รู้จัก DTRS และ NT nexConnect สองเทคโนโลยีสื่อสารจาก NT ที่พร้อมสนับสนุนภารกิจในภาวะวิกฤต

ในสถานการณ์น้ำท่วม สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้มีเพียงระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น แต่คือการที่โครงสร้างพื้นฐานและการสื่อสารบางส่วนอาจได้รับผลกระทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงานภาครัฐ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ยังคงต้องประสานงานและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพราะในภาวะวิกฤต “การสื่อสาร” ไม่ใช่เพียงการติดต่อ แต่คือกลไกสำคัญในการช่วยเหลือผู้คน
ด้วยบทบาทของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายสื่อสารของประเทศ NT จึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของระบบสื่อสารสำหรับภารกิจฉุกเฉิน โดยมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเติมเต็มการเชื่อมต่อในสถานการณ์ภัยพิบัติ หนึ่งในนั้นคือ Digital Trunked Radio System (DTRS) และ NT nexConnect อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ Eutelsat OneWeb
DTRS : เมื่อภารกิจต้องการ “สื่อสารพร้อมกัน และสั่งการได้ทันที” DTRS (Digital Trunked Radio System) คือระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อการสื่อสารแบบกลุ่ม โดยมีระบบควบคุมกลางสำหรับจัดสรรช่องสัญญาณ ช่วยให้การประสานงาน การสั่งการ และการกระจายข้อมูลระหว่างผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพบริการของ NT รองรับการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Group Calls สำหรับสื่อสารพร้อมกันทั้งกลุ่ม, Announcement Calls สำหรับประกาศข้อมูลไปยังหลายกลุ่ม และ Emergency Calls สำหรับการขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันส่งข้อความและระบบแสดงตำแหน่งผู้ใช้งานแบบ Real Time ผ่านระบบ AVLS
จุดแข็งของ DTRS จึงอยู่ที่ การทำให้ผู้ปฏิบัติงานในภาคสนามสามารถ “พูดคุยเป็นทีม สั่งการเป็นระบบ และรับข้อมูลพร้อมกัน” ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในภารกิจที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานปัจจุบันโครงข่าย DTRS ของ NT ครอบคลุม 77 จังหวัด ด้วยสถานีแม่ข่ายกว่า 2,000 สถานี และเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ NT ยังสามารถนำรถโมบาย DTRS ลงพื้นที่ เพื่อเสริมความพร้อมด้านการสื่อสารในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่ผ่านมา NT ได้นำรถโมบาย DTRS ลงสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ประสบภัยหลายแห่ง รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ นครศรีธรรมราช และอุบลราชธานี เพื่อเสริมการสื่อสารให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและช่วยให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารได้ในช่วงเวลาวิกฤต
NT nexConnect : เมื่อพื้นที่ประสบภัยต้องการ “อินเทอร์เน็ตจากท้องฟ้า”หาก DTRS ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายสำคัญสำหรับการสื่อสารและสั่งการของทีมภาคสนาม NT nexConnectเข้ามาช่วยเติมเต็มอีกมิติของการเชื่อมต่อ ด้วยอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ LEO Satellite บนโครงข่ายดาวเทียม OneWeb NT nexConnect เป็นการที่นำเทคโนโลยีใหม่มาให้บริการรองรับพื้นที่ที่โครงข่ายสื่อสารภาคพื้นดินเข้าไม่ถึง รวมถึงพื้นที่ห่างไกล จุดอับสัญญาณ และการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ โดย NT สามารถให้บริการรองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ Land และ Maritimeความน่าสนใจของเทคโนโลยี LEO Satellite คือการนำดาวเทียมวงโคจรต่ำมาช่วยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินมีข้อจำกัด โดย NT nexConnect รองรับการให้บริการความเร็วตั้งแต่ 50/10 Mbps ถึง 100/20 Mbps ตามแพ็กเกจที่เปิดให้บริการในปัจจุบันในมุมของการรับมือภัยพิบัติ NT nexConnect จึงสามารถเข้ามามีบทบาทในฐานะ “โครงข่ายเสริม” สำหรับพื้นที่ที่การเชื่อมต่อภาคพื้นดินมีข้อจำกัด ช่วยให้หน่วยงานหรือทีมปฏิบัติการสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับ-ส่งข้อมูลและใช้งานระบบดิจิทัลที่จำเป็นต่อภารกิจได้
2 เทคโนโลยี หนึ่งเป้าหมาย : ให้การช่วยเหลือเดินหน้าต่อเมื่อเกิดน้ำท่วม ภารกิจหนึ่งอาจต้องอาศัยการสื่อสารหลายรูปแบบในเวลาเดียวกันDTRS ช่วยให้ทีมภาคสนามสามารถสื่อสารแบบกลุ่ม ประสานงาน และสั่งการได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ NT nexConnect ช่วยเติมเต็มการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่โครงข่ายภาคพื้นดินมีข้อจำกัด เมื่อทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายสื่อสารรูปแบบอื่นของ NT จึงเกิดเป็นแนวทางการสื่อสารที่ช่วยเพิ่มความพร้อมของประเทศในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินบทบาทของเทคโนโลยีจึงไม่ได้จบอยู่ที่ “การเชื่อมต่อ” แต่คือการทำให้ ข้อมูลยังเดินทาง การประสานงานยังดำเนินต่อ และภารกิจช่วยเหลือยังสามารถเดินหน้าได้ เพราะในวันที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ สิ่งหนึ่งที่ต้องพร้อมเสมอคือ“การสื่อสาร”และนี่คืออีกหนึ่งบทบาทของ NT ในการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัล มาสนับสนุนภารกิจของประเทศ เพื่อให้การเชื่อมต่อยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ในวันที่พื้นที่กำลังเผชิญกับภัยพิบัติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

