ศิลปกรรมศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ เวที TRASHION UNBOUND 2026 เปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าสู่แฟชั่นสร้างสรรค์ ต่อยอดธุรกิจจริง

ศิลปกรรมศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่ เปิดเวที TRASHION UNBOUND 2026 เปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าสู่แฟชั่นสร้างสรรค์ ปั้นแนวคิดยั่งยืน ต่อยอดสู่โลกธุรกิจจริง
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ บริษัท บราเธอร์ คอมเมอร์เชียล ประเทศไทย จำกัด โครงการ eisa (Education Institute Support Activity) ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหยาง บิลเลี่ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ TRASHION UNBOUND 2026: The Second Chance Fashion Challenge เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยเปิดเวทีให้นักเรียนทั้ง 12 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบการแข่งขันแสดงศักยภาพด้านการออกแบบตัดเย็บผ่านการสร้างสรรค์แฟชั่นอย่างยั่งยืนในรูปแบบ Fashion Reality Competition ก่อนนำผลงานขึ้นสู่ The Grand Runway ณ ลานชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ
ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย หม่อมหลวงชูพล ชุมพล นักออกแบบและดีไซเนอร์แฟชั่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ คุณกษมา ชาวอุทัย Womenswear Designer, CC DOUBLE O และ Assistant Section Manager, JASPAL PUBLIC COMPANY LIMITED ร่วมพิจารณาผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 ทีม โดยประเมินจากแนวคิดการออกแบบ ความเป็นไปได้ของผลงาน เทคนิคและความเรียบร้อยในการตัดเย็บ คุณภาพของชิ้นงาน รวมถึงการนำเสนอและการสื่อสารแนวคิดของแต่ละทีม

ทั้งนี้ ผลการแข่งขัน ปรากฏว่า ทีม PE'FA จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล สนับสนุนโดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ มูลค่า 15,000 บาท พร้อมจักรเย็บผ้า Brother รุ่น GS2700 และทุนการศึกษาเมื่อเข้าศึกษาต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU มูลค่า 25,000 บาท โล่รางวัล ประกาศนียบัตร และสิทธิประโยชน์จากผู้สนับสนุน โดยบริษัท หยาง บิลเลี่ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ขณะที่ ทีม Twin Threads จากโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัลสนับสนุนโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU มูลค่า 10,000 บาท พร้อมจักรเย็บผ้า Brother รุ่น JV1400 ทุนการศึกษาเมื่อเข้าศึกษาต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU มูลค่า 25,000 บาท โล่รางวัล ประกาศนียบัตร และสิทธิประโยชน์จากผู้สนับสนุนโดยบริษัท หยาง บิลเลี่ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ส่วน ทีม GED ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัลสนับสนุนโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU มูลค่า 5,000 บาท ทุนการศึกษาเมื่อเข้าศึกษาต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU มูลค่า 25,000 บาท โล่รางวัล ประกาศนียบัตร และสิทธิประโยชน์จากผู้สนับสนุนโดยบริษัท หยาง บิลเลี่ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด
สำหรับ รางวัลชมเชยจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ทีม Alone Boy จากโรงเรียนราชวินิตบางเขน และ ทีม Martee + Scarlett จาก Open School for Creatives and Design โดยแต่ละทีมได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมทุนการศึกษาต่อคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU มูลค่า 25,000 บาท ประกาศนียบัตร และสิทธิประโยชน์จากผู้สนับสนุนโดยบริษัท หยาง บิลเลี่ยน คอร์ปอเรชั่น จำกัด

- ชู Sustainable Mindset ปั้นเยาวชน–นศ.เรียนรู้โจทย์จริง ต่อยอดแฟชั่นสู่โอกาสทางธุรกิจ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า คณะให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน โดยเฉพาะประเด็นด้านความยั่งยืน จึงนำแนวคิดการใช้เสื้อผ้าเก่าและวัสดุที่มีอยู่กลับมาสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าผ่านกระบวนการออกแบบ ก่อนขยายแนวคิดสู่กลุ่มเยาวชนที่มีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์
กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) และ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) ผ่านการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงและการนำเสื้อผ้าเก่ากลับมาสร้างคุณค่าใหม่ด้วยกระบวนการออกแบบ
นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับ SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) จากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และเครือข่ายพันธมิตรในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน พร้อมสร้างความตระหนักด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น

