หนูยังไม่ดึงร่วมรบ. กธ.รอก่อน ยังไร้สัญญาณเสียบ ปชน.ยันไล่พ้นฝ่ายค้าน ไม่เสียมารยาทการเมือง

หนูยังไม่ดึงร่วมรบ.
กธ.รอก่อน
ยังไร้สัญญาณเสียบ
ปชน.ยันไล่พ้นฝ่ายค้าน
ไม่เสียมารยาทการเมือง
นายกฯ อ้างอยู่ไกลสัญญาณมาไม่ถึง ปัดดึง“กธ.”ร่วมรัฐบาล วันนี้มาทำงานสร้างความเชื่อมั่นให้ ปท.ด้าน“เท้ง”ปัดตอบเขี่ย ‘กล้าธรรม’พ้นวิปฝ่ายค้าน เติมเสียงรบ.หรือไม่ โยนถาม‘พรรคเขียว‘เอง ยันไม่ได้เสียมารยาททางการเมือง เมิน‘ธรรมนัส’ใส่นาฬิกาสลักชื่อ‘อนุทิน’ลั่นทำงานสส.ตัวชี้วัด ด้าน‘พริษฐ์’แจงยื่นซักฟอกรัฐบาลกันยายนนี้แน่นอน ขณะที่สภาฯไฟเขียวร่างกม.ล้มละลาย ไม่ต้องพ้นสภาพข้าราชการ
เมื่อวันที่ 23กันยายน2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ขณะนี้มีกระแสข่าวเตรียมร่วมรัฐบาลว่า“โอ๊ย ใจเย็นๆ นี่เราอยู่อเมริกา ไกล สัญญาณมาไม่ถึง เอาเรื่องนี้ก่อน วันนี้เรามาทำงานให้กับประเทศไทยของเรา ซึ่ง 3 วันที่อยู่นิวยอร์ก จะได้มีโอกาสพบกับผู้นําประเทศต่างๆ มากมาย รวมถึงภาคเอกชน สภาธุรกิจ และนักลงทุน จึงขอเวลาที่อยู่ที่นี่ที่ได้มีโอกาสพบคนทั้งโลก สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งต่างประเทศรู้จักประเทศไทยอยู่แล้ว แต่มาสร้างความเชื่อมั่น โดยเน้นเรื่องความเป็นหุ้นส่วน และการเป็นประเทศที่มีความพร้อมในทุกๆด้าน ทั้งการเป็นส่วนกระจายสินค้า และแหล่งผลิตสินค้าต่างๆ ที่พร้อมรับการลงทุน
‘เท้ง’ปัดตอบเหตุเขี่ย‘กล้าธรรม’
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคประชาชนปรับพรรคกล้าธรรม (กธ.) จากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)ว่า การทำงานในระบบรัฐสภา ใครที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลย่อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านทั้งหมด สิ่งที่เราคาดหวังคือการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ จริงๆ เราอาจจะเห็นการออกมาแสดงความเห็นจากตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่า เราดำเนินการไปเลยโดยที่ไม่มีการพูดคุยกันมาก่อน ดูเหมือนเสียมารยาททางการเมือง ไม่ได้ให้เกียรติพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้ทำแบบนั้น แต่ในความจริงแล้วนายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ดำเนินการประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการอัปเดตกับพรรค และส่งกลับมาที่ตนโดยตลอด และก่อนที่นายพริษฐ์จะมีการโพสต์เฟซบุ๊กออกไป เราก็พยายามประสานไปยังพรรคกล้าธรรม ยืนยันโดยหลักแบบนี้ว่า เราอยากเห็นพรรคฝ่ายค้านทุกพรรค ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในฐานะฝ่ายค้านไม่ใช่รัฐบาล
‘ไอติม’แจงปรับเพราะโหวตพรบ.งบ
ด้าน นายพริษฐ์ กล่าวว่า หลังพรรคกล้าธรรมลงมติร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 ขัดต่อมติวิปฝ่ายค้าน ประกอบกับท่าทีที่ไม่ชัดเจนของพรรคกล้าธรรมที่จะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ จึงเป็นเหตุให้ตนได้หารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไรดี และนำมาสู่ข้อสรุปการปรับสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน ต้องย้ำว่า ไม่ใช่ความขัดแย้งอะไรกัน เป็นการแยกกลไกการทำงานอย่างชัดเจน องค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เช่น โควตากระทู้ถามสด เราก็มองว่า ควรถูกจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มีความประสงค์ จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่กลไกใดก็ตามที่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของ สส.เช่น สัดส่วนเวลาในการอภิปรายวาระต่างๆ การหารือปัญหาในพื้นที่ อย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของพรรคกล้าธรรมอยู่แล้ว ในฐานะพรรคการเมืองที่มีสส.ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมา 50กว่าคน
ไม่ชัดเจนร่วมยื่นซักฟอกรบ.หรือไม่
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายค้านพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อ หมุดหมายสำคัญคือ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะจัดทำญัตติให้เสร็จเดือนกันยายนนี้และยื่นอภิปรายโดยไม่ชักช้า ซึ่งที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรม ก็ให้ความร่วมมือประชุมและในการประชุมและประสานงานมาโดยตลอด แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ การลงมติที่ขัดต่อมติฝ่ายค้าน ซึ่งเหตุผลที่บอกว่า อยากให้ประเทศมีงบประมาณ ตนคิดว่าไม่ได้สมเหตุสมผลทั้งหมด เพราะในมุมของฝ่ายค้าน เช่น พรรคประชาชนที่ลงมติไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่เห็นชอบที่ประเทศจะมีงบประมาณ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ รวมไปถึงฝ่ายค้านก็พยายามมีมติรองรับ ความเห็นที่แตกต่างได้ โดยให้โหวตงดออกเสียง
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่สองคือ ท่าทีความไม่ชัดเจนว่า จะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือแม้กระทั่งลงไปแล้ว จะมีมติอย่างไร เราใช้เกณฑ์นี้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ไม่ได้เอาองค์ประกอบอื่น ที่เราก็รับรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น มาเป็นเกณฑ์หลัก พยายามจะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก
เพิ่มเสียงรบ.หรือไม่ให้ไปถามกธ.
