คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU จัดการแข่งขัน “Spa SPACE DESIGN COMPETITION Next Gen 2026”

คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU จัดการแข่งขัน “Spa SPACE DESIGN COMPETITION Next Gen 2026” ปั้นศักยภาพมัณฑนากรรุ่นใหม่ไทย ชูนวัตกรรมการออกแบบอย่างยั่งยืน ก้าวไกลสู่ระดับสากล
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดการแข่งขันออกแบบภายในสปาแห่งอนาคต “Spa SPACE DESIGN COMPETITION Next Gen 2026” เพื่อมุ่งเฟ้นหานักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ พร้อมส่งเสริมทักษะการปฏิบัติงานจริง และต่อยอดนวัตกรรมวัสดุตกแต่งสู่การออกแบบสปาเพื่อสุขภาพยุคใหม่ เมื่อวันที่ 17 - 18 ตุลาคม 2569 ณ DPU MAKERSPACE โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ปวช. และ ปวส. จากทั่วประเทศร่วมส่งผลงานชิงชัยมากกว่า 30 ทีม ก่อนคัดเลือก 15 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีม Serenia Spa จากวิทยาลัยเทคนิคแพร่ คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 รับทุนการศึกษา 10,000 บาท บัตรกำนัล B2S และบัตรรับประทานอาหารโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร ขณะที่ ทีม Celes Spa จากโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมด้วยรางวัล Popular Vote และรางวัล Creative Sustainability Award ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ตกเป็นของ ทีม นาลิน จากโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ
สำหรับกิจกรรมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการชี้แจงกติกา เกณฑ์การตัดสิน และการบรรยายในหัวข้อ Design Brief & Spa Experience โดย อาจารย์ธนิต จึงดำรงกิจ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ร่วมกับ ดร.ศรีดารา ติเพียร ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ เพื่อปูพื้นฐานความเข้าใจเรื่องประเภทของสปา การจัดสรรสัดส่วนพื้นที่ใช้งาน และพฤติกรรมผู้ใช้บริการแก่นักเรียนผู้เข้าแข่งขัน พร้อมเจาะลึกนวัตกรรมวัสดุตกแต่งเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยโดย คุณธนัญชัย จุนแสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตด้า พีวีซี เลเธอร์ จำกัด หรือ TODA Surface ที่นำวัสดุจริงมาให้เยาวชนได้สัมผัสและทดลองประยุกต์ใช้ ทั้งกระเบื้องยาง SPC Gen 2, พื้น Zero Gravity SPC ลดแรงกระแทก, Soft Floor สุขภาพ, ฟิล์ม Interior Film และหินสังเคราะห์ Smart Stone
ส่วนวันที่สอง ผู้เข้าแข่งขันมีเวลา 7 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ผลงานครอบคลุมตั้งแต่วิเคราะห์แนวคิด วางผังแปลน เขียนแบบ ลงสี และจัดองค์ประกอบนำเสนอ ก่อนพรีเซ็นต์ผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนำโดย อาจารย์ธนิต จึงดำรงกิจ และ ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ DPU, คุณวชิรา ธรรมาธิคม ตัวแทนสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA), คุณชมัยพร ไชยผดุงพงษ์ ตัวแทนบริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49), คุณธนเมศฐ์ ธนาพลชัยรัตน์ Co-founder บริษัทฟีนิกซ์ เอ สตูดิโอ
อาจารย์อุกฤษ วรรณประภา หัวหน้าภาควิชาการออกแบบตกแต่งภายใน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยถึงกระบวนการจำลองสภาวะการทำงานจริงในการแข่งขันว่า การประกวดครั้งนี้มุ่งเน้นให้เยาวชนได้ฝึกฝนทักษะการทำงานของมัณฑนากรอย่างครบวงจร นับตั้งแต่การรับโจทย์ความต้องการจากลูกค้า การศึกษาและเลือกสรรนวัตกรรมวัสดุตกแต่ง การจัดทำแบบแปลน จนถึงการนำเสนอขายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
