สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ คุ้มไหม ? เช็ก 5 จุดก่อนย้ายธนาคาร

หลายคนเริ่มมองหาสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ เมื่อผ่อนบ้านมาระยะหนึ่งแล้วและอัตราดอกเบี้ยโปรโมชันช่วงแรกกำลังสิ้นสุด เพราะหลังจากนั้นดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นตามเงื่อนไขในสัญญา ทำให้เงินผ่อนแต่ละเดือนถูกนำไปตัดดอกเบี้ยมากขึ้น การย้ายสินเชื่อไปยังธนาคารใหม่ที่มีเงื่อนไขเหมาะกว่า จึงเป็นอีกวิธีบริหารต้นทุนของคนมีบ้าน
อย่างไรก็ตาม รีไฟแนนซ์แล้วได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มเสมอไป เพราะยังมีทั้งค่าใช้จ่าย เงื่อนไขสัญญา และระยะเวลาผ่อนที่ต้องนำมาคิดร่วมกัน ก่อนตัดสินใจ ลองเช็ก 5 เรื่องต่อไปนี้เพื่อดูว่าการรีไฟแนนซ์เหมาะกับสถานการณ์ของคุณหรือไม่
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ คืออะไร ?
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ คือ การขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินแห่งใหม่ เพื่อนำวงเงินไปชำระหนี้บ้านคงเหลือกับเจ้าหนี้เดิม จากนั้นผู้กู้จะเปลี่ยนมาผ่อนชำระกับธนาคารใหม่ตามอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ตกลงกัน
เหตุผลหลักที่หลายคนเลือกรีไฟแนนซ์ คือ ต้องการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวด หรือปรับระยะเวลาผ่อนให้เหมาะกับรายรับในปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังหมดช่วงดอกเบี้ยโปรโมชันของสินเชื่อเดิม
ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ผู้กู้ควรเปรียบเทียบทั้งทางเลือก Refinance หรือย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่ และ Retention หรือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ก่อนตัดสินใจ
5 เรื่องที่ต้องเช็กก่อนตัดสินใจย้ายธนาคาร
- เช็กก่อนว่าพ้นช่วงติดเงื่อนไขค่าปรับหรือยัง
เรื่องแรกที่ควรเปิดสัญญาสินเชื่อเดิมดูคือ เงื่อนไขการชำระหนี้ก่อนกำหนด เพราะสินเชื่อบ้านอาจมีค่าปรับเมื่อรีไฟแนนซ์ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
ปัจจุบันหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ให้เรียกเก็บค่าปรับชำระหนี้ก่อนกำหนดสำหรับสินเชื่อรายย่อยโดยทั่วไป แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านในช่วง 3 ปีแรกนับจากวันทำสัญญา
ดังนั้น หากยังผ่อนไม่ครบช่วงเวลาที่กำหนด การรีบย้ายธนาคารเพราะเห็นดอกเบี้ยถูกกว่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่คุ้มกับค่าปรับที่เกิดขึ้น
- อย่าดูแค่ดอกเบี้ยปีแรก
โปรโมชันดอกเบี้ยต่ำในปีแรกอาจดูน่าสนใจ แต่สิ่งที่ควรใช้เปรียบเทียบมากกว่าคือ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในช่วงเวลาที่วางแผนจะถือสินเชื่อ
ตัวอย่างเช่น สินเชื่อหนึ่งอาจให้ดอกเบี้ยปีแรกต่ำมาก แต่ปีที่ 2-3 ปรับสูงขึ้น ขณะที่อีกแห่งให้อัตราใกล้เคียงกันตลอด 3 ปี เมื่อคำนวณดอกเบี้ยรวมแล้ว ตัวเลือกหลังอาจเสียต้นทุนน้อยกว่า
ผู้กู้สามารถใช้ข้อมูลเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีหมวดสินเชื่อ Refinance โดยเฉพาะ เพื่อดูรายละเอียดจากหลายสถาบันการเงินประกอบการตัดสินใจ
- รวมค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ให้ครบ
การขอสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ มีลักษณะคล้ายการขอสินเชื่อใหม่ จึงอาจมีค่าใช้จ่ายประกอบ เช่น ค่าประเมินหลักประกัน ค่าจดจำนอง ค่าอากร หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน
บางธนาคารอาจมีโปรโมชันช่วยออกค่าใช้จ่ายบางรายการ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจน เช่น ต้องถือสินเชื่อนานเท่าไร หากปิดบัญชีก่อนกำหนดต้องคืนค่าใช้จ่ายหรือไม่
วิธีคิดง่าย ๆ คือ เปรียบเทียบ “ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้” กับ “ค่าใช้จ่ายในการย้ายสินเชื่อ” หากประหยัดดอกเบี้ยได้เพียงเล็กน้อย แต่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ การอยู่กับธนาคารเดิมอาจเหมาะกว่า
- ค่างวดลด ไม่ได้แปลว่าจ่ายน้อยลงเสมอ
อีกจุดที่คนรีไฟแนนซ์มักสนใจคือการลดค่างวดรายเดือน ซึ่งช่วยให้มีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นมากขึ้น แต่ต้องดูด้วยว่าค่างวดลดลงเพราะดอกเบี้ยถูกลง หรือเพราะธนาคารขยายระยะเวลาผ่อนออกไป
ตัวอย่างเช่น หากยอดหนี้เดิมเหลือระยะเวลาผ่อน 15 ปี แต่รีไฟแนนซ์แล้วเลือกขยายเป็น 25 ปี ค่างวดต่อเดือนอาจลดลงมาก แต่ผู้กู้อาจต้องจ่ายดอกเบี้ยนานขึ้น
ถ้ามีกำลังผ่อนเพียงพอ การคงระยะเวลาผ่อนใกล้เคียงเดิมและใช้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง อาจช่วยลดเงินต้นได้เร็วกว่า
- ลองขอ Retention ก่อนย้ายธนาคาร
ก่อนยื่นรีไฟแนนซ์ สามารถติดต่อธนาคารเดิมเพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือ Retention ได้เช่นกัน ข้อดีคือไม่ต้องดำเนินกระบวนการย้ายเจ้าหนี้และอาจมีขั้นตอนน้อยกว่าการสมัครสินเชื่อใหม่
จากนั้นจึงนำข้อเสนอ Retention มาเปรียบเทียบกับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ของธนาคารอื่น โดยดูทั้งดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย เงื่อนไข และความสะดวกประกอบกัน ไม่จำเป็นต้องเลือกข้อเสนอที่มีตัวเลขดอกเบี้ยต่ำที่สุดเสมอไป
เลือกสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จาก “ต้นทุนรวม” มากกว่าดอกเบี้ย
การรีไฟแนนซ์บ้านจะคุ้มมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับยอดหนี้คงเหลือ อัตราดอกเบี้ยเดิม ข้อเสนอใหม่ ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ตั้งใจผ่อนต่อ หากกำลังเข้าสู่ช่วงหมดโปรโมชั่นสินเชื่อเดิม ควรเริ่มขอข้อมูลจากหลายธนาคารและขอข้อเสนอ Retention ไว้เปรียบเทียบก่อน
แทนที่จะถามเพียงว่า “ที่ไหนดอกเบี้ยต่ำที่สุด” ลองเปลี่ยนเป็น “ตลอดช่วงที่เราจะผ่อนจริง ต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไร” เพราะคำตอบนี้จะช่วยให้เลือกสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ที่สอดคล้องกับแผนการเงินระยะยาวมากกว่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

