ปรีวิว-ฟันธง! 'เรือใบ'ลุ้นกำชัยทุกนัดพรีเมียร์ลีก

การแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026-27 แมตช์เดย์ที่ 3 ประจำค่ำคืนวันเสาร์ที่ 5 กันยายน มีลงฟาดแข้งกันถึง 7 คู่ เริ่มในเวลา 18.30น. “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะเปิดถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ต้อนรับการมาเยือน “เดอะ เชอร์รีส์” เอเอฟซี บอร์นมัธ

นิวคาสเซิ่ล ทำได้ดีเลยทีเดียว 2 เกมแรกยังไม่แพ้ใคร ชนะ 1 เสมอ 1 มีอยู่ 4 คะแนน ล่าสุดบุกไปเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ มา 2-0 อย่างไรก็ตามเกมนี้ทีมของ มาติอัส ไยส์เลอร์ ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน โชลินตอน, วิลเลี่ยม โอซูล่า และแดน เบิร์น ที่บาดเจ็บ ส่วน ตีโน่ ลิฟราเมนโต้ ต้องรอทดสอบความฟิต ที่เหลือถือว่าพร้อม นิโก้ กอนซาเลซ ที่เพิ่งย้ายมาจาก แมนฯซิตี้ ฟอร์มดีลงคุมแดนกลางต่อไปร่วมกับ ลูอิส ไมลีย์ พร้อมส่ง โจ วีลล็อค ลงไปประสานงานเกมรุกกับ แอนโธนี่ เอลังก้า, ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และโยอัน วิสซ่า
ทางฝั่ง เอเอฟซี บอร์นมัธ ภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก โรเซ่อ 2 เกมที่ผ่านมายังไม่ชนะใคร เสมอ 1 แพ้ 1 มี 12 คะแนน โดยขึ้นนำก่อนทั้งสองเกม พ่ายให้กับ แมนฯซิตี้ 1-2 และโดน เอฟเวอร์ตัน ตามตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1-1 ช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายไม่ได้เสริมใครมาเพิ่ม เกมนี้ยังไม่มีกลุ่มนักเตะที่บาดเจ็บอย่าง อามีน อ๊าดลี่, เอลี่ จูเนียร์ ครูปี, ฮูเลี่ยน อเราโฆ่ และเวลจ์โก้ มิโลซาฟเยวิช มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องใช้ชุดเดิมในระบบ 4-2-3-1 มี อเล็กซ์ สก็อตต์ เป็นหัวใจในแดนกลาง แนวรุกวาง รายาน เล่นร่วมกับ จัสติน ไคลเวิร์ต และมาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ โดยมี เอวานิลซอน ยืนหน้าเป้า
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 24 เกมในทุกรายการ เหลือเชื่อว่าสูสีกันสุดๆ ผลัดกันแพ้ชนะไปฝั่งละ 8 ครั้ง
สกอร์ที่คาด: นิวคาสเซิ่ล 2-1 บอร์นมัธ

ขยับขึ้นมาในช่วงเวลา 21.00น.เป็นการพบกันของสองทีมที่ยังไม่ชนะใครในซีซั่นนี้ “เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จะเปิดซิตี้ กราวด์ ดวล “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์
ฟอเรสต์ ภายใต้การคุมทีมของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ มี 1 คะแนน จากการเสมอ 1 แพ้ 1 ล่าสุดบุกไปเก็บแต้มที่แอนฟิลด์ด้วยการเสมอกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 2-2 โค้งสุดท้ายได้ ดาเนี่ยล มูนญอซ วิ่งแบ็กฝั่งขวาย้ายจาก คริสตัล พาเลซ มาร่วมงานนายเก่า เกมนี้ยังไม่มี นิโกโล่ ซาโวน่า ฟูลแบ็กอิตาเลี่ยนที่บาดเจ็บ ในรายของ อิบราฮิม ซ็องกาเร่ รอทดสอบความฟิต ที่เหลือไม่มีปัญหาอะไร วาง ซาวอร์ ชาลาเงอร์ สกรีนหน้าแผงแนวรับ ปล่อยให้ เจมส์ แม็คอาตี้ เป็นตัวเชื่อมเกม สอดประสานกับแดนบนอย่าง มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์, แดน เอ็นดอย และอีกอร์ เชซุส
ทีมเยือน สเปอร์ส ใช้เงินเสริมทัพทะลุ 300 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ออกสตาร์ทได้น่าผิดหวังแพ้ 2 เกมรวด ชนิดที่ยังส่องตาข่ายคู่แข่งไม่ได้ และเสียไป 5 ประตู ทีมของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ยังไม่มีนักเตะที่บาดเจ็บอย่าง ซาฟี่ ซิม่อนส์ และวิลสัน โอโดแบร์ พร้อมรอทดสอบความฟิตผู้เล่นอีกหลายราย ที่ยังไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเสี่ยงส่งลงเล่น ในรายของ ริชาร์ลิซอน กำลังจะย้ายไปค้าแข้งกับ แทร็บซอนสปอร์ ในตุรกี เชื่อว่าน่าจะมีการปรับขยับตำแหน่งกันพอสมควร ซานโดร โตนาลี่ คุมแดนกลางร่วมกับ โรดริโก้ เบนตานคูร์ ขยับ เปโดร ปอร์โร่ กลับไปเล่นแบ็ก พร้อมส่ง ซาวินโญ่ ขึ้นเกมทางขวา ประสานงานเกมรุกกับ มาเตอุส แฟร์นันด์ส และโอมาร์ มาร์มูช โดยมี โดมินิค โซลันกี้ เป็นหน้าเป้า
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 129 เกมในทุกรายการ สเปอร์ส ทำได้ดีกว่า ชนะ 59 เสมอ 29 และน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ชนะ 41
สกอร์ที่คาด: ฟอเรสต์ 2-2 ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

