DPU ผนึก 3 พันธมิตรสุขภาพและความงาม เสริมศักยภาพนักศึกษา เรียนรู้จากมืออาชีพ

DPU ผนึก 3 พันธมิตรสุขภาพและความงาม เสริมศักยภาพนักศึกษา เรียนรู้จากมืออาชีพ เปิดโอกาสฝึกงานจริง ต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต
วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพและความงาม ร่วมกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย บริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท รมย์รวินท์คลินิก จำกัด เพื่อยกระดับการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกับการทำงานจริง เสริมศักยภาพนักศึกษาให้มีความรู้และทักษะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ พร้อมเปิดโอกาสฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การทำสหกิจศึกษา และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน โดยจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ณ ห้องประชุมสำนักอธิการบดี 6-1 อาคารสำนักอธิการบดี 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ความร่วมมือครั้งนี้มี ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ (CIMw) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในการลงนามร่วมกับผู้บริหารทั้ง 3 องค์กร ประกอบด้วย นางสาวยุพาวรรณ อามระดิษฐ เลขานุการสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย นางสาววริศรา ไพรสานฑ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด และ นางขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รมย์รวินท์คลินิก จำกัด โดยมี นางสาวเกล็ดทราย อินทรพล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพันธมิตร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและบุคลากร พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์วิชาชีพระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจและองค์กรวิชาชีพ
ซึ่งความร่วมมือกับ สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย จะมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะด้านการแพทย์แผนไทย ผ่านการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบวิชาชีพในการเป็นวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษา ตลอดจนร่วมจัดกิจกรรมทางวิชาการ การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการแข่งขันเพื่อพัฒนาทักษะนักศึกษา รวมถึงส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและการบริการวิชาการแก่สังคม
ส่วนความร่วมมือกับ บริษัท อีฟ โรเช (ประเทศไทย) จำกัด จะมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับการทำงานในธุรกิจสุขภาพและความงาม ผ่านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการสนับสนุนองค์ความรู้จากภาคธุรกิจ โดยนักศึกษาฝึกงานจะได้รับค่าตอบแทนตามวันที่ปฏิบัติงานจริง พร้อมการฝึกอบรมระหว่างทำงาน และเมื่อผ่านการฝึกงานตามเงื่อนไขของบริษัท จะได้รับหนังสือรับรองและข้อเสนอการทำงานตามข้อตกลงและความเหมาะสมของตำแหน่งงาน
สำหรับความร่วมมือกับ บริษัท รมย์รวินท์คลินิก จำกัด จะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะวิชาชีพผ่านการฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง ควบคู่กับการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมร่วมกัน โดยนักศึกษาที่เข้าฝึกงานจะได้รับค่าตอบแทนตามวันที่ปฏิบัติงาน พร้อมโอกาสเรียนรู้ผ่านการหมุนเวียนงานและการฝึกอบรมระหว่างปฏิบัติงาน เมื่อผ่านการฝึกงานตามข้อกำหนดจะได้รับหนังสือรับรอง และอาจได้รับการพิจารณาเข้าทำงานตามคุณสมบัติและตำแหน่งงานที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ทั้ง 3 ความร่วมมือยังครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตร เนื้อหาการเรียนการสอน และสื่อการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ การสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรและองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบการ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ตรงและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง
ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยอธิการบดีสายงานพัฒนาธุรกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนานักศึกษา เพราะเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับประสบการณ์จริงจากภาควิชาชีพและภาคธุรกิจ ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ เข้าใจบริบทของการทำงาน และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดงาน โดยมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา เพื่อให้แต่ละคนสามารถเติบโตไปสู่เป้าหมายของตนเองและก้าวเป็นบุคลากรคุณภาพในอนาคต