อาจารย์อุกฤษ ยังกล่าวถึงบรรยากาศและความรู้สึกหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมว่า "เหมือนยกภูเขาออกจากอกไปแล้ว เพราะด้วยวันแรกผู้เข้าแข่งขันได้รับโจทย์ประกวดและต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด พอทำเสร็จก็เหมือนได้ทดลองปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่การรับโจทย์จากลูกค้า การเลือกสรรวัสดุ การออกแบบ จนถึงขั้นตอนการนำเสนอขายงานแก่ลูกค้า โดย DPU ตั้งเป้าให้เวทีนี้เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้เยาวชนรู้สึกว่าตนเองคือเชื้อเพลิงสำคัญในการก้าวสู่การเป็นมัณฑนากรอาชีพในอนาคต"
ขณะที่ คุณวชิรา ธรรมาธิคม ตัวแทนจากสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) ได้กล่าวเสริมถึงบทบาทและพันธกิจของสมาคมในการสนับสนุนการศึกษาด้านการออกแบบภายในว่า TIDA มีโครงสร้างการส่งเสริมวิชาชีพครอบคลุม 3 ระดับหลัก เริ่มตั้งแต่กลุ่ม "ต้นกล้าทาง Interior Design" ซึ่งเป็นนักเรียนและเยาวชนผู้เริ่มต้น ไปจนถึงระดับนักออกแบบมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญขั้นสูง จึงพร้อมขานรับและร่วมสนับสนุนโครงการของ DPU อย่างเต็มที่
อีกทั้งยังได้ชื่นชมวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในการเปิดเวทีกลางเชื่อมโยงเยาวชนเข้ากับนวัตกรรมวัสดุยุคใหม่ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังเปิดเผยถึงงานใหญ่ระดับสากลที่กำลังจะมาถึงอย่าง FIND Design Fair Asia 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อยกระดับและต่อยอดวงการดีไซน์ไทยอย่างยั่งยืน
"ทาง TIDA พร้อมให้การสนับสนุนในทุกระดับ โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ เริ่มตั้งแต่กลุ่มต้นกล้าทาง Interior Design ซึ่งเป็นนักเรียน ทั้งระดับเยาวชนผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ เนื่องจากเรื่องการศึกษามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การที่ DPU เปิดเวทีกลางนี้จึงถือเป็นวิสัยทัศน์ที่ช่วยต่อยอดทางวิชาชีพได้อย่างดีเยี่ยม เกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุตกแต่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด"
เช่นเดียวกับ ตัวแทนจากบริษัท โตด้า พีวีซี เลเธอร์ จำกัด ที่ได้ร่วมถ่ายทอดถึงเจตนารมณ์ในการร่วมสนับสนุนเวทีนี้ว่า องค์กรไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจำหน่ายสินค้า แต่มุ่งเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมวัสดุทดแทนธรรมชาติ อาทิ หินสังเคราะห์ Smart Stone และพื้นรุ่น Zero Gravity SPC ที่ลดแรงกระแทกและซับเสียง เพื่อตอบโจทย์สุขภาวะและการออกแบบสปาอย่างตรงจุด พร้อมทั้งชื่นชมศักยภาพของผู้เข้าแข่งขันทุกทีมที่สามารถนำโจทย์จากพื้นที่จริงมาสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างโดดเด่น
"แนวคิดสำคัญของแบรนด์ TODA คือเราไม่ได้มุ่งหวังเพียงการขายสินค้า แต่ต้องการถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้นวัตกรรมวัสดุเพื่อลดการรบกวนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจากการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ รู้สึกประทับใจในความตั้งใจของเยาวชนทุกคน และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบ่มเพาะนักออกแบบรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนวงการดีไซน์ไทยอย่างยั่งยืนต่อไป"
ด้าน น.ส.ศุภิสรา เมธีวรกิจ นักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี ตัวแทนทีม Celes Spa เปิดใจถึงจุดเริ่มต้นว่า ตนเองมีความสนใจงานออกแบบอยู่แล้ว พอไปปรึกษาอาจารย์ศิลปะ จึงถูกชักชวนให้มาร่วมแข่งขันกับ นายพัสกร ไชยคิรินทร์ และ น.ส.ปาลิดา ทองสุข ซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเด็กศิลปะเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ โดยมองว่าการออกแบบคือการใช้ความคิดสร้างสรรค์มาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเป็นความท้าทายที่ช่วยเปิดโลกใหม่ให้ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ
