เปิดแผน “ทางด่วนระบายน้ำ” ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย 270 กม. แก้น้ำท่วมซ้ำซากลุ่มเจ้าพระยา

หลังมหาอุทกภัยปี 2554 ประเทศไทยมีการจัดทำแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว หนึ่งในโครงการสำคัญคือ โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย หรือที่มีการเรียกในเชิงเปรียบเทียบว่า “ทางด่วนระบายน้ำ” ฝั่งตะวันออกของเจ้าพระยา
ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 อนุมัติโครงการ วงเงินประมาณ 165,000 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2570-2577 โดยมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและลุ่มน้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเล ลดแรงกดดันต่อพื้นที่ภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพฯ
270 กิโลเมตร จากชัยนาทถึงอ่าวไทย
โครงการนี้มีระยะทางรวมประมาณ 270 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ช่วงสำคัญ
ช่วงที่ 1 ชัยนาท-ป่าสัก ระยะทางประมาณ 134.365 กิโลเมตร เริ่มจากบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ไปเชื่อมกับแม่น้ำป่าสักที่บริเวณอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการพัฒนาระบบคลองเดิมและก่อสร้างอาคารประกอบ เพื่อเพิ่มศักยภาพการรับและระบายน้ำหลาก
ช่วงที่ 2 ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะทางประมาณ 135.655 กิโลเมตร เริ่มจากบริเวณแม่น้ำป่าสัก ผ่านพื้นที่สระบุรี ปทุมธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ก่อนระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย
ช่วงนี้ประกอบด้วยคลองดินประมาณ 23 กิโลเมตร และคลองดาดคอนกรีตประมาณ 112.9 กิโลเมตร โดยมีศักยภาพระบายน้ำสูงสุดประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
หัวใจของโครงการคือการสร้าง “เส้นทางน้ำ” เพิ่มขึ้นจากระบบเดิม โดยให้น้ำหลากบางส่วนสามารถผันออกจากระบบแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านคลองชัยนาท-ป่าสัก ก่อนเชื่อมต่อไปยังเส้นทางป่าสัก-อ่าวไทย
ลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่
ข้อมูลที่รัฐบาลนำเสนอหลัง ครม.อนุมัติระบุว่า โครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และเมื่อดำเนินการแล้วคาดว่าจะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมได้ประมาณ 3.48 ล้านไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง
ขณะเดียวกัน ประเมินว่าสามารถลดมูลค่าความเสียหายจากอุทกภัยได้ประมาณ 16,930 ล้านบาทต่อปี
ประโยชน์ของโครงการไม่ได้มีเฉพาะการระบายน้ำในฤดูฝน เพราะระบบคลองยังสามารถใช้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำและเพิ่มน้ำต้นทุนในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงมีแนวคิดใช้คลองบางส่วนเป็นช่องทางขนส่งสินค้าเกษตรด้วย

จากแผนหลังน้ำท่วมปี 2554 สู่โครงการที่ ครม.ไฟเขียว
โครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2569 แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนบริหารจัดการน้ำหลังมหาอุทกภัยปี 2554
โดยในปี 2560 คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. เห็นชอบในหลักการแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 9 แผน โดยกำหนดโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทยเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ
ต่อมามีการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการในแต่ละช่วง โดยการออกแบบคลองชัยนาท-ป่าสักแล้วเสร็จในปี 2564 และช่วงป่าสัก-อ่าวไทยแล้วเสร็จในปี 2567
ด้านสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบรายงาน EIA ของโครงการช่วงป่าสัก-อ่าวไทยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ขณะที่ กนช.มีมติเห็นชอบโครงการเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568
จากนั้น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. พิจารณาโครงการและให้ความเห็นชอบ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
เริ่มงานปี 2570
หลัง ครม.อนุมัติ โครงการจะเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมพื้นที่และดำเนินงานตามกรอบระยะเวลา 8 ปี โดยกำหนดเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2570 และเป้าหมายแล้วเสร็จในปี 2577
รัฐบาลระบุว่าในปี 2570 มีการเตรียมงบประมาณสำหรับเริ่มต้นดำเนินงานบริเวณจังหวัดชัยนาทแล้ว ขณะเดียวกัน การดำเนินโครงการจำเป็นต้องเตรียมพื้นที่และบริหารจัดการเรื่องที่ดินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นโครงการคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ที่มีแนวคลองพาดผ่านหลายจังหวัด
“ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” จึงไม่ใช่เพียงการขุดคลองเพิ่มอีกหนึ่งเส้นทาง แต่เป็นการออกแบบระบบระบายน้ำขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำของลุ่มเจ้าพระยา ทั้งในช่วงน้ำหลากและฤดูแล้ง
หากดำเนินการได้ตามแผน เป้าหมายในปี 2577 คือการมีระบบระบายน้ำสายใหม่ที่เชื่อมตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ผ่านแม่น้ำป่าสักและพื้นที่ภาคตะวันออก ก่อนออกสู่อ่าวไทย ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารน้ำของภาคกลางและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

