วุฒิสภา ดันงบ 112 ล้าน สร้างถนนเกาะกูด เชื่อม ‘ฐานปฏิบัติการปลายแหลมเทียน’ ปูทางสะดวก‘ตั้งปืนใหญ่ป้องปรามกัมพูชา

‘วุฒิสภา‘ เร่งดันงบฯ112ล้านสร้างถนนบนเกาะกูด เชื่อม ‘ฐานปฏิบัติการปลายแหลมเทียน’ กว่า5กม. ปูทางสะดวก ‘ตั้งปืนใหญ่สู้เขมร-ส่งกำลังบำรุง-ดึงไฟฟ้าเข้าพื้นที่’ เข้มป้อง ‘อธิปไตยไทย’ แก้ปัญหาขนส่งสัญจรลำบาก คาดแล้วเสร็จปี71 ด้าน ‘ผบ.กก.รฝ.1’ แฉ ‘โดรนฝั่งกัมพูชา’ บินคุมเชิงเกาะกูดทุกคืน เร่งเสริมบังเกอร์-ตั้งรับเหตุฉุกเฉิน 100% รับตอบยากเหตุปะทุซ้ำอีกหรือไม่ แต่มีโอกาสแน่ ชี้ ‘เขมร’ สูญเสียหนัก อาจรอจังหวะ ‘เสริมเขี้ยวเล็บ’ ฮึดกลับมาสู้ ยันไทยพร้อมโต้กลับตลอดเวลา ไม่มีผ่อนกำลัง
วันที่ 19 กัยายน 2569 เมื่อเวลา 09.20 น. ที่เกาะช้าง จ.ตราด ในกิจกรรมโครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร มีการเสวนาหัวข้อ “เส้นทางบนเกาะกูดสู่ความมั่นคงตามแนวชายแดน” โดยมีวิทยากร 2 คนได้แก่ นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ภาคตะวันออก และนาวาเอกรุ่งโรจน์ อินตรา ผู้บังคับการกรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง กองทัพเรือ(ทร.)
นายพิศูจน์ กล่าวถึงพื้นที่ภาคตะวันออกในจังหวัดที่ติดกับชายแดนกัมพูชา คือจังหวัดสระแก้วและจังหวัดตราด ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องความมั่นคงชายแดน ตั้งแต่พิ้นที่บ้านสามหลัง พบว่าสถานการณ์ยังทรงตัว แต่กองกำลังป้องกันชายแดนยังคงประจำการอยู่ เพราะยังไม่ไว้วางใจ ส่วนเกาะกูดปลายแหลมด้านทิศใต้ ทางกรรมาธิการลงพื้นที่พบว่า การส่งกำลังบำรุงยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงฤดูมรสุม ซึ่งตอนสถานการณ์ทหารต้องการนำปืนใหญ่ไปตั้งก็ไม่สามารถทำได้ ทางกรรมาธิการให้ความสำคัญ จึงติดตามผลักดันเรื่องงบประมาณได้สำเร็จ ได้รับสนับสนุนโดยกรมทางหลวงชนบท หลังจากที่การผลักดันถูกตีตกงบประมาณ 2-3 รอบ และจากการสอบถามกรมทางหลวงชนบท โครงการนี้ในปี 2570 จะเริ่มปรับทางดินและคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นในปี 2571 จะสามารถทำให้กองทัพนำปืนใหญ่ไปตั้ง ซึ่งไม่ต้องยิงแค่นำไปตั้งเขาก็กลัวเรา

นายพิศูจน์ กล่าวต่อว่า หากมีถนนของกรมทางหลวงชนบทเข้าไป ด้านการไฟฟ้าก็สามารถที่จะนำเข้าได้ และผลักดันเรื่องของระบบพลังงานไฟฟ้าได้ดีขึ้น ซึ่งในฐานะกรรมาธิการของวุฒิสภาจะขับเคลื่อนประสานงาน
ด้านนาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่บนเกาะกูดของทหาร ทั้งการเข้าพื้นที่และการออกพื้นที่ ที่ต้องใช้เวลาซึ่งกลางวันใช้เวลาหลายชั่วโมง คือต่อแรกเดินทางโดยเรือ 45 นาที และต่อที่สองในการเข้าพื้นที่ชุมชน 5 กิโลเมตร ใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง เมื่อมีการแก้ไขเส้นทางแล้วก็ระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ขณะที่ในช่วงเวลากลางคืนไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เลย จากการผลักดันแก้ไขปัญหาเรื่องเส้นทางแล้วรู้สึกดีใจ โดยหน่วยงานต่อสู้อากาศยานรักษาฝั่งได้แจ้งไปยังกองทัพเรือว่าการทำถนนเส้นนี้มีประโยชน์ในการส่งกำลังบำรุงและการเข้าถึงประชาชน จึงเห็นด้วยและไม่ขัดข้องในด้านยุทธการ และสามารถสร้างถนนได้ ซึ่งต้องการให้มีถนนเส้นนี้ให้กับหน่วยมานานแล้วและกองทัพเรือรับทราบมาโดยตลอด

นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า กำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีราว 60 คน อยู่ประจำฐาน ซึ่งมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจเต็ม 100% เชื่อว่าหากสร้างถนนเส้นนี้ขวัญกำลังใจของทหารจะดีขึ้น ความลำบากในการเข้าพื้นที่ พอมีเส้นนี้แล้วสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้นรวมถึงการติดต่อต่างๆได้ง่ายมากขึ้น ที่ไม่ต้องเผชิญคลื่นลม ในการเดินทางทางทะเล แต่การเดินทางทางรถน่าจะสะดวกกว่า หลังจากเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมาเกาะกูด ถามว่าฝ่ายตรงข้ามทราบหรือไม่ว่าเราอยู่ตรงไหน ก็ตอบว่าทราบเหมือนกับเรา ที่เราทราบว่าเค้าอยู่ตรงไหนวันที่เกิดเหตุน้องก็อยู่ระหว่างเกิดเหตุ
“สิ่งที่มาหาเราคืออากาศยานไร้คนขับ มาทุกคืน มาดูว่าเราทำอะไร เราก็บันทึกว่าเข้ามาทำอะไรสิ่งที่น้องเตรียมการคือการเตรียมความพร้อมของกำลังพล เตรียมความพร้อมของระบบอาวุธ เตรียมความพร้อมของระบบตรวจการ และมีการรายงานให้รับทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง รวมทั้งการป้องกันกรณีเหตุฉุกเฉินเช่นการที่เค้ามาทำอะไรกับเรา เช่นเราโดรนระเบิดมาลักษณะใกล้ตัว คล้ายบอกเหตุ ก็จะเตรียมการพื้นที่ปลอดภัยหรือทำบังเกอร์ไว้ สิ่งที่ได้รับล้วงมาล่าสุดที่จะเสริมด้านความมั่นคงเรื่องของบังเกอร์ เพื่อเกิดความปลอดภัยมากขึ้น” นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าว

นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าวอีกว่า ถนนเส้นดังกล่าวนี้มีความสำคัญมาก หากถนนเสร็จก็จะใช้เอาเรือไปเกยอ่าวใหญ่ และจากนั้นขนของผ่านทางรถก็จะทำให้สะดวกมากขึ้น ซึ่งการขนปืนใหญ่ สามารถจะวิ่งไปด้านบนจุดที่มีเรด้าอยู่ สามารถทำพื้นที่วางอาวุธตัวนี้ได้ เพราะปืนใหญ่เป็นล้อก็จะสะดวกมากขึ้น พร้อมชี้ว่าถนนเส้นนี้มีบทบาทเพื่อไปตั้งปืนในการป้องกัน ระยะรัศมีของปฏิบัติการปืนใหญ่ จะถึงฝั่งตรงข้ามพอดี พอดีเป็นการป้องปามด้วยหากเขามีเรือ หรือเขาเข้ามาเป็นเรื่องหลักในการป้องกันอธิปไตยในการวางยุทธโธปกรณ์จากที่ถนนเส้นนี้เกิดขึ้น ในช่วงนี้ยังคงเตรียมการป้องปราม เตรียมหวังกำลังวางอาวุธเพื่อทำพื้นที่ตามแนวชายแดนที่ดูแลอยู่เกิดความเรียบร้อย กองทัพเรือว่าจะเป็นทหารของหน่วยใด ยืนยันมีความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และถนนเส้นนี้เมื่อแล้วเสร็จสิ่งที่เตรียมการต่อไปเพื่อรองรับถนนเส้นนี้ เช่นจะดูพื้นที่ว่าตรงไหนสามารถนำปืนใหญ่ไปวางได้เพื่อป้องปามสิ่งที่เค้าจะทำกับเรา นี่คือประโยชน์ของถนนเส้นนี้
ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง นาวาตรีทศพล พงศ์ไพศาลศรี ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด กล่าวว่า หน่วยมีที่ตั้งอยู่ปลายแหลมเทียน ปลายสุดของเกาะกูด ซึ่งเป็นพื้นที่ด่านหน้าติดชายแดนกัมพูชา มีภารกิจตรวจตรา ตรวจจับเรดาร์ รับมือภัยคุกคาม และสนับสนุนกำลังทางเรือ โดยในทุกวันกำลังพลฝึกมีการรบทุกมิติเป็นประจำ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา และดีที่สุด พร้อมรู้สึกดีใจ ที่มีการผลักดันโครงการการก่อสร้างถนน เพราะปัจจุบันการตรวจการณ์อีกฝั่งของเกาะใช้เรือยาง บางวันหากมีพายุ มีคลื่นลมแรงไม่สามารถออกตรวจได้ หากการก่อสร้างถนนแล้วเสร็จ จะทำให้กำลังพลมีกำลังใจ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางอีกฝั่ง รวมถึง ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางที่รวดเร็ว ในด้านอื่น เช่น การซื้อของ ซื้อเสบียงของกำลังพล การส่งกำลังพลที่บาดเจ็บ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ที่เดิมนั้นต้องใช้เรือซึ่งค่อนข้างลำบาก หากมีถนนเส้นนี้ จะสามารถส่งผู้บาดเจ็บถึงมือแพทย์อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กำลังพลด้วย ส่วนความเป็นอยู่ในเกาะกูด ที่มีประชากรประมาณ 2,000 - 3,000 คน การใช้ไฟฟ้าจะเป็นการลากสายเคเบิ้ลจากฝั่งตราด ส่วนการใช้น้ำ บนเกาะมีอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้สำหรับอุปโภคบริโภค แต่หากเป็นหน้าแล้งก็จะขาดแคลน

