รศ.ดร.วลัยพร คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU คว้ารางวัล NRCT Award 2 ปีซ้อน

รศ.ดร.วลัยพร คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU คว้ารางวัล NRCT Award 2 ปีซ้อน ชูศักยภาพงานวิจัยสร้างผลกระทบต่อสังคม ต่อยอดองค์ความรู้สู่การเรียนรู้ทั่วประเทศ
รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้รับ “รางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศ NRCT Award 2026” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นับเป็นการได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากได้รับรางวัลเดียวกันในปี 2025 สะท้อนศักยภาพการพัฒนางานวิจัยที่สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ สร้างการเรียนรู้ และขยายผลสู่สังคมในวงกว้าง โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ในงาน NRCT Forum 2026 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
การจัดงาน NRCT Forum 2026 ปีนี้มีคำขวัญว่า “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานนักวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “วิจัยและนวัตกรรมสู่พลังขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย” (Research & Innovation for Shaping Thailand’s Future) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวแสดงความยินดี โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 ทั้งนี้ รางวัล NRCT Award เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักวิจัยซึ่งมีผลงานวิจัยตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล NRCT Award 2026 ของทางคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) คือ งานวิจัยเรื่อง “ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ” (องก์ 5) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มุ่งศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลพระราชกรณียกิจ การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 5,000 โครงการ
งานวิจัยดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการศึกษารวบรวมข้อมูล แต่ยังนำผลการวิจัยไปขยายผลผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา โดยจัดอบรม “ครูปูมแผ่นดิน” ใน 18 จังหวัด จำนวน 1,011 คน รวมถึงได้อบรมครูและเยาวชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกกว่า 1,200 คน พร้อมพัฒนา “ศูนย์เรียนรู้ปูมแผ่นดินออนไลน์” ครอบคลุม 76 จังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและเยาวชนสามารถเข้าถึงข้อมูลพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของตนเองได้อย่างสะดวก และนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป
ขณะที่ผลงานซึ่งได้รับรางวัล NRCT Award 2025 ในปีที่แล้วคือ งานวิจัยเรื่อง “สืบสาน รักษา ต่อยอด ราชประศาสนศาสตร์” (องก์ 3) ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก วช. เช่นเดียวกัน โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้ในพระมหากรุณาธิคุณผ่านการเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในกลุ่มเยาวชนระดับอุดมศึกษา ครอบคลุม 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 14 จังหวัดภาคใต้ ผ่านกระบวนการอบรมผู้นำเยาวชน ก่อนนำความรู้กลับไปถ่ายทอดและขยายผลภายในสถาบันการศึกษา มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมต่อยอดประมาณ 3,400 คน พร้อมจัดการแข่งขัน Hackathon เปิดโอกาสให้เยาวชนนำความรู้และความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาผลงานและแข่งขันในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ผลงานวิจัยทั้งสองโครงการยังได้รับการต่อยอดสู่การจัดนิทรรศการ ณ ศูนย์มรดกแห่งวัฒนธรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ อาคาร 8 ชั้น 2 โดยงานวิจัยองก์ 3 นำเสนอผ่านนิทรรศการ “ในหลวงของเยาวชน” เพื่อเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ของเยาวชนจากทั่วประเทศ ส่วนงานวิจัยองก์ 5 นำเสนอผ่านนิทรรศการ “ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ” ซึ่งจัดพิธีเปิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ สะท้อนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการเรียนรู้ของสังคม
รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ ยังฝากข้อคิดถึงนักวิจัยรุ่นใหม่ว่า การทำวิจัยให้ประสบความสำเร็จไม่ได้อาศัยเพียงความรู้ด้านระเบียบวิธีวิจัยหรือการออกแบบงานวิจัยที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติจริง การเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการมองเห็นช่องว่างขององค์ความรู้ (Research Gap) เพื่อพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยที่มีคุณค่า โดยสิ่งสำคัญคือการทำงานด้วยความมุ่งมั่นและความหลงใหล (Passion) พร้อมทั้งไม่หยุดตั้งคำถามและค้นหาคำตอบใหม่ ๆ อันเป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่สามารถสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




