นิกร จี้ ฝ่ายค้าน-ไอลอว์ เร่งชงร่างแก้ไข รธน. หวั่น ฉบับใหม่คลอดไม่ทันเลือกตั้งครั้งหน้า

‘นิกร’ บี้ ‘ฝ่ายค้าน-iLaw’ เร่งชงร่างแก้ไข รธน. - กางไทม์ไลน์ หวั่นฉบับใหม่คลอดไม่ทันเลือกตั้งครั้งหน้า สอนมวยอย่าเดินการเมืองซับซ้อน ชี้แก้ปัญหา สว.-หมายเลขผู้สมัคร สส. ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แก้แบบ ‘แมลงหวี่-แมลงวัน’
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและยกร่างกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่างชี้แจงถึงกรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล เร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการออกเสียงประชามติ ที่ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า พรรคภูมิใจไทย มีความพร้อมตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 1 ปี 2569 ก่อน 22 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว แต่เนื่องจาก ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้หารือกับประธานวิปรัฐบาล เพื่อขอให้รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชน ที่กำลังริเริ่มการเข้าชื่อกันก่อน เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ถูกพิจารณาไปในคราวเดียวกัน และเท่าที่ตนทราบ ขณะนี้ ภาคประชาชน ได้ชื่อครบเกิน 100,000 เสียงแล้ว แต่เหตุยังจึงยังไม่มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้รัฐสภา บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณา ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการรอเพื่อให้ กกต.ได้พิจารณาคดีฮั้ว สว.เพื่อล้ม สว.ก่อนหรือไม่ แต่เมื่อขณะนี้ เหตุการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว และเวลาไม่รอแล้ว เพราะตนคำนวณกรอบระยะเวลา แม้จะดำเนินการขั้นตอนตามกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็แทบจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ทันต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้น จึงขอให้เร่งดำเนินการ
นายนิกร กล่าวต่อว่า ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากพรรคการเมืองต่าง ๆนั้น พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอต่อรัฐสภา แต่ขณะนี้ ก็ยังไม่มีการเสนอต่อประธานรัฐสภา และมีเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมไปแล้ว ดังนั้น จะโทษว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ฟังเสียงประชามติประชาชน 21 ล้านเสียงไม่ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทย ดำเนินการตามคำสั่งประชาชนแล้ว แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ที่ iLaw ดูแลนั้น ขณะนี้ อยู่ที่ไหน และเมื่อได้รายชื่อครบแล้ว ก็ขอให้เสนอรัฐสภาเลย แต่เมื่อไม่ยื่นแล้ว กลับมาโทษรัฐบาลไม่ดำเนินการ ทั้งที่รัฐบาลทำแล้ว ฟังแล้ว และรออยู่ รวมถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านด้วย เพราะเวลาไม่คอยท่า จะรอให้ได้เปรียบแล้วค่อยยืนไม่ได้ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญ ที่ยกร่างเพื่อประชาชน จึงขอให้รีบดำเนินการกัน อย่าเดินการเมืองซับซ้อนกันแบบนี้ และยังอ้างประชาชนกันอีก ขอให้นับเวลากัน และทราบว่า เวลาที่มีล่อแหลมแล้ว
นายนิกร กล่าวอีกว่า แต่เดิมคาดว่า จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในปี 2572 แต่เวลาในการดำเนินการขณะนี้ มีเวลาเริ่มดำเนินการได้ถึงวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งหากรัฐสภา ยังไม่สามารถรับหลักการและตั้งกรรมาธิการได้ ก็จะเกิดปัญหา ทำให้ต้องรออีก 3 เดือน จนกว่าจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ปี 2570 ซึ่งตนก็หวังว่า ในช่วงปิดสมัยประชุมหลังเดือนธันวาคม กรรมาธิการ จะสามารถพิจารณาไปพลางก่อนได้ และเสนอรัฐสภา ลงมติหลังเปิดสมัยประชุม และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก็จะต้องดำเนินการจัดการออกเสียงประชามติอีก 100 วัน รวมถึงการสรรหา สสร. และการรับฟังความเห็นประชาชนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกราว 1 ปี ก่อนจัดทำประชามติขั้นสุดท้ายอีก 3 เดือน ดังนั้น กรอบเวลาจึงแทบไม่พอ เพราะยังจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องอีก 6 เดือน ดังนั้น หากจะฟัง 21 ล้านเสียง ก็ต้องฟังให้ชัด และมีความจริงใจ
เมื่อถามว่าหากต้องใช้เวลาดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับนานแล้ว จะมีการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นที่ยังเป็นปัญหาก่อนหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า เป้าหมายใหญ่ พรรคภูมิใจไทย ต้องการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เพราะมิเช่นนั้นจะถูกครหาว่าเตะถ่วงอีก เพราะผลการออกเสียงประชามติ ประชาชนไม่ได้ต้องการแก้ไขรายมาตรา แต่ต้องการฉบับใหม่ และระหว่างรอ พรรคภูมิใจไทย จะเสนอแก้ไขรายมาตราในการกระจายอำนาจ และการปกครองท้องถิ่น หรือความเห็นจากวุฒิสภา ที่ต้องการให้แก้ไขให้หมายเลขผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต เป็นหมายเลขเดียวกับพรรคการเมืองนั้น ก็ถูกรัฐธรรมนูญล็อกไว้ว่า จะต้องสมัคร สส.แบบแบ่งเขตก่อน จึงจะสามารถสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อได้ ยกเว้นจะต้องมีการรื้อกันใหม่ แต่การแก้ไขนี้ จะเป็นการแก้ไขในประเด็นแมลงวัน แมลงหวี่หรือไม่ เพราะเรื่องหมายเลขนั้น ถือเป็นเรื่องเล็กมาก อย่ามองเรื่องเล็ก เป็นเรื่องใหญ่ และหากจะแก้ไขระบบการเลือกตั้งนั้น ควรจะถามประชาชนก่อนหรือไม่ ไม่ใช่คิดกันไปเอง
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้การแก้ไขระบบการเลือก สว.ใหม่ นายนิกร กล่าวว่า ตนได้ยืนยันมาตั้งนาน ตั้งแต่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.ยกร่างแล้วว่า ระบบการเลือกกันเองจะเป็นปัญหา ซึ่งตนไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น และปัญหาที่เกิดนี้ จะต้องโทษรัฐธรรมนูญ วิธีการแก้ไข ไม่ใช่การล้ม กกต. หรือจัดการกับ สว. ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุอยู่ที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบ ก็ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ รวมถึง กกต.ก็ต้องยกร่างระเบียบให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย รวมถึงศาลก็ต้องวินิจฉัยภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉะนั้น วิธีการแก้ปัญหา สว.ก็จะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แก้ปัญหาให้ถูกจุด ไม่ใช่แก้ตามแนวทางที่ตนเองต้องการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

