'เอิร์ธ พงศกร' งัดเอกสารยัน งบเวนคืน 'บึงคู้บอน' แค่ 324 ล้าน ไม่ใช่ 1.1 หมื่นล้าน จี้ กทม. ชี้แจงตัวเลข

จากสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมขังและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับประเด็นการถูกถอดถอนและเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่รับน้ำตามแนวพระราชดำริ หรือแก้มลิง ซึ่งกำลังลุกลามกลายเป็นมหากาพย์ดรามาเดือดระอุ ก่อนที่ในเวลาต่อมา อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะออกมาซัด 'ชัชชาติ' พูดความจริงครึ่งเดียว จี้ทบทวนใส่ 'บึงรับน้ำคู้บอน' ในผังเมืองใหม่ปี 70 รวมไปถึงก่อนหน้านี้ที่ชาวเน็ตมีการขุดคลิปเก่าของ อรรถวิชช์ เกี่ยวกับในประเด็นนี้ขึ้นมา
ล่าสุดวันนี้ 3 ตุลาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง หรือ เอิร์ธ เป็นโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊ก เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง - Earth Pongsakorn Kwanmuang เรื่องงบเวนคืนที่ดิน บึงรับน้ำคลองคู้บอน ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “324 ล้าน ไม่ใช่ 11,000 ล้าน: ข้อเท็จจริงเรื่องงบเวนคืนที่ดิน บึงรับน้ำคลองคู้บอน”

จากกรณีที่มีสื่อมวลชนตั้งคำถามถึงงบประมาณการเวนคืนที่ดินที่สูงถึง 11,000 ล้านบาท (ตามที่ กทม. แถลง) ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงอ้างอิงตามเอกสารการสำรวจและตั้งงบประมาณการเวนคืน ซึ่งระบุตัวเลขไว้เพียง 324 ล้านบาท ไม่ใช่ 11,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดตอบข้อสงสัยในแต่ละประเด็น ดังนี้ครับ
1. ทำไมการออก พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดิน ถึงไม่แล้วเสร็จในสมัยผู้ว่าฯ อัศวิน?
โดยปกติกระบวนการออก พ.ร.ฎ. เวนคืน จะใช้เวลาเฉลี่ย 3-5 ปี แต่เนื่องจากในปี 2562 ฝ่ายนิติบัญญัติได้ประกาศใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนฯ ฉบับใหม่ (ซึ่งเป็นการปรับปรุงในรอบ 30 ปี) ทำให้โครงการที่เริ่มดำเนินการไปก่อนหน้านั้นต้องกลับไปเริ่มต้นกระบวนการใหม่ตามขั้นตอนกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 (3 ปีต่อมา) กระบวนการทั้งหมดได้ถูกผลักดันจนมาถึงขั้นตอนเตรียมออกกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งหากผู้บริหารชุดใหม่ดำเนินการต่อ ก็คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในปี 2566 หรือ 2567
2. การมีหมู่บ้านจัดสรรเข้าไปก่อสร้าง ทำให้ค่าเวนคืนสูงขึ้นได้หรือไม่?
ตามกฎหมายเวนคืน มาตรา 23 ระบุไว้ชัดเจนว่า หากผู้ใดทราบอยู่แล้วว่าจะมีการเวนคืนพื้นที่ แต่ยังพยายามปลูกสร้างหรือต่อเติมเพื่อเพิ่มมูลค่าที่ดิน “โดยอุบายฉ้อฉล เพื่อประสงค์ จะได้รับเงินค่าทดแทน” จะไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นค่าเวนคืนเพิ่มได้
อีกทั้งโครงการนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์และปักป้ายแจ้งเตือนอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าหมู่บ้าน ดังนั้น ไม่ว่าจะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมมูลค่ามหาศาลเพียงใด ก็ไม่สามารถนำมาเพิ่มเป็นค่าเวนคืนได้ ยอดประเมินรวมที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดจึงยังคงอยู่ที่ 324 ล้านบาท
3. ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงยอมอนุญาตให้จัดสรรที่ดินและก่อสร้างหมู่บ้าน?
ต้องแยกอำนาจหน้าที่ก่อนครับ การขออนุญาตจัดสรรและซื้อขายที่ดิน เป็นอำนาจของ กรมที่ดิน ไม่ใช่ กทม.
ส่วนการขออนุญาตก่อสร้างซึ่งเป็นอำนาจของ กทม. นั้น ตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารฯ หากยังไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.ฎ. เวนคืน และเอกชนยื่นขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ กทม. ก็ "ต้อง" อนุญาตตามหน้าที่ ซึ่งการอนุญาตนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ค่าเวนคืนเพิ่มขึ้นได้ตามที่อธิบายในข้อ 2
แต่สิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ เอกชนเอาความมั่นใจจากไหนมาลงทุนสร้างหมู่บ้านและซื้อที่ดิน ทั้งที่รู้ว่าหากถูกเวนคืนก็จะได้ค่าชดเชยเท่าเดิม? ทำไมถึงกล้ามั่นใจว่า กทม. ในยุคหลังปี 2565 จะไม่เดินหน้าโครงการนี้ต่อ?
4. ทำไมตัวเลข 324 ล้านในอดีต ถึงกลายเป็น 11,000 ล้านในปัจจุบัน?
ผมไม่สามารถตอบแทนได้จริงๆ ครับ เนื่องจากปัจจุบันผมไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายใน แต่ผมขอยืนยันด้วยข้อเท็จจริงว่า ในยุคผู้บริหารชุดก่อน งบประมาณการเวนคืนโครงการนี้อยู่ที่ 324 ล้านบาทเท่านั้น
ส่วนตัวเลข 11,000 ล้านบาทโผล่มาได้อย่างไร คงต้องเป็นคำถามที่ผู้บริหารชุดปัจจุบันต้องชี้แจงว่าเหตุใดจึงสั่งทบทวนโครงการ ทั้งๆ ที่กระบวนการมาถึงขั้นเตรียมออกกฤษฎีกาแล้ว?"

หลังจากที่โพสต์ของ พงศกร ขวัญเมือง เผยแพร่เรื่องงบเวนคืนที่ดิน บึงรับน้ำคลองคู้บอน ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น
"หาข้อมูลมาเพิ่มให้ครับ"
"เป็นกำลังใจไห้นะคะ"
"รู้เรื่องงงงงง"
"1.5 ล้านเสียง จะตาสว่างได้มั้ยนะ"
"ให้ Ai สรุปง่ายๆ อ่านเรียงทีละข้อได้เลยครับ"
"อยากเห็นกรุงเทพ สะอาด น้ำใส ฝากคุณเอิร์ธ เอาขยะใต้พรม กทม ออกมาเยอะๆนะครับ"
"เอาข้อเท็จจริง ขุดหลักฐานขึ้นมาค่ะ. ขยี้!!! ให้สะอาด"




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง - Earth Pongsakorn Kwanmuang
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