“เราอยากเปิดเวทีให้น้อง ๆ ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ และมองเห็นว่าเสื้อผ้าเก่าหรือสิ่งของที่มีอยู่แล้วสามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้ เมื่อกลับไปมองเสื้อผ้าในตู้ที่บ้าน อาจเกิดความคิดอยากนำมา DIY หรือออกแบบใหม่ สิ่งเหล่านี้คือการค่อย ๆ ส่งต่อ Sustainable Mindset ไปสู่เด็กและเยาวชน ซึ่งในระยะยาวจะช่วยสร้างมุมมองใหม่ต่อการใช้ทรัพยากรและความยั่งยืน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กมลศิริ กล่าว
กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU สาขาวิชาเอกการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น ชั้นปีที่ 2 และ 3 ทำหน้าที่ Mentor นำความรู้จากห้องเรียนมาวิเคราะห์ ให้คำปรึกษา และช่วยแก้ปัญหาให้แต่ละทีมภายใต้เวลาจำกัด ซึ่งจะช่วยฝึกการสื่อสาร การตัดสินใจ และการประยุกต์องค์ความรู้กับสถานการณ์จริง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กมลศิริ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวสะท้อนการจัดการเรียนรู้ของคณะที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โจทย์จริง ลงมือปฏิบัติจริง และนำเสนอผลงานต่อสาธารณชน โดยอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตร เกิดเป็น Ecosystem การเรียนรู้ ที่เชื่อมมหาวิทยาลัยกับโลกวิชาชีพ ขณะเดียวกันผลงานบางทีมยังมีศักยภาพพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์และโอกาสทางธุรกิจ ทำให้เยาวชนมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างงานออกแบบ การสร้างมูลค่า และตลาดจริง

- Fashion Reality Competition จำลองโจทย์จริง ฝึกคิด–ทำ–แก้ปัญหาภายใต้เวลาจำกัด
อาจารย์ปรัชญา พิระตระกูล หัวหน้าหลักสูตรศิลปะและการออกแบบสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวเสริมว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรูปแบบ “Fashion Reality Competition” เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้สัมผัสกระบวนการทำงานที่ใกล้เคียงสถานการณ์จริง ตั้งแต่รับโจทย์ วิเคราะห์วัสดุ วางแผน ออกแบบ ตัดเย็บ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปจนถึงเตรียมผลงานขึ้นรันเวย์ภายในเวลาที่กำหนด
การแข่งขันเปิดรับนักเรียนโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานศิลปะหรือการออกแบบ มีผู้สมัครจากหลากหลายสายการเรียนกว่า 30 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 12 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย และเข้าร่วมทำกิจกรรมที่จัดต่อเนื่อง 2 วัน โดยวันแรกผู้เข้าแข่งขันเรียนรู้การใช้อุปกรณ์และจักรเย็บผ้าจากผู้เชี่ยวชาญของ Brother ก่อนเข้าสู่ Workshop ด้านการออกแบบ พร้อมมีนักศึกษารุ่นพี่ DPU ทำหน้าที่เป็น Mentor ประจำทีม
“สำหรับวันที่สอง จะให้ผู้เข้าแข่งขันต่อยอดจากความรู้และแนวคิดที่ได้จากวันแรก แต่มีการเพิ่มโจทย์พิเศษเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยทีมงานซ่อนผ้าพิมพ์ลาย TRASHION UNBOUND ไว้ในกองผ้า และให้นักเรียนค้นหาเพื่อนำไปใช้ในการออกแบบ โจทย์พิเศษนี้ต้องการให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเรียนรู้ว่า แม้เราจะวางแผนการทำงานมาเป็นอย่างดี แต่ในสถานการณ์จริงอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ และเราจำเป็นต้องรู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและปรับแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการทำงานจริง” อาจารย์ปรัชญา กล่าว
“นอกจากความสนุกและความท้าทายจากการแข่งขันแล้ว ผู้เข้าแข่งขันทุกคนยังจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์แบบครบทุกขั้นตอนของการทำงานจริง ทั้งการฝึกใช้จักรและลงมือเย็บด้วยตัวเอง เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ จากพี่ ๆ ผู้มีประสบการณ์ ได้ทดลองฟิตติ้งและปรับแก้ผลงานให้เหมาะกับผู้สวมใส่ เรียกได้ว่าได้เรียนรู้ตั้งแต่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน ไปจนถึงการนำเสนอผลงานบนเวที และที่พิเศษยิ่งกว่านั้น ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์การเดินแบบจริงในห้างสรรพสินค้า เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้ฝึกความมั่นใจ เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และได้เห็นผลงานของตัวเองถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มภาคภูมิ เรียกได้ว่าเวทีนี้ทั้ง “ได้ฝึก ได้เรียน ได้ลงมือทำ และได้โชว์ของจริง” ครบจบในที่เดียวเลยทีเดียว”
อาจารย์ปรัชญา ระบุว่า ผลงานทั้ง 12 ทีมสร้างความประทับใจเกินความคาดหมาย หลายคนไม่มีพื้นฐานแฟชั่นโดยตรง แต่สามารถเรียนรู้และพัฒนาผลงานภายในเวลาจำกัด โดยบางผลงานมีคุณภาพใกล้เคียงระดับมหาวิทยาลัย สะท้อนศักยภาพของเยาวชนผ่านวิธีคิด การตัดสินใจ และการแก้โจทย์ภายใต้ข้อจำกัดจริง

