เพราะสั่งการใครไม่ได้ เพราะไม่ได้เติบโตมาบนเส้นทางนี้และไม่ใช่เชื้อสายของเจ้าของพรรค
..
ผู้ที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้จึงจำเป็นต้องมีบารมี มีแรงหนุนจากประชาชน ต้องสะสมเส้นทางมายาวนานเหมือนที่นายกอนุทินผ่านมาแล้ว มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี กำลังจะเดินอยู่บนเส้นทางนั้น ตอนได้รับตำแหน่งใหม่ๆ แล้วถูกสื่อตั้งฉายาว่ารัฐมนตรีลูกเทพ ได้ให้สัมภาษณ์ในเพจประชาชาติไว้ว่า
“นิยามว่าเป็นลูกเทพ คำนิยามว่ามีผลงานหรือไม่มีผลงานอยู่กับว่าพวกคุณอยากให้ผมดัง หรืออยากวัดความสามารถของพวกผมโดยผลงาน"
..
เส้นทางการเมืองของ มท.2 ผ่านการลงเลือกตั้ง 6 สมัยได้เป็น สส.4 สมัยจากโคราช เรียนขั้นต้นเมืองไทยจบโทเมืองนอก ได้แรงบันดาลใจมาทำงานการเมืองตอนอายุ 25 ปี ที่ทำงานแทน คุณพ่อไพโรจน์ สุวรรณฉวี ไม่อยากให้คุณพ่อเสียชื่อจึงมีแรงกดดันทางนามสกุล ปัจจุบันอายุ 44 ปี มีทรัพย์สิน 743.9 ล้านบาท
..
ในวันที่ชาติเต็มไปด้วยภัย ทั้งจากการปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกภายใน และความพยายามเข้ามากลืนชาติจากภายนอก เราต้องการผู้นำที่กล้าหาญ ฉลาดเป็นกรด ลุยได้กับทุกสถานการณ์แบบครบเครื่อง ยึดมั่นในหลักการซื่อสัตย์สุจริต ที่สำคัญมีความจริงใจต่อชาติและประชาชน
หวังว่า มท.2 พลพีร์ สุวรรณฉวี จะรักษาปณิธานที่ทำเพื่อประชาชน รักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล และรักษาอนาคตทางการเมืองได้ตลอดรอดฝั่ง อย่าได้มีบาดแผลใดๆจนประสบอุบัติเหตุทางการเมือง
ผลงาน ความดีและความจริงใจจะเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้เสมอ
.
อาจารย์คนหนึ่งละที่พร้อมจะสนับสนุน หาก พลพีร์ สุวรรณฉวี ในอนาคตจะมีใจทำเพื่อชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกันกับ มท.2 พลพีร์ ในวันนี้
...
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
21 กันยายน 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