เมื่อถามว่า แบบนี้ไม่ใช่การถวายเสียงประเคนใส่พานให้รัฐบาลหรือไม่ เพราะมีการวิจารณ์ว่าเหมือนMOAภาคสอง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะดูว่าเสียงฝั่งไหนเพิ่มขึ้น ควรไปถามพรรคกล้าธรรมโดยตรงว่าจะเพิ่มเสียงให้ฝั่งไหน สาระสำคัญเป็นแบบที่นายพริษฐ์ได้กล่าวไป ทำให้เราต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เราพูดคุยกันมาตลอดว่าจะลงมติอย่างไรในร่างงบประมาณ แต่พอมาถึงหน้างานจริง กลับมีการอ้างว่า มีการพูดคุยกันในพรรคกล้าธรรม แล้วเปลี่ยนกันในวันนั้นเลย ตนคิดว่าแบบนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง แบบนี้จะทำงานลำบาก โดยหลักแล้ว สุดท้ายเราอยากเห็นพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ไม่ว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวจะเป็นอย่างไร การทำหน้าที่ในสภาคือตัวชี้วัดว่าคุณทำหน้าที่ ส.ส. ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลกันแน่
นาฬิกา’หนู’ไม่สำคัญเท่าผลงาน
เมื่อถามถึง กรณีนาฬิกาที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม สวมใส่ ซึ่งมีการสลักชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การทำหน้าที่ในสภาตัวชี้วัดมากกว่าว่า คุณทำหน้าที่สส.ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
เปิดที่มานาฬิกาหนูแจกคนใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดกระแสนาฬิกาCASIO ที่สลักชื่อ“อนุทิน”และ“Anutin Charnvirakul” บริเวณด้านหลังตัวเรือน โดยเฉพาะหลังมีภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม สวมนาฬิการุ่นดังกล่าว จนถูกนำไปเชื่อมโยงทางการเมืองในลักษณะเป็นของแทนใจก่อนเข้าร่วมรัฐบาลนั้น มีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้รับนาฬิกาเรือนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 13สิงหาคม2569และมีภาพปรากฏสวมใส่มาแล้วอย่างน้อยตั้งแต่วันที่ 24สิงหาคม2569 ขณะลงพื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดน่าน
‘ก๊วนลูกเทพ-ปลัดมท.’ได้ทั่วหน้า
สำหรับที่มาของ“Casio connection” มีรายงานว่า ผู้ที่ได้รับนาฬิกาลักษณะนี้ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดกับนายอนุทิน ทั้งรัฐมนตรีและบุคคลในแวดวงการทำงาน อาทิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รวมถึงนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
แตกต่างเพราะมีชื่อนายกฯสลักหลัง
มีรายงานด้วยว่า นายอนุทิน เป็นผู้ที่ชื่นชอบและสะสมนาฬิกาอยู่แล้ว ในช่วงลงพื้นที่หาเสียง รวมถึงลงพื้นที่ตรวจโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตามตลาดและห้างร้านต่างๆ หากพบนาฬิกา CASIO รุ่นที่ชื่นชอบก็จะซื้อเก็บไว้ โดยมีทั้งรุ่นสีเงินและสีดำ ก่อนนำไปสลักชื่อของตัวเอง ราคานาฬิการวมค่าดำเนินการอยู่ที่ประมาณเรือนละ 1,900บาท จึงทำให้นาฬิกาที่เดิมเป็น CASIO รุ่นทั่วไป กลายเป็นของที่มีความหมายเฉพาะในกลุ่มผู้ได้รับ เพราะสิ่งที่ทำให้แต่ละเรือนต่างจากสินค้าที่วางขายทั่วไป ไม่ใช่ราคาหรือความหรูหรา แต่เป็นชื่อ“อนุทิน ชาญวีรกูล”ที่ถูกสลักอยู่ด้านหลังตัวเรือน
ผ่านกม.ล้มละลายไม่พ้นสภาพขรก.
เวลา 11.00น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วมกันของสองสภาฯ พิจารณาแล้วเสร็จ มีสาระสำคัญคือการยืนยันเนื้อหาของสภาฯ ให้ข้าราชการที่เข้ากระบวนการฟื้นฟูตามกฎหมาย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ยังถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่ต้องพ้นจากการเป็นข้าราชการ หลังจาก วุฒิสภามีการตัดเนื้อหาดังกล่าวออก โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 444 เสียง ต่อ 0 งดลงมติ 1 เสียง ไม่ลงคะแนน 1เสียง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

