บุคคลแนวหน้า : 6 ตุลาคม 2569 (มือปราบ)

เต็มไปด้วยสาระและข้อเท็จจริง คือหนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com ทุกบรรทัด ตรงไป ตรงมา
...nn หมดเนื้อหมดตัวไปตามๆ กัน สำหรับพี่น้องชาวแฟลตคลองจั่น บางกะปิ และร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ
...nnมหาอุทกภัยที่คุกคามกรุงเทพมหานครและอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศในห้วงที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่ยังนำมาซึ่งคำถามใหญ่ถึงประสิทธิภาพของ “ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ” (ศภช.) หน่วยงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาล เพื่อทำหน้าที่เป็น “วอร์รูม” ฝ่าวิกฤตภัยธรรมชาติ
...nn คนในมหาดไทยอธิบายให้ “มือปราบ” ทราบว่า ตามบทบาทและภารกิจ ศภช. ซึ่งปัจจุบันสังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่หลักในการติดตาม วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และกระจายแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างแม่นยำและทันท่วงที โดยต้องประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ GISTDA เพื่อประเมินสถานการณ์ภัยพิบัติ
...nnในขณะที่กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลักในด้านการประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กอ.รมน. และเหล่าทัพต่างๆ พร้อมกับทีมงานสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่มีกรมประชาสัมพันธ์เป็นหัวหน้ากลุ่มงานและยังมีโฆษก ศภช.
...nn ทว่าภาพที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้ามการเตือนภัยยังคงล่าช้า ข้อมูลสับสน และไร้เอกภาพ มวลน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนโดยที่ประชาชนแทบไม่ทันตั้งตัว สิ่งนี้สะท้อนชัดว่า “ระบบเตือนภัยพิบัติของประเทศกำลังล้มเหลว” ชาวบ้านด่ากันขรม
...nn ความล้มเหลวดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ล้าหลังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างการทำงานแบบ “ต่างคนต่างทำ” กรมอุตุนิยมวิทยา ดูพายุ กรมชลประทาน ดูน้ำในเขื่อน กทม. ดูท่อระบายน้ำ มีการตั้งคำถามว่าข้อมูลไม่ถูกเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ นำไปสู่การประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด และการแจ้งเตือนที่กว้างเกินไปจนประชาชนไม่อาจนำไปใช้เตรียมพร้อมในระดับครัวเรือนได้จริงหรือไม่ คำถามสำคัญนี้จึงส่งตรงไปถึง “รัฐบาล” ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ เหตุใดจึงปล่อยให้ ศภช. กลายเป็นเพียงหน่วยงานประสานงานที่ไร้เขี้ยวเล็บและเหตุใดจึงไม่บูรณาการการทำงานของทุกฝ่ายภายใต้ร่มของ ศภช. อย่างจริงจังแต่กลับไปตั้งหน่วยงานใหม่ๆ ขึ้นมาทำงานแทน
...nn ศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ ควรได้รับการยกระดับให้มีอำนาจสั่งการ (Single Command) ในภาวะวิกฤต สามารถรวมศูนย์ข้อมูลจากทุกกระทรวง นำเทคโนโลยีเตือนภัยสมัยใหม่แบบระบุพิกัด (Cell broadcast) มาใช้เจาะจงพื้นที่เสี่ยงอย่างตรงจุด ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานแถลงข่าวแย่งซีนกันว่าทุกคนทำงาน แต่ไร้ความแม่นยำและการประสานงาน
...nn ตัวอย่างเช่น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ต้องร้องขอต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงขณะสวนกันที่แฟลตคลองจั่นให้มีการตั้งศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจในแต่ละจุดที่น้ำท่วมขังอย่างหนักแต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด
...nn รัฐบาลต้องหยุดมองภัยพิบัติเป็นเพียงเรื่องของการแจกถุงยังชีพหลังเกิดเหตุ แต่ต้องตั้งเป้าแก้ไขเชิงระบบทันที ถึงเวลาที่ผู้นำรัฐบาลต้องลงมาบัญชาการ บูรณาการทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันภายใต้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติอย่างแท้จริง ก่อนที่ความศรัทธาของประชาชนต่อระบบเตือนภัยของรัฐจะจมหายไปกับสายน้ำทั้งหมด!
...nn ขณะนี้ข่าวว่าจะมีฝนระลอกใหญ่ทิ้งทวนในเร็วๆ นี้ หลายหน่วยงานเร่งพร่องน้ำทั้งกทม.ภายใต้ความรับผิดชอบของชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ท่อซิ่งพญานาคคำรามสูบน้ำทั้งวันทั้งคืน
...nn หรือโดยภาพรวมของประเทศรับผิดชอบโดย นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีประชุมทุกเช้า
...nn“มือปราบ” ภาวนาอย่าให้ท่วมซ้ำ แต่ถ้าท่วมอีก และแก้ไขปัญหาไม่ได้ ก็ควรจะยุบทิ้งหน่วยงานที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อชาวบ้าน...nn สวัสดีครับ
มือปราบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

