เหยียบบึ้มช่องอานม้า ทหารขาขาด สังเวยรายที่15แล้ว พื้นที่เขมรเคยรุกล้ำ

สลดอีกแล้ว! ทหารพราน เหยียบทุ่นระเบิดขาขาด เป็นรายที่ 15 ทบ.แจงเข้าปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณช่องอานม้า จ.อุบลฯ เร่งนำตัวไปรักษาพร้อมดูแลเต็มที่ ด้านโฆษกกลาโหม ไม่ออกความเห็นปมชาวกัมพูชา จะได้กลับเข้าพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว อ้างเป็นการเมืองภายใน ย้ำใช้กลไกทวิภาคี พูดคุย
เมื่อเวลา 11.50 น.วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ในพื้นที่ช่องอานม้า ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บกู้วัตถุระเบิด ปรากฏว่า จ.ส.อ.ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 ได้ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิด ทำให้ขาขาด เป็นรายที่ 15
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารพรานเหยียบทุ่นระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ว่าเหตุเกิดในขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) กำลังปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด บริเวณใกล้ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื่องจากบริเวณนี้ในอดีต ฝ่ายกัมพูชา เคยรุกล้ำเข้ามาตั้งฐาน ช่วงที่มีสถานการณ์ซึ่งพบว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ถูกวางไว้ จากนั้นฝ่ายไทยได้ผลักดันทหารกัมพูชา ออกไป ก่อนเข้าควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ โดยระบุเป็นพื้นที่อันตราย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อทำให้พื้นที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ จากเหตุดังกล่าว มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวา มือขวา และมีบาดแผลตามร่างกาย ขณะนี้ยังรู้สึกตัวและอาการปลอดภัย อยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งกองทัพบก ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชา ได้กำชับต้นสังกัด ดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด
ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีชาวกัมพูชา เตรียมอพยพกลับบ้านหนองจาน พื้นที่ จ.สระแก้ว ว่าประเด็นนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะยังไม่มีการยืนยัน โดยย้ำว่าต้องตรวจสอบรายละเอียด แต่ก็เป็นการยืนยันหลังจากมีการพบปะพูดคุยของรัฐบาล และผู้แทนรัฐบาลกับหลายประเทศ ยืนยันเช่นเดียวกันว่าปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ดังนั้นต้องแก้ไขด้วยเวทีทวีวิภาคี ซึ่งทุกประเทศยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ว่าอยากจะให้ไทยและกัมพูชา พูดคุยกันในลักษณะทวีวิภาคี จะไม่เข้ามายุ่งในเรื่องนี้ เรามีกระบวนการและกลไกพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น JBC / GBC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญเรื่องการกำหนดเส้นเขตแดน แต่จะต้องรอฟังการเจรจาพูดคุย ผ่านทวิภาคีก่อน
ส่วนกรณีที่กัมพูชา บินโดรนตามแนวชายแดน จะมีวิธีการพูดคุยระหว่างประเทศหรือไม่ พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องการบินโดรน หรือแอนตี้โดรน ที่มีข่าวว่ากัมพูชาใช้อยู่นั้น ไทยใช้แนวทางประท้วง โดยกองกำลังฝ่ายไทยที่อยู่ตามแนวชายแดน ส่งหนังสือประท้วง ซึ่งมาตรการในการป้องกัน เราก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะแอนตี้ แอนตี้โดรน ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทเอกชนมีความพร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติ แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค แต่ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเรามีระบบการต่อต้านแอนตี้โดรนของกัมพูชา และมีการข่าวเฝ้าระวังตลอดเวลา ว่ากัมพูชามีการใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิบัติการของไทยในการต่อต้านด้วย
ขณะที่กระบวนการเจรจาทวิภาคี และการประชุม JBC ที่ยังชะงักอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดขึ้นก่อน พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า กระบวนการประชุม JBC จะพูดคุยกันอยู่อย่างน้อยฝ่ายเลขาฯ ก็จะประสานงานกันต่อเนื่อง แต่ต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงของ Joint Statement ที่ลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 มากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ดูเสียงสะท้อนจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ พูดว่ากัมพูชา ยังไม่แสดงความพร้อม ยังมีการยั่วยุ และพยายามพูดคุยในเวทีต่างประเทศเรื่องการประท้วงและตำหนิไทย ทั้งที่สิ่งที่ฝ่ายไทย ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล กฎหมายระหว่างประเทศ และ Joint Statement แต่สิ่งที่กัมพูชา ทำ แสดงความไม่จริงใจ หากจะพูดคุยมันก็ไม่เกิดประโยชน์
สำหรับกรณีกัมพูชา เตรียมรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ ภายใต้รหัส อังกอร์ เซนตินอล จะกระทบกับไทยหรือไม่นั้น พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า การฝึกซ้อมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณภัยเป็นหลัก มิติเรื่องการใช้อาวุธ จะไม่มีการฝึกครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการฝึกใช้อาวุธก็ตาม เป็นสิทธิของประเทศนั้น เพราะเป็นอธิปไตยของเขาในการดำเนินงาน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชน คือไทยเรามีความพร้อม ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดน มีการเฝ้าระวัง ตรวจสอบตามแนวชายแดนตลอด และมีมาตรการรับมือกับภัยคุกคาม เชื่อว่าจากที่ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกับสหรัฐฯ หรือจีน ทุกคนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวปัญหาไทยกัมพูชา ขอให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันเอง เจรจาผ่านกลไกทวิภาคี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

