คอลัมน์ : เขียนเพื่อคิด

นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นใคร? และใครยังคบกับเขา?
นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย คืออดีตแม่ทัพพม่า ผู้นำการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองประเทศพม่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของพม่าครั้งล่าสุด แต่การปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจกลับไม่สัมฤทธิผลเต็มร้อยอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต เนื่องจากครั้งนี้ได้รับการต่อต้านจากประชาชนพลเมืองพม่า ส่งผลให้พม่าตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาร่วม 5 ปี โดยไม่มีทีท่าว่าสงครามกลางเมืองจะยุติลง และยังไม่มีทีท่าหรือลู่ทางว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะสามารถกุมชัยชนะได้เบ็ดเสร็จ
ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศพม่าตกอยู่ในสภาวะของความหายนะ และได้สร้างความเดือดร้อน
ต่างๆ ให้กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งใกล้และไกล ฉะนั้นทางออกที่ทั้งสองฝ่ายควรจะพิจารณาก็คือการยุติการสู้รบ และมุ่งไปสู่โต๊ะเจรจาเพื่อสันติภาพ แล้วทำการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย และการบูรณะประเทศ
หากจะตั้งฉายา นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ว่ามือเปื้อนเลือดแห่งลุ่มแม่น้ำอิรวดี ก็คงไม่เกินจริงนั้น เนื่องจากกองทัพภายใต้การนำของเขาได้ทำการกวาดต้อน จับกุม และกักขัง ผู้เห็นต่างร่วมกว่า 20,000 คน นอกจากนั้น เมื่อไม่นานนี้ เขาก็ได้จัดการเลือกตั้งในบริเวณพื้นที่ที่ฝ่ายตน และกองทัพพม่าครอบครองอยู่ (ไม่ถึงร้อยละ 30 ของพื้นที่รวมของประเทศพม่า) ซึ่งการเลือกตั้งนั้น ได้กีดกันพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่ให้เข้าร่วมด้วย การเลือกตั้งจึงเป็นแบบจัดเอง เลือกเอง ก่อนที่ นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะสถาปนาตนเองขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ก็จัดได้ว่าเป็นประธานาธิบดีที่จอมปลอม ผิดกฎหมายและครรลองคลองธรรมของสังคมประชาธิปไตย
แต่ทว่าประธานาธิบดีนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในวันนี้ก็ยังอยู่ในตำแหน่งได้ แถมยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนระดับผู้นำประเทศที่ยังคบหาสมาคมอยู่ด้วย ไล่เลียงนามไปว่า วลาดีมีร์ ปูติน สี จิ้นผิง นเรนทรา โมดี และอนุทิน ชาญวีรกูล (พร้อมด้วยลูกคู่สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) โดยกรณีของฝ่ายไทยโดยอนุทิน และสีหศักดิ์ ถึงขนาดที่จัดส่งคณะผู้แทนไทยไปเข้าร่วมพิธีการเฉลิมฉลองเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย แถมยังได้เชื้อเชิญนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ให้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของประเทศไทย โดยใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนพลเมืองไทยที่อยู่กับสังคมประชาธิปไตย
สังคมก็เลยมีคำถามว่า การใช้งบประมาณดังกล่าวนั้นถูกต้องชอบธรรมหรือไม่? เพราะเอาไปใช้กับการต้อนรับผู้นำการปฏิวัติรัฐประหาร และผู้จัดการเลือกตั้งแบบจอมปลอม แล้วก็มีหลายๆ คำถามตามมาว่า
ทั้งคุณอนุทิน และคุณสีหศักดิ์ ต่างก็มาจากระบอบประชาธิปไตย แล้วทำไมถึงไม่ยึดหลักประชาธิปไตย รวมทั้งสิทธิมนุษยชนในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศพม่า? ทำไมนายอนุทิน และนายสีหศักดิ์ ถึงลืมเลือน หรือมองข้ามฝ่ายที่ยึดมั่นประชาธิปไตยของพม่าไปเสียดื้อๆ? อีกทั้งการคบหาสมาคมกับนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย มีเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของใคร อย่างใดบ้าง? แล้วฝ่ายไทยมีอำนาจต่อรองอะไรที่จะโน้มน้าวให้นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ตอบสนองผลประโยชน์ของไทย?
นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย นั้นเป็นตัวปัญหา มิใช่แค่ต่อสังคมพม่าเท่านั้น แต่เป็นตัวปัญหาให้กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งใกล้และไกล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้อพยพลี้ภัย เรื่องความมั่นคงชายแดน และเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆ ก็จัดได้ว่านายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้ส่งออกปัญหาต่างๆ นานา ให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้ความรับผิดชอบทั้งสิ้น
การคบหาสมาคมกับนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เหมือนกับเป็นการให้การสนับสนุนต่อพฤติกรรม
อันโหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม เสมือนกับว่าผู้นำฝ่ายไทยเกรงกลัวคนชั่ว และไม่ยืนหยัดกับหลักประชาธิปไตยและความถูกต้องชอบธรรม และชอบพอที่จะคบกับคนพาล
ทั้งนี้ ประเทศไทยก็มิได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่มีเพื่อนประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะร่วมแรงร่วมใจกันในการที่จะร่วมแก้ปัญหาของพม่า ซึ่งฝ่ายอาเซียนก็มีเครื่องมือกลไกที่เรียกว่า ฉันทามติ 5 ประการอยู่แล้ว อีกทั้งอาเซียนก็มีน้ำหนักในเวทีระหว่างประเทศ เป็นที่นับหน้าถือตาของประชาคมโลก ที่จะเข้ามาช่วยเสริมภารกิจของอาเซียนในการแก้ปัญหาของพม่าประเทศสมาชิกอาเซียนได้ โดยจุดเริ่มต้นก็คือ การให้มีการยุติการสู้รบ และการเปิดเวทีเจรจาให้คู่กรณีของพม่า มาหาจุดปรองดองสมานฉันท์กัน
นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มิใช่วลาดีมีร์ ปูติน มิใช่นเรนทรา โมดี และมิใช่สี จิ้นผิง เพราะเขาใหญ่โต มีอำนาจต่อรองกับพม่า แต่ไทยเราเดี่ยวๆ ไม่มีอำนาจขนาดนั้น นอกจากจะร่วมกับอาเซียนอย่างจริงจังเป็นหนึ่งเดียวกัน จะทำให้ไทย+อาเซียน มิใช่ตัวเล็กตัวน้อยในการต่อรอง
ก็อยากฝากให้ทั้งนายกฯ อนุทิน และรัฐบาล ได้ช่วยกันปรับความคิดอ่าน ปรับกระบวนยุทธ์ ยืนอยู่กับหลักประชาธิปไตย ยืนอยู่กับความถูกต้องชอบธรรมและยืนร่วมอยู่กับเพื่อนสมาชิกอาเซียน ในการช่วยกันจัดการปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศพม่าให้มีทิศทางที่ดีกันเสียที
กษิต ภิรมย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