“นักศึกษาแต่ละคนมีต้นทุนชีวิตและโอกาสที่แตกต่างกัน สิ่งที่มหาวิทยาลัยและพันธมิตรสามารถทำร่วมกันได้ คือการสร้างเครื่องมือ สร้างโอกาส และสร้างประสบการณ์ เพื่อช่วยให้นักศึกษาได้ค้นพบความสามารถของตนเองและพัฒนาศักยภาพนั้นให้เติบโตต่อไป ซึ่งเรามองว่าความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มพลังจากสิ่งที่นักศึกษามีอยู่เดิม จากเครื่องหมาย ‘บวก’ ให้เปลี่ยนเป็นเครื่องหมาย ‘คูณ’ ผ่านองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่เข้ามาเสริมกัน” ดร.พีระยุทธ กล่าว
สำหรับแนวทางความร่วมมือหลังจากนี้ จะมุ่งพัฒนาการทำงานร่วมกันในหลายด้าน ทั้งการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การพัฒนานักศึกษาและบุคลากร ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยกับประสบการณ์จากภาควิชาชีพ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และโอกาสทางวิชาชีพในอนาคต
ดร.พีระยุทธ กล่าวในช่วงท้ายว่า มหาวิทยาลัยกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยนำองค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากรจากคณะและวิทยาลัยในกลุ่มสุขภาพหลายสาขา อาทิ การพยาบาล เทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา การแพทย์แบบบูรณาการ และการแพทย์แผนตะวันออก มาสนับสนุนการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติ การวิจัย และการบริการด้านสุขภาพร่วมกัน
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นแหล่งฝึกประสบการณ์จริงก่อนที่นักศึกษาจะออกไปปฏิบัติงานกับสถานประกอบการ ทั้งโรงพยาบาลต้นแบบ พื้นที่ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย การดูแลผิวพรรณ การแพทย์แผนไทย ทันตกรรม รวมถึงห้องปฏิบัติการด้านเทคนิคการแพทย์ พื้นที่ Pilot Plant และศูนย์ด้านกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาบุคลากร งานวิจัย และนวัตกรรมร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรได้
“เป้าหมายของมหาวิทยาลัยคือการทำให้คณะและวิทยาลัยในกลุ่มสุขภาพเชื่อมโยงกันเป็นระบบ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากหลายศาสตร์ ฝึกจากสถานการณ์จริง และนำความรู้ไปใช้ในการทำงานได้ ขณะเดียวกันพันธมิตรภายนอกก็สามารถเข้ามาร่วมต่อยอดองค์ความรู้ งานวิจัย และการพัฒนาบุคลากร การลงนามความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวที่ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศด้านสุขภาพของ DPU ให้เข้มแข็งและเชื่อมโยงกับภาควิชาชีพมากขึ้น” ดร.พีระยุทธ กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับภาควิชาชีพและภาคธุรกิจ โดยมุ่งให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากความต้องการของการทำงานจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต ทั้งความเข้าใจผู้คน การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อทั้งการศึกษาและการทำงานในหลายสาขา
ผศ.ดร.นพ.มาศ กล่าวต่อว่า ทิศทางการพัฒนาหลักสูตรในอนาคต จำเป็นต้องเปิดรับข้อมูลจากภาคธุรกิจและภาควิชาชีพมากขึ้น เพื่อให้มหาวิทยาลัยเข้าใจว่าตลาดงานต้องการบุคลากรที่มีความรู้และทักษะแบบใด แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง โดยความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกสามารถต่อยอดได้ทั้งการฝึกประสบการณ์ การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น การอบรมทักษะเฉพาะทาง และการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับนักศึกษา รวมถึงบุคคลภายนอกที่ต้องการเพิ่มทักษะหรือพัฒนาตนเองในสายสุขภาพและความงาม
“สิ่งที่เราอยากพัฒนามากขึ้น คือให้นักศึกษาได้เรียนในสิ่งที่สามารถนำไปใช้ทำงานได้จริง ขณะเดียวกันก็ต้องมีทักษะที่เทคโนโลยีทดแทนได้ยาก โดยเฉพาะความเข้าใจความเป็นมนุษย์ การสื่อสาร และการทำงานกับผู้คน ส่วน AI ต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ ตรวจสอบความถูกต้องได้ และไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีเป็นฝ่ายนำการตัดสินใจของเรา” ผศ.ดร.นพ.มาศ กล่าว
นอกจากนี้ วิทยาลัยยังเปิดกว้างให้พันธมิตรเข้ามาร่วมพัฒนาหลักสูตรหรือกิจกรรมเฉพาะทางตามความต้องการของแต่ละองค์กร ทั้งในรูปแบบหลักสูตรปกติและหลักสูตรระยะสั้น เพื่อช่วยผลิตและพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมมากขึ้น ตลอดจนรองรับกลุ่มคนทำงานที่ต้องการยกระดับความรู้และคุณวุฒิ โดยเฉพาะในบริบทที่ธุรกิจด้านสุขภาพ Wellness และสังคมสูงวัยกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้น
สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/college-of-integrative-medicine
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









