เท้ง สับเละ 4 ข้อ นายกฯ-รัฐบาล แก้น้ำท่วม แซะ อนุทิน ปัญหายังไม่จบ อย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน

30 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ที่เสนอโดยแต่ละพรรคการเมืองในทำนองเดียวกัน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนเพื่อให้รัฐบาลรับไปพิจารณา
โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า ปัญหาขณะนี้ยังไม่จบ อย่าเพิ่งรีบถอดบทเรียน จากข้อมูลพบว่ายังไม่พ้นวิกฤต ฉากทัศน์ร้ายแรงที่สุดคือ สัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.เป็นไปได้ที่ฝนจะกลับมาตกหนักอีก อยากให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มารับฟังข้อมูลจาก สส.ในสภาฯ ด้วยตัวเอง จะได้ไม่ต้องมานั่งถอดบทเรียน สิ่งที่นายกฯ ควบคุมได้ คือการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งการเยียวยาฟื้นฟู การวางบริหารจัดการ ให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น อุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของนายอนุทินที่ผ่านอุทกภัยมาหลายครั้ง จึงเลิกพูดเรื่องถอดบทเรียนได้แล้ว เพราะผ่านบทเรียนมาหลายรอบ ถึงเวลาลงมือปฏิบัติให้จริงจัง เริ่มจาก 1.การแจ้งเตือนภัยล่าช้า นายกฯบอกเองว่า ขนาดตัวเองยังอ่านข้อความแจ้งเตือนไม่รู้เรื่อง แล้วประชาชนจะรู้เรื่องอย่างไร แต่ปัญหาคือ นายกฯ ปรับปรุงแก้ปัญหาเรื่องนี้หรือยัง
2.การแก้ปัญหาการเผชิญเหตุ ในต่างจังหวัดขาดการรวมศูนย์การตัดสินใจและบริหารทรัพยากร หลายพื้นที่เทศบาลยกธงแดง แต่ผู้ว่าฯ ไม่ประกาศเขตสาธารณภัย การตัดสินใจยังขาดการรวมศูนย์ ต่างจาก กทม.ที่ขาดการกระจายศูนย์ในภาคปฏิบัติ บทบาทสำนักงานเขตน้อยเกินไปต่างการทำงานจากเทศบาลต่างๆ ในต่างจังหวัดที่ลงมาแก้ปัญหาทันที การบริหารจัดการหน้างานพื้นที่น้ำท่วมใน กทม.มีแต่จิตอาสามาช่วยกัน แต่พื้นที่ชุมชนที่อยู่ลึกๆ ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะขาดการกระจายศูนย์
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 3.การเยียวยาผู้ประสบภัยยังล่าช้า เพราะแต่ละท้องถิ่นไม่มีหลักเกณฑ์แบบเดียวกัน กลัวสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เล่นงาน นายกฯควรเซ็นหนังสือสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สบายใจว่าสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ สตง.ไม่เล่นงาน เอาอำนาจนายกฯ เป็นหลังพิงให้ อปท.ช่วยเหลือประชาชน แต่กลับไม่เห็นคำตอบแบบนี้จากนายอนุทิน
และ 4.การฟื้นฟูความเชื่อมั่น จะต้องพูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมให้ชัดเจนว่า ในอนาคตจะไม่เกิดซ้ำร้อยเช่นนี้อีก แต่วันนี้คงคาดหวังไม่ได้ ลำพังแค่ความรับผิดชอบมาตอบในสภาฯ นายกฯ ยังมาไม่ได้ จะไปคาดหวังการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

