‘นาบิล’พร้อมลุยโอลิมปิก!ตั้งเป้าคว้าเหรียญทอง-ยันทำเพื่อชาติ

ONE Championship พร้อมด้วย สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย แถลงข่าวร่วมกันสนับสนุน นาบิล อานาน กำปั้นลูกครึ่งไทย-แอลจีเรีย อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ร่วมแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ Evolve MMA อาคาร Em Tower ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.
โดย ชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ONE Championship เผยว่า รู้สึกดีใจที่ผู้ใหญ่ทาง สมาคมฯ ได้ให้โอกาส นาบิล ไปโอลิมปิก แสดงให้เห็นว่าทุกคนรักชาติจริงๆ ตอนนี้ต้องยอมรับว่านักมวยสมัครเล่นมันน้อย น้อยมากจริงๆ
“ถ้าเราไม่ตั้งใจให้ นาบิล ได้เหรียญทองจริง ๆ เราคงไม่ให้นาบิลไป เพราะยังมีสัญญากับ ONE ซึ่งนาบิลไม่ได้ตัวสูงอย่างเดียว มีสายตา มีฟุตเวิร์กที่คมมาก ด้วยส่วนสูง 194 ซม. และการที่ชกนวมเล็กซึ่งยากกว่านวมใหญ่มาก่อนจะทำให้ได้เปรียบแน่นอน เขาเป็นซูเปอร์สตาร์ใน ONE นั่นคือระดับโลก ขอร้องให้ทุกคนอย่าใจร้อน อยากให้สนับสนุน นาบิล ในครั้งนี้ครับ”
ทางด้าน นาบิล กล่าวว่า “อันดับแรก ต้องขอขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน รวมถึงพี่ สมรักษ์ ด้วย ที่มองเห็นอะไรบางอย่างในตัวผม คิดว่าคนอย่างผมสามารถทำอะไรเพื่อประเทศไทย เป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปชกในมวยสากลสมัครเล่นที่โอลิมปิก”
“รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลองอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการออกหมัด สเต็ปมวยสากล ผมว่าผมทำได้ ตอนผมเด็กๆ อายุประมาณ 13-14 ช่วงที่ผมบาดเจ็บ ผมเคยซ้อมมวยสากลอยู่ 1 ปีกับคุณเด่น จุลพันธ์ แชมป์WBC ก็รู้สึกว่าชอบ โตมาตอนนี้ก็รู้สึกดีถ้าได้กลับมาชกมวยสาลก และได้เป็นตัวแทนประเทศ ผมพร้อมเต็มที่ ทำได้แน่นอนครับ”
“ส่วนแผนการที่จะร่วมในอีก 2 ปีต่อจากน้ ผมก็ต้องไปตามระบบ ไม่ใช่ปุ๊ปปั๊ปดีดนิ้วผมได้ไปต่อยโอลิมปิกเลย ตอนนี้อีก 2 ปี คิดว่าจะชกพิกัด 70 กก. ส่วนเรื่องการซ้อมในค่ายผมก็มีโค้ชมวยสากลอยู่แล้ว ผมก็จะโฟกัสเรื่องมวยสากลมากขึ้น ถ้าสมาคมมวยมีโปรแกรมเพิ่มเติมให้ผมซ้อม ก็ยินดีที่จะปรับเปลี่ยนตามระบบ” ยอดนักชกวัย 22 ปี กล่าว
ขณะเดียวกัน พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนการซ้อมจะประสานงานกันอย่างใกล้ชิด จัดตารางให้สอดคล้อง ดูแลเรื่องเทคนิค เพราะความแข็งแรงมีอยู่แล้ว โดยตารางใน 2 ปีนี้ จะซ้อมมวยสากลสมัครเล่นเพื่อให้พัฒนา แต่ก็ชกมวยไทยด้วย โดยให้โค้ชหาคู่ชกหลายสไตล์มาให้ลอง ส่วนการควอลิฟายจะต้องมีการต่อยเพื่อเก็บแรงกิ้งเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าได้แชมป์สัก 1-2 รายการก็น่าจะผ่านแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการคัดตัวตามปกติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

