(ถ้า)ปลด'คาร์ริค'แล้วไงต่อ?! ปัญหาวนลูปที่แฟน'ปีศาจแดง'ต้องเผชิญ

หลังจบเกมที่ ยูไนเต็ด พ่าย บอร์นมัธ 0-3 ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ บรรยากาศที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เต็มไปด้วยความโกรธแค้น หลังแฟนบอล “ปีศาจแดง” ระบายความไม่พอใจต่อเจ้าของสโมสร ,ผู้บริหาร และเหล่านักเตะอย่างหนัก ท่ามกลางกระแสกดดันอนาคตของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่อาจกำลังคุมทีมเป็นนัดสุดท้าย
เสียงเรียกร้องให้ผู้บริหารรับผิดชอบต่อความตกต่ำของทีมดังขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อถึงเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ชนะใคร 8 นัดติดทุกรายการ และร่วงไปอยู่อันดับ 16 ในพรีเมียร์ลีกเรียบร้อยแล้ว
โอเคหละ คาร์ริค สมควรที่ต้องถูกวิจารณ์ในช่วงเวลานี้ หลังเราได้เห็นการจัดทัพแบบแปลกๆหลายตำแหน่ง รวมไปถึงพยายามฝืนส่ง ยูริ ตีเลอมานส์ ดาวเตะตัวใหม่ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องแม้ผลงานจะย่ำแย่ แต่อย่าลืมว่าช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา กุนซือชาวอังกฤษที่ได้รับสัญญาคุมทีมถาวร 2 ปีนั้น แทบจะไม่ได้เสริมทัพในตำแหน่งที่ตัวเขาต้องการจริงๆเลย
แถมเวลานี้ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหากับนักเตะในทีมอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ,มาเธอุส คุนญ่า และ บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่ออกมาวิจารณ์แท็กติกเขาแบบไม่ไว้หน้า จนทั้งหมดถูกดร็อปเป็นสำรองในเกมล่าสุด
หากย้อนกลับไปยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เชื่อขนมกินได้เลยว่า เราจะไม่ได้เห็นนักเตะทั้ง 3 รายนี้ได้โอกาสลงสนามอีกต่อไป …
หลังเกม คาร์ริค เดินทักทายแฟนบอลบริเวณอัฒจันทร์เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และสเตรตฟอร์ด เอนด์ พร้อมโบกมือ ปรบมือ และยกมือแตะหน้าอกเพื่อแสดงความขอบคุณ ขณะที่เสียงเพลงเชียร์ที่แฟนบอลร้องให้เขามาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะดังกระหึ่มทั่วสนาม
อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวเขาเดินหายเข้าอุโมงค์ เสียงโห่จากแฟนบอลก็ดังสนั่นตามมา

เสียงประท้วงครั้งนี้พุ่งเป้าไปยัง บรรดานักเตะในสนามที่เล่นกันเหมือนไร้ใจ ,ไร้แพสชั่น และแสดงมันออกมาอย่างชัดเจนในเกมนี้ รวมไปถึงเจ้าของสโมสรและผู้บริหาร ทั้งการเรียกร้องให้ตระกูลเกลเซอร์ขายทีม การโจมตี เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ รวมถึงการต่อต้านแผนสร้างสนามแห่งใหม่ และการตะโกนเรียกชื่อ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร โดยเสียงที่ดังกึกก้องและยาวนานที่สุดคือการเรียกร้องให้ขายแมนฯ ยูไนเต็ด แล้วกลับบ้านไปซะ
สิ่งที่ทำให้การประท้วงมีความหมายมากขึ้นคือ เสียงต่อต้านเหล่านั้นสลับกับบทเพลงให้กำลังใจ คาร์ริค อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าแฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังคงสนับสนุนอดีตนักเตะรายนี้ และไม่ต้องการให้เขากลายเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดต่อปัญหาที่สะสมมานานหลายปี แม้ผลงานในสนามจะน่าผิดหวังก็ตาม
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ปีศาจแดง” เปลี่ยนกุนซือมาแล้วหลายคน ไล่ตั้งแต่ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่, โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, เอริค เทน ฮาก ไปจนถึง รูเบน อโมริม แต่ทีมก็ยังไม่สามารถกลับไปประสบความสำเร็จได้อย่างที่หวัง
ปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ตระกูล เกลเซอร์เข้ามาเทกโอเวอร์ในปี 2005 รวมถึงความไม่พอใจเกี่ยวกับราคาตั๋วและการเสริมทัพ ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อผู้บริหารลดลง
คาร์ริค ยอมรับว่าหน้าที่ของเขาคือการเป็นตัวแทนของทีมกับสโมสรให้ดีที่สุด แต่คำถามสำคัญที่ยังคงค้างคาใจแฟนบอลคือ หากการเปลี่ยนผู้จัดการทีมไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ แล้วใครจะต้องรับผิดชอบต่อความตกต่ำครั้งนี้
เพราะต่อให้คาร์ริคต้องพ้นตำแหน่งจริง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งความเชี่ยวชาญในการบริหาร วัฒนธรรมการทำงาน และการวางแผนระยะยาว
ไม่ใช่เพียงแต่งตั้งกุนซือคนใหม่แล้วหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
กาลอป



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