- ดีไซเนอร์ชี้เยาวชนมีพลังสร้างสรรค์ พร้อมต่อยอดศักยภาพสู่เส้นทางแฟชั่น
ด้านหม่อมหลวงชูพล ชุมพล นักออกแบบและดีไซเนอร์แฟชั่น ในฐานะกรรมการการตัดสิน เปิดเผยว่า การแข่งขันทำให้เห็นไอเดีย ความตั้งใจ และพลังในการทำงานของเยาวชน แม้หลายคนไม่ได้มีพื้นฐานด้านแฟชั่น แต่สามารถพัฒนาผลงานออกมาได้อย่างน่าสนใจ พร้อมมองว่าการแข่งขันควรเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาตัวเองมากกว่ามองเฉพาะผลแพ้หรือชนะ
“อยากให้น้อง ๆ Explore ตัวเองต่อไป ค้นหาว่าตัวเองชอบอะไรและอยากเดินไปในทิศทางไหน สำหรับคนที่วันนี้ไม่ได้ไปต่อ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีศักยภาพ แต่ควรนำสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไปเรียนรู้และพัฒนา เพราะความผิดพลาดในวันนี้สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในวันข้างหน้าได้” หม่อมหลวงชูพล กล่าว
ด้าน คุณกษมา ชาวอุทัย Womenswear Designer, CC DOUBLE O และ Assistant Section Manager, JASPAL PUBLIC COMPANY LIMITED ในฐานะกรรมการการตัดสิน กล่าวว่า ผลงานที่ออกมาทำให้เห็นไอเดียของเด็กรุ่นใหม่ รวมถึงทักษะพื้นฐานของแต่ละคน ซึ่งหลายคนมีความเข้าใจเรื่องแฟชั่นและสามารถถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นผลงานได้ดี แม้แต่ละคนจะมีพื้นฐานและประสบการณ์แตกต่างกัน
“สำหรับการตัดสิน คณะกรรมการพิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทั้งความเป็นไปได้ของแนวคิด ความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคและการใช้งานจักร Brother คุณภาพของชิ้นงาน รวมถึงความสามารถในการนำเสนอและสื่อสารแนวคิด โดยผู้ที่ได้รับรางวัลอันดับ 1 อันดับ 2 และอันดับ 3 มีความโดดเด่นทั้งด้านกระบวนการทำงาน เทคนิคการตัดเย็บ ความสมบูรณ์ของชิ้นงาน ตลอดจนความมั่นใจในการนำเสนอ ส่งผลให้คณะกรรมการมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน” คุณกษมา กล่าว
- นักศึกษาแฟชั่น DPU รับบท Mentor ถ่ายทอดความรู้จากห้องเรียนสู่การทำงานจริง
นายกีรดิต ลาภไพวงศ์ และ นายธีรภัทร ครองทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาเอกการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเข้ามามีบทบาทเป็น Mentor ทำงานร่วมกับนักเรียนผู้เข้าแข่งขัน กล่าวว่า หน้าที่หลักคือการนำความรู้และประสบการณ์จากการเรียนมาช่วยวิเคราะห์แนวคิดของแต่ละทีม ให้คำปรึกษาด้านการตัดเย็บ และช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้เวลาที่จำกัด โดยต้องคอยดูให้ผลงานยังคงอยู่ภายใต้โจทย์ที่กำหนด รวมถึงตรวจสอบว่าชุดสามารถนำไปสวมใส่กับนายแบบหรือนางแบบก่อนนำผลงานขึ้นเวทีได้โดยไม่เสียหาย
ด้าน นายธีรภัทร กล่าวว่า สิ่งที่น่าประทับใจคือพัฒนาการของนักเรียนหลายทีม แม้จะไม่ได้เรียนด้านแฟชั่นมาโดยตรง แต่สามารถนำความรู้จาก Workshop และคำแนะนำของ Mentor มาพัฒนาผลงานจนเป็นชุดที่สวมใส่ได้จริง พร้อมแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านการออกแบบของตนเองได้อย่างน่าสนใจ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนเมื่อได้รับโอกาสให้ทดลองและลงมือทำจริง
ทั้งสองคนมองว่า การทำหน้าที่ Mentor ยังเป็นประสบการณ์สำคัญของนักศึกษา DPU เพราะช่วยฝึกการสื่อสาร การให้คำแนะนำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานร่วมกับผู้อื่นในสถานการณ์จริง นอกเหนือจากการนำองค์ความรู้ในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ ยังได้เรียนรู้บรรยากาศการทำงานกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมและผู้ชมภายนอก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยพัฒนาความมั่นใจและเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในสายแฟชั่นต่อไป

