เยียวยาเท่ากันทั่วปท. หลังละ9พัน งบกลาง2พันล.ดูแล คลังสั่งแบงก์พักหนี้

เยียวยาเท่ากันทั่วปท.
หลังละ9พัน
งบกลาง2พันล.ดูแล
คลังสั่งแบงก์พักหนี้
นายกฯเรียกประชุมด่วนแก้น้ำท่วม กทม. สั่งระดมทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ–เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ ย้ำ “จุดเดือดร้อนหนักต้องช่วยก่อน”สั่งเตรียมงบเยียวยาเบื้องต้น ด้านปลัด มท.สั่ง’สถ.-พช.-โยธาฯ’ระดมรถสุขาเคลื่อนที่ รถประกอบอาหาร ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ขณะที่’ศุภจี’คุย’เอกนิติ’กันงบกลาง300ล้าน ใช้ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพช่วยประชาชน ‘ภราดร’เยียวยาชาวกรุงเต็มที่ ยึดมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ กันงบกลางปี69วงเงิน2พันล้าน ดูแลผู้ประสบภัย ขณะที่หลัง1ต.ค.ใช้ประกันภัยพิบัติรับคุ้มครอง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมติดตามมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลังและทรัพยากรอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายธีรพัฒน์คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนฤชาโกษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายกฯสั่งเร่งระบายน้ำกทม.เร็วที่สุด
โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการการทำงานแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นเอกภาพ โดยให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์หลัก (Single Command) ในพื้นที่ เพื่อให้การสั่งการและการบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมย้ำภารกิจเร่งด่วนที่สุด คือ“เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด”และให้จัดลำดับความสำคัญเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหนัก รวมถึงพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นเป็นลำดับแรก
นายกฯระบุว่า สถานการณ์ครั้งนี้มีปริมาณน้ำจำนวนมากและอยู่ในระดับรุนแรง จึงต้องใช้กำลังและเครื่องมือจากทุกหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมสั่งการให้เร่งระดมเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ที่จำเป็น เข้าไปเสริมในพื้นที่และจุดระบายน้ำสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเร็ว สำหรับการดูแลประชาชน นายกรัฐมนตรีกำชับเป็นพิเศษให้กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้ที่ยังขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น รวมถึงกลุ่มเปราะบางและประชาชนในพื้นที่ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง
ต้องดูแลความเป็นอยู่ช่วงน้ำท่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่พบประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วยตนเอง เห็นถึงความยากลำบากและความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานอย่างเต็มกำลัง ไม่ปล่อยให้มีพื้นที่ใดหรือประชาชนกลุ่มใดตกหล่นจากการช่วยเหลือ โดยนอกจากภารกิจเร่งระบายน้ำแล้ว การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในระหว่างที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายต้องดำเนินการควบคู่กันไป
กทม.8หมื่นคนออกซื้ออาหารไม่ได้
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการประชุมหารือช่วยเหลือกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในขณะนี้ ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับข้อมูลในที่ประชุมจากการรายงานของผู้ว่าราชการ กทม.ว่า ขณะนี้มีประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณน้ำท่วมขัง ไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้ จำนวนกว่า 80,000คน จึงมีความต้องการรับการสนับสนุนอาหารกล่อง จำนวน 2.4แสนกล่อง/วัน รวมถึงด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสนับสนุนภารกิจกรุงเทพมหานคร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในระยะเร่งด่วน 6เรื่อง ได้แก่1.การไฟฟ้านครหลวงสามารถจ่ายไฟให้อาคารบ้านเรือนและแฟลตที่พักอาศัย เกือบครบทุกแห่งแล้ว ยังมีส่วนที่ไม่สามารถจ่ายไฟได้เฉพาะชั้นล่างที่มีน้ำท่วมขัง