ขณะที่นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ได้ถามว่า หลังจากเกิดความขัดแย้งครั้งที่ผ่านมาทางประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่หรือมีแนวโน้มจะปะทุกันอีกรอบหนึ่งหรือไม่ นาวาเอกรุ่งโรจน์ ระบุว่า จากการตามข่าวและลงพื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรี และบ้านชำราก ตัวเราเอง การเติมกำลังของเราเองค่อนข้างดีขึ้นมีการเตรียมการเรื่องต่าง ๆ เยอะมาก ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเขาก็ทำยังดำเนินการป้องกันซึ่งเขาทำเราก็ทำ ส่วนจะปะทุอีกหรือไม่ตนตอบได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างแต่อย่างไรก็ตามเรามีความพร้อมที่จะดำเนินการโต้กลับในสิ่งที่เขาจะกระทำกับเรา
"ถ้าถามว่ามีโอกาสไหม ในฐานะมุมมองนักการทหาร หรือว่าทหารที่อยู่ในพื้นที่ก็ถามว่ามันก็ต้องมีโอกาสเพราะที่ผ่านมาเขาค่อนข้างสูญเสียเยอะ ในเวทีการเมืองของประเทศเขาเองก็อาจติดลบค่อนข้างเยอะ อันนึงสิ่งที่เชื่อได้ว่า ณ เวลานี้น่าจะเป็นการระดม หรือว่าเสริมเขี้ยวเล็บของเขา เมื่อวันใดวันหนึ่งเหตุการณ์ประจบเหมาะเขาก็อาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งถ้าเราเตรียมอยู่มีความพร้อมอยู่ผมเชื่อว่าในความคิดส่วนตัวเขายังไม่กล้าทำอะไร แต่ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเราผ่อนเขาอาจจะกลับมา" นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าว
นาวาเอกรุ่งโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า ยืนยันว่าทหารถูกเหล่าทัพมีความพร้อม ในส่วนของกองทัพเรือเองก็มีความพร้อม ซึ่งเราเตรียมเฝ้าระวังตลอดเวลา ในภาพของความมั่นคง ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนค่อนข้างมีความพร้อมในการโต้กลับ ส่วนความคืบหน้าเรื่องเขื่อนดักตะกอนของทางฝั่งกัมพูชาที่จะส่งผลกระทบถึงฝั่งไทยนั้น การประท้วงของเรามีตลอด แต่ว่าระดับกองทัพเมื่อประท้วงไปแล้ว ก็ต้องไปสู่ระดับนโยบายที่สูงขึ้นไป ซึ่งเป็นเรื่องระดับนโยบาย แต่พวกตนในภาคปฏิบัติเองก็อยากให้เอาออก เพราะอนาคตเรื่องการเจรจาส่วนนี้อาจมีผล ทหารในพื้นที่พยายามประท้วงและทำทุกวิถีทาง แต่ก็เป็นเรื่องระดับประเทศ

"ต้องขอถามว่าท่านเข้าใจคำว่าเขมรมั้ย เขาไม่สนใจ เราประท้วงอย่างไรเขาไม่เคยสนใจ เอาง่าย ๆ เขายอมรับไหมครับว่าเขาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเขาไม่เคยยอมรับเขาบอกเป็นทุ่นระเบิดเก่าอันนี้คำว่าเขมร ถามว่าการเกิดการปะทะครั้งที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการใหม่ระยะทางที่ตัดมีช่องเกิดขึ้นแต่ว่าเขาตัดตรงกลาง ถามว่ายังสามารถทำให้ตะกอนทับถมได้หรือไม่ ตอบว่าได้เพราะว่าพื้นที่ด้านล่าง ที่ลึกลงไปประมาณ 3-5 เมตรยังไม่เกิดอะไรขึ้นมา ซึ่งเราได้แจ้งขอให้ดำเนินการตรงนี้ตอบตรงนี้ออก ก่อนที่จะทำเรามีการประท้วงกันทุกรอบไม่ใช่ไม่มีการประท้วง คำว่าเขมรคือปากอย่างใจอย่างความคิดอย่าง คือตกลงในโต๊ะเป็นแบบหนึ่งแต่ภาคการปฏิบัติเป็นแบบหนึ่ง ดื้อตาใสไม่สนใจฉันจะทำ ที่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริงๆ" นาวาเอกรุ่งโรจน์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