- ทีม PE'FA คว้าชนะเลิศ ตีความ “เมืองเก่า–กราฟฟิตี้” สู่แฟชั่น Streetwear
สำหรับทีมชนะเลิศ ทีม PE'FA จากแผนกแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี โดย นางสาวรัชนก เหมเชื้อ นักเรียนระดับ ปวช. 3 และนายกันตพัฒน์ เจนกาญจนกิจ นักเรียนระดับ ปวช. 2 ต่างรู้สึกดีใจและภาคภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ โดยนางสาวรัชนก ยอมรับว่า แม้ตั้งความหวังไว้ แต่เมื่อได้รับรางวัลจริงยังรู้สึกเกินความคาดหมายและภูมิใจที่ความตั้งใจของทีมได้รับการยอมรับ
นางสาวรัชนก กล่าวถึงผลงานที่ออกแบบว่า ได้รับแรงบันดาลใจจาก กราฟฟิตี้ในย่านเมืองเก่า นำกำแพงอิฐ ยีนส์ และภาพสายไฟตามอาคารบ้านเรือนมาตีความผ่านรูปทรงและเทคนิคการตัดต่อผ้า โดยเน้นการสวมใส่ได้จริงและมีศักยภาพต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์
ด้าน นายกันตพัฒน์ กล่าวเสริมว่า แม้ทีมจะเตรียมภาพสเก็ตช์ไว้ล่วงหน้า แต่ต้องปรับแบบตามวัสดุที่ได้รับจริง โดยนำความรู้เรื่องการตัดเย็บ การทำแพตเทิร์น และการแบ่งหน้าที่ภายในทีมมาใช้ให้ผลงานเสร็จทันเวลา
โดยทั้งสองคนมองว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าแข่งขันในครั้งนี้ คือ นอกจากจะได้ทักษะในการออกแบบแล้ว ยังได้การฝึกสมาธิ การบริหารเวลา และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะสถานการณ์จริงอาจแตกต่างจากแผนที่เตรียมไว้ ขณะที่ประสบการณ์จากการแข่งขันสามารถนำไปต่อยอดทั้งการทำ Portfolio การศึกษาต่อ การพัฒนาทักษะด้านแฟชั่น และการสร้างผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ในอนาคต
ด้าน อาจารย์ภูมินทร์ บุญมาธรรม อาจารย์ผู้ดูแลนักเรียน แผนกวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี กล่าวว่า กิจกรรมช่วยให้นักเรียนได้นำความรู้จากห้องเรียนมาใช้จริง พร้อมเห็นศักยภาพของตนเองและเพิ่มความมั่นใจในการต่อยอดสู่การศึกษาหรือเส้นทางอาชีพด้านแฟชั่น
“อยากให้มีการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเวทีที่ทำให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเห็นว่าความสนใจด้านแฟชั่นสามารถต่อยอดได้ทั้งการศึกษา การทำ Portfolio และอาชีพในอนาคต” อาจารย์ภูมินทร์ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 ทีมจะจัดแสดงบนหุ่นโชว์ภายใน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ระหว่างวันที่ 9–15 กันยายน 2569 เพื่อให้ประชาชนได้ชมผลงานและร่วมโหวต Popular Vote ก่อนประกาศผลวันที่ 18 กันยายน 2569 ผ่านสื่อโซเชียลของ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ Facebook: silpakam.dpu Instagram: silpakamdpu TikTok: @silpakam.dpu
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อหรือเรียนรู้ด้านศิลปะ แฟชั่น และการออกแบบกับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-fine-and-applied-arts

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