แจกอาหารต่อเนื่องหลังน้ำลด7วัน
2.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประสานขอรับการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่างๆจัดรถสุขาเคลื่อนที่ไปยังชุมชนที่ยังประสบอุทกภัย3.กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และกรม ปภ.ระดมผู้ประกอบการอาหาร รถประกอบอาหาร 4-5คันต่อจุด ช่วยประกอบอาหารให้กับกรุงเทพมหานคร เป้าหมายจุดละ10,000กล่องเป็นอย่างน้อย 4.กรม สถ.กรม ปภ.และกรมโยธาฯ ระดมเรือจากทุกภาคส่วน โดยมีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วางแผนสายส่งอาหารให้ครบทุกอาคาร โดยไม่ขาด ไม่ซ้ำซ้อน ประชาชนทุกคนได้รับประทานวันละ3มื้อ ในช่วงที่น้ำยังท่วมขังอยู่ 3-5วันและต่อเนื่องหลังน้ำลด อีก 7วัน เป็นอย่างน้อย จนกว่าประชาชนจะกลับสู่การใช้ชีวิตปกติในครัวเรือนได้ 5.กทม. เร่งเยียวยาประชาชนตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด 6.มอบหมายว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรมและนางสาวสุพัตรา คล้ายทิม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นProject Managerพื้นที่คลองจั่น ร่มเกล้า ลาดกระบัง อำนวยการและบูรณาการทุกส่วนของกระทรวงมหาดไทยช่วยสนับสนุนภารกิจกรุงเทพมหานคร โดยมี เจ้าหน้าที่ ปภ. ปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครต่าง ๆ.
‘ศุภจี’ขอทหารขนสินค้าเติมร้านค้า
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนแห่ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อมากักตุนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการรับมืออย่างไร ว่า ได้สั่งการไปตั้งแต่วันที่ 24ก.ย.แล้วว่า ให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงพาณิชย์จังหวัด กรมการค้าภายใน ไปดูแลราคาสินค้า โดยให้ติดป้ายราคาสินค้าและดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสม ไม่ให้มีการขึ้นราคาอย่างผิดปกติ หากใครพบเห็นการขึ้นราคาสินค้าที่ผิดปกติ สามารถแจ้งมาได้ที่หมายเลข1569และให้หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์มีศูนย์บัญชาการ โดยมี ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นศูนย์รวมในการรับเรื่องจากพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนเรื่องของสินค้าที่ขาดจากชั้นวางสินค้าในไปบ้างในช่วงนี้ ยอมรับว่า สำหรับใน กทม.มีบางจุดจริง เพราะรถขนส่งสินค้าไม่สามารถเข้าไปยังจุดนั้นๆ ได้ โดยได้มีการประสานกับทางกระทรวงกลาโหมเพื่อขอให้นำรถของทหารเข้าไปขนส่งสินค้า เนื่องจากรถขนส่งสินค้าทั่วไปอาจจะไม่สามารถเข้าไปขนส่งสินค้าได้ในบางเส้นทาง ทั้งนี้ ใน กทม.ได้มีการประสานงานกัน โดยมีจุดศูนย์รวมของผู้ที่ได้รับผลกระทบ 3หมื่นกว่าราย ที่เขตลาดกระบัง ได้มีการประสานไปที่ปลัดกรุงเทพมหานคร ในการนำของสด ของแห้ง ที่มีความจำเป็นเข้าพื้นที่
