บทบรรณาธิการ : 5 ตุลาคม 2569

ต้องขอโทษประชาชน
เชื่อว่าทั้งตัวของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมทั้งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร คงรับรู้ถึงอารมณ์โกรธ และไม่พอใจอย่างแรงของประชาชนที่เจอวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่เมืองหลวงและปริมณฑล เป็นอย่างดี จึงต่างพากันออกมาน้อมรับคำด่าเพื่อให้ชาวบ้านได้ระบายความอัดอั้นตันใจต่อ
ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันได้เตรียมตัว
ประเด็นที่ทำให้ชาวบ้านโกรธมาก ถ้าเป็นในส่วนของกรุงเทพฯ ก็คือ การบริหารจัดการป้องกันน้ำท่วม การพร่องน้ำ การแจ้งเตือน ไปจนถึงการเข้าไปช่วยเหลือล่าช้า ขณะที่น้ำท่วมกินพื้นที่กว้างเกือบทั้ง กทม. จนต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติคลุมทั้ง 50 เขต แต่การบริหารจัดการในสถานการณ์หน้างานบางจุดยังสู้
ต่างจังหวัดไม่ได้เลย ทั้งที่กรุงเทพฯคือเขตปกครองพิเศษ
สำหรับรัฐบาล เรื่องที่ชาวบ้านโกรธมากจริงๆ คือ นอกจากประเมินสถานการณ์ผิดพลาดแล้ว คำว่า เอาอยู่ เป็นอีกเรื่องใหญ่ที่เสียดแทงใจคนหลายหมื่นชีวิตที่ต้องเจอวิกฤตน้ำท่วมเพราะเชื่อรัฐบาล แต่หลายคนกลับต้องมานั่งมองรถตัวเองที่ค่อยๆ จมมิด หรือกระแสน้ำที่ค่อยๆ ไหลเข้าเขตประตูรั้วบ้านโดยไม่สามารถเอาอยู่ได้เลย ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อม
อาจจะมีคำพูดมากมายจากผู้นำรัฐบาล หรือผู้ว่าฯกทม.ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อพยายามอธิบายและตอบคำถามที่ว่า ทำไมน้ำถึงท่วมกรุงเทพฯได้หนักขนาดนี้ แต่คำพูดเหล่านั้น ยังไม่สามารถเยียวยาความรู้สึกของชาวบ้านที่บ้านพัง ไฟถูกตัด อาหาร น้ำดื่มไม่พอในบ้านยังมีคนป่วย คนแก่ และเด็กๆ ลำบากแสนสาหัส ส่วนพื้นที่เข้า-ออกก็ถูกน้ำล้อมรอบสูงเป็นเมตรๆ
หรือแม้แต่ภาพของชาวแฟลตคลองจั่น-การเคหะร่มเกล้า ต้องตะลุยฝ่าน้ำเน่าออกมารับสิ่งของบริจาคเพื่อประทังชีวิต ซึ่งกว่าจะผันน้ำออกจนแห้งก็ใช้เวลาหลายวัน ที่สำคัญกว่านั้นคือ กทม. มีทั้งงบประมาณมหาศาล มีเครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนบุคลากรจำนวนมาก แต่กลายเป็นว่า ท่อซิ่งพญานาคแบบไทยประดิษฐ์ คือพระเอกที่ช่วยกอบกู้วิกฤตคนกรุงไม่ให้สำลักน้ำเน่า
ขณะนี้สถานการณ์ในกรุงเทพฯ คลี่คลายลงแล้ว อยู่ระหว่างการเยียวยา และฟื้นฟู-ล้างเมืองครั้งใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะน้ำท่วมรอบนี้ สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไม่ใช่น้อย อีกทั้งยังต้องนั่งเฝ้าระวังว่าจะเกิดซ้ำรอยอีกหรือไม่เนื่องจากยังฝนตกอยู่ น้ำเหนือก็กำลังลงมา และน้ำทะเลอาจหนุนสูง บนความหวาดระแวงว่าภาครัฐจะจัดการได้แค่ไหน
ทั้งหมดคือ มหาวิกฤตที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมปีนี้ จนสะท้อนผ่านออกมาเป็นเสียงด่า และความไม่พอใจดังที่ปรากฏอยู่ คำถามต่อมาคือทางการไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ รัฐบาล หรือกทม.จะบริหาร
ความรู้สึกของประชาชนที่โกรธเคืองครั้งนี้ได้อย่างไร ที่ไม่ใช่บุกตะลุยเข้าไปให้คนเขาด่าแล้วก็คิดว่ามันจบ
แต่จริงๆ แล้วยังไม่จบ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทางการต้องมีคำตอบออกมาให้ชัดเจนว่าปัญหาเกิดจากอะไร และใครต้องรับผิดชอบ แม้ลึกๆ แล้วจะไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นคำตอบทั้งหมด แต่อย่างน้อยหลังจากสถานการณ์ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ จนไม่มีอะไรให้น่าวิตกอีก ก็สมควรออกมากล่าวคำขอโทษต่อประชาชนอย่างเป็นทางการ สำนึกแค่นี้ทำกันได้หรือไม่???
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