"สำหรับหนู การออกแบบคือการใช้ความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหา ถือเป็นความท้าทายที่ช่วยเปิดโลกใหม่ให้เราได้เรียนรู้ ตลอด 2 วันนี้คุ้มค่ามากค่ะ ได้ฝึกทั้งการจัดการเวลา การคิดคอนเซปต์อย่างรวดเร็วเพื่อเสนอขายลูกค้า และได้รู้จักวัสดุตกแต่งใหม่ๆ ที่ล้ำเกินกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะนวัตกรรมวัสดุทดแทนธรรมชาติเพื่อช่วยลดการรบกวนสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกับความชอบของหนูที่เป็นคนรักธรรมชาติอยู่แล้ว และเป็นความรู้สำคัญที่จะนำไปใช้เรียนต่อด้านดีไซน์ในอนาคต"
น.ส.ศุภิสรา ยังเล่าถึงเบื้องหลังการทำผลงานเพิ่มเติมว่า ก่อนเดินทางมาแข่ง ได้ทำการบ้านศึกษาข้อมูลของบริษัทสปอนเซอร์ไว้ล่วงหน้า เพื่อดูว่าแต่ละแห่งมีวัสดุเด่นอะไรบ้าง ก่อนจะนำมาพัฒนาเป็นผลงานออกแบบสปาภายใต้ชื่อ "Celes Spa" ที่นำนวัตกรรมวัสดุทดแทนธรรมชาติ มาผสมผสานเข้ากับแนวคิดการบำบัดด้วยธีมท้องทะเล ทั้งมิติของเสียงคลื่น สัมผัส อุณหภูมิ และบรรยากาศทางสายตา
นอกจากนี้ การลงสนามแข่งขันสดตลอด 2 วัน ยังทำให้ได้ฝึกรับมือกับความกดดันในการทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเสนอขายงานให้ตรงใจกรรมการ ที่เปรียบเหมือนลูกค้าจริง ซึ่งประสบการณ์ตรงครั้งนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการวางแผนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ทั้งสาขาการออกแบบภายในและนิเทศศิลป์ต่อไปในอนาคต
ขณะเดียวกัน ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ยังได้กล่าวสรุปถึงความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมืออย่างยั่งยืนระหว่างมหาวิทยาลัย สมาคมวิชาชีพ และภาคอุตสาหกรรมในการร่วมกันปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่เข้าสู่วงการดีไซน์ โดยเปิดเผยว่า “โครงการนี้นับเป็นเวทีกลางในการสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่ การได้รับความร่วมมือจากองค์กรวิชาชีพและภาคเอกชนช่วยสะท้อนวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมทักษะเยาวชนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ให้มีความกล้าคิด กล้านำเสนอ และเตรียมความพร้อมสู่การเรียนและการทำงานในสายวิชาชีพการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในในอนาคต”
กิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายและพาร์ทเนอร์จากหลากหลายสาขา รวมกว่า 10 องค์กร อาทิ สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA), บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49), บริษัท โตด้า พีวีซี เลเธอร์ จำกัด, บริษัท แกรนด์ โฮมมาร์ท จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), โครงการ eisa (Education Institute Support Activity), บริษัท ฟิวเจอร์เทค อินโนเวชั่น จำกัด, บริษัท อีดีแอล จำกัด, บริษัท ทัชชะ สตูดิโอ จำกัด, บริษัท หง อินดัสทรี่ส์ จำกัด, บริษัท บีทูเอส จำกัด และ บริษัท เอส.บี.เฟอร์นิเจอร์เฮ้าส์ จำกัด
ทั้งนี้ ผลงานออกแบบของทีม Serenia Spa ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จะถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ศูนย์สปาจริงของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดย DPU ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญจะนำแนวคิดดังกล่าวไปพิจารณาปรับรายละเอียดด้านฟังก์ชันการใช้งาน นวัตกรรมวัสดุ และระบบสถาปัตยกรรมภายใน เพื่อนำไปสู่การก่อสร้างและเปิดใช้งานจริงต่อไป
โดยผู้ที่สนใจติดตามผลงานสร้างสรรค์และกิจกรรมของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dpu.ac.th/th/faculty-of-fine-and-applied-arts หรือ Facebook: คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์



ข่าวที่เกี่ยวข้อง