คุย’เอกนิติ’กันงบกลาง300ล้านไว้ช่วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการพูดถึงกำลังซื้อของไตรมาสที่ 4 อาจจะชะลอลง เพราะสถานการณ์น้ำท่วม กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือช่วยเหลือประชาชนอย่างไร นางศุภจี กล่าวว่า ความจริงไม่ใช่เฉพาะเรื่องน้ำท่วมอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันที่เราต้องดูแลด้วยเช่นกัน โดยได้มีการพูดคุยกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ในการกันงบกลางมาประมาณ 300 ล้านบาท ที่จะเข้ามาช่วยดูแลให้มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาประหยัด ในโครงการไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ ซึ่งจะทำเฟส 2 โดยกระทรวงพาณิชย์ทำมาตั้งแต่เดือน เม.ย. ในการหาสินค้าทางเลือกอุปโภคบริโภค ที่อาจจะมีความจำเป็น หรือเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เราก็จะทำอย่างนี้ต่อไป คงจะลงไปในพื้นที่ที่ช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ดังนั้น จะนำไปลงในพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผลกระทบก่อน และจะมีการกระจายสินค้าราคาประหยัดไปในพื้นที่ตรงนี้ด้วย
รัฐบาลเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งออกมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง สั่งการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเร่งให้ความช่วยเหลือทันที ครอบคลุม ทั้งค่าใช้จ่ายจำเป็นระหว่างประสบภัย การลดภาระหนี้เดิม การเติมสภาพคล่อง ตลอดจนเงินทุนสำหรับซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูการประกอบอาชีพหลังน้ำลด
คปภ.ดูแลสินไหมบ้าน-รถให้รวดเร็ว
นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า มาตรการที่เตรียมไว้ครอบคลุมสินเชื่อฉุกเฉินและสินเชื่อฟื้นฟูจากธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) รวมถึงความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้จากธนาคารออมสิน ธอส. ธพว. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ตลอดจนมาตรการจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อบรรเทาภาระของผู้กู้ โดยได้กำชับให้แต่ละสถาบันเร่งแจ้งหลักเกณฑ์และช่องทางติดต่อให้ลูกค้าในพื้นที่ได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงความช่วยเหลือได้โดยเร็ว ด้านการประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) และภาคธุรกิจประกันภัย ได้เร่งช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนและรถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยแนะนำให้ผู้ประสบภัยตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ผ่าน LINE @OICCONNECT เก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน แจ้งเหตุทันทีที่สามารถดำเนินการได้ และเตรียมเอกสารสำหรับเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้ครบถ้วน
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ.จะหารือกับบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม ทั้งการสำรวจข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย การเตรียมรถยกและรถลากร่วมกับกรุงเทพมหานคร การกำหนดกรอบเวลาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้รวดเร็วและเป็นธรรม รวมถึงการพิจารณาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย และการต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ.1186
’เอกนิติ’สั่งพักหนี้-เติมสภาพคล่อง
นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน ขณะที่กระทรวงการคลังมีหน้าที่ช่วยลดความกังวลด้านภาระหนี้และดูแลให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าถึงความคุ้มครองอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านเงินทุนสำหรับการฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนสารถซ่อมบ้าน ซ่อมรถ เปิดร้านและกลับไปประกอบอาชีพได้โดยเร็ว ตอนนี้ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน ส่วนหน้าที่ของกระทรวงการคลังคือ ไม่ปล่อยให้คนที่รับมือน้ำท่วมต้องกังวลเรื่องหนี้เพิ่มและควรได้รับความคุ้มครองที่รวดเร็วและเป็นธรรม เมื่อน้ำลดต้องมีเงินพอซ่อมบ้าน ซ่อมรถ เปิดร้านและกลับไปทำกินได้
‘ภราดร’เผยเยียวยาเท่ากันทั่วปท.
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ว่า เกณฑ์เยียวยาพี่น้องกรุงเทพมหานคร โดย กทม.มีระเบียบการชดเชยเยียวยาประชาชนซึ่งรัฐบาลได้หารือกับทางกทม.ที่ต้องลงรายละเอียดว่า จะจัดสรรกันอย่างไร ขอยืนยันว่า ทุกส่วน พร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง
กทม.ได้รับครัวเรือนละ9พันบาท
เมื่อถามว่า กรุงเทพฯจะได้เงินเยียวยา 9,000บาทต่อครัวเรือนมาตรฐานเดียวกับจังหวัดอื่นที่เคยเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหรือไม่ นายภราดร ตอบว่า มีสิทธิ์ได้ เพราะทั่วประเทศต้องใช้เกณฑ์เดียวกัน เพียงแต่กทม.จะมีเกณฑ์อย่างไร แล้วมีงบกลางของกทม.อย่างไรและในส่วนที่ต้องเพิ่มเติมรัฐบาลพร้อมสนับสนุน ทั้งนี้รัฐบาลได้เตรียมกันงบกลางปี2569 ประมาณ 2,000ล้านบาท ซึ่งจะดูแลสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 20กันยายนเป็นต้นมาของทั่วทั้งประเทศและกรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จะต้องแจ้งเหตุน้ำท่วมต่างๆที่เกิดตั้งแต่วันที่ 20กันยายน2569 ที่จำเป็นใช้แบบไหนและเยียวยาที่ใด ก็ทำเรื่องมาให้ครม.เพื่อมีมติต่อไป ส่วนหลังวันที่ 1ตุลาคมเป็นต้นไป เป็นหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ได้ดำเนินการทำสัญญาใช้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติไว้แล้ว ซึ่งภัยใดๆ เช่น อุทกภัยที่เกิดหลังวันที่ 1ตุลาคม2569 ก็จะเป็นเรื่องของประกันภัย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องของรัฐบาล
‘บิ๊กดุลย์’สั่งขนของช่วยสุวรรณภูมิ
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการนำกำลังทหารเข้าช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ว่า เรื่องนี้ต้องแบ่งเป็นสองส่วน คือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ในกรุงเทพฯได้จัดกำลังคน ยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะรถครัวสนาม ไปยังจุดศูนย์พักพิงของผู้อพยพเกือบทุกจุด ตนจะไปสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งได้ทราบข้อมูลจากบริษัทการบินไทย รวมถึง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีการประสานเรื่องกระเป๋าผู้โดยสารติดอยู่ที่สายพาน ไม่มีใครลำเลียงออกมา ซึ่งตนจะนำกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือ เมื่อถามว่า ยืนยันว่าใช่หรือไม่ว่า สายด่วนรับแจ้งขอความช่วยเหลือ จะยังสามารถติดต่อได้ปกติ ขอให้ฟังผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเป็นหลัก ซึ่งในจุดนั้นจะมีผู้บังคับหน่วยไปประจำการคู่กับ ผอ.เขต ในแต่ละเขตและจังหวัด
ส.อ.ท.จับตาสถานการณ์หลายพื้นที่
นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน สภาอุตสาหดรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อมและClimate Change กล่าวว่า ส.อ.ท.ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่า แม้แนวโน้มฝนโดยรวมเริ่มลดลง แต่ความเสี่ยงด้านน้ำยังไม่สิ้นสุดและแตกต่างกันตามพื้นที่จากทั้งฝนสะสม น้ำหลาก น้ำเหนือ การระบายน้ำในลุ่มน้ำหลักและระดับน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ
ลดความเสี่ยงด้านการผลิต-โลจิสติกส์
นายปรีดา กล่าวอีกว่า ส.อ.ท.ขอให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เสี่ยง บริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยย้ายวัตถุดิบ สารเคมี อุปกรณ์และทรัพย์สินสำคัญไปยังพื้นที่ปลอดภัย ตรวจสอบระบบไฟฟ้า เครื่องจักร ระบบสูบน้ำ แนวกั้นน้ำและจุดเสี่ยงน้ำเข้าสถานประกอบการ พร้อมเตรียมมาตรการดูแลพนักงานและการเดินทางเข้า–ออกพื้นที่ พร้อมทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้พร้อมใช้งาน ครอบคลุมการผลิต แรงงาน การขนส่ง วัตถุดิบ ระบบไฟฟ้าและน้ำ ซัพพลายเออร์ ลูกค้าและซัพพลายเชน เพื่อรองรับกรณีการดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบหรือหยุดชะงัก สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมแล้ว ให้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยของบุคลากร ระบบไฟฟ้า เครื่องจักร สารเคมี น้ำมัน ระบบบำบัดน้ำเสีย กากอุตสาหกรรมและของเสียอันตราย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน แม้แนวโน้มฝนเริ่มลดลง แต่ความเสี่ยงด้านน้ำยังไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยาและลุ่มแม่กลอง ยังต้องติดตามน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำและการระบาย
+++++++++++++++++++++
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