คู่ต่อมายังอยูในช่วงเวลา 21.00น. “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดบ้านรับการมาเยือนน้องใหม่ “ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี ซิตี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัย 2 เกมติดมี 6 คะแนนเต็มนำจ่าฝูง เกมล่าสุดบุกไปถล่ม “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ แบบราบคาบ 4-1 โค้งสุดท้ายเสริมทัพแบบจัดหนักด้วยการทุ่ม 125 ล้านปอนด์ สอย เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มาจากเชลซี เกมนี้น่าจะส่วนร่วมอย่างน้อยก็มีชื่อบนม้านั่งสำรอง แต่ลงไม่ได้คือ เฌเรมี่ โดกู ริมเส้นตัวจี๊ดที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน มาเตอุส นูเนส ต้องทดสอบความฟิต ที่เหลืออยู่กันครบ มาในระบบ 4-2-3-1 นิโก้ โอไรลีย์ ขึ้นมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ร่วมกับ เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน แนวรุกยังใช้เซ็ตเดิม นำโดย ฟิล โฟเด้น, รายาน แชร์กี, อองตวน เซเมนโย่ และเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์
ฝั่งผู้มาเยือน โคเวนทรี ซิตี้ ออกสตาร์ทไม่ดีแพ้มา 2 เกมติด ยังยิงประตูคู่แข่งไม่ได้ ล่าสุดพ่ายคารังให้กับ “เดอะ ไทเกอร์ส” ฮัลล์ ซิตี้ 0-1 โค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายไม่ได้เติมแข้งใหม่เข้ามา เกมนี้ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังไม่มี ฮาจี้ ไรท์ ดาวยิงคนสำคัญชาวสหรัฐอเมริกาที่บาดเจ็บพักยาว ในรายของ แฟรงค์ ออนเยก้า และบ็อบบี้ โธมัส รอทดสอบความฟิต ที่เหลือไม่น่ามีปัญหาอะไร เล่นในระบบ 4-2-3-1 แมตต์ ไกร์มส์ และคาเล็บ ยีเรนกี ทำหน้าที่ปัดกวาดหน้าแนวรับ เกมรุกฝากความหวังไว้ที่ ลุม เชาอูน่า, กุสตาโว่ ฮาเมอร์, แบรนดอน โธมัส-อาซานเต้ และไตโว่ อโวนิยี่
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม เจอกันครั้งสุดท้ายต้องย้อนกลับไปเดือนมีนาคมปี 2002 ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในลีกรอง ดิวิชั่น 1 สมัยที่ยังไม่เปลี่ยนเป็น อีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ แมนฯซิตี้ ถล่ม 4-2
สกอร์ที่คาด: แมนฯซิตี้ 3-0 โคเวนทรี ซิตี้

ปิดท้ายด้วยวันเสาร์ลงเล่นในเวลา 23.30น. น้องใหม่ “เดอะ ไทเกอร์ส” ฮัลล์ ซิตี้ จะเฝ้ารังรับการมาเยือน “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า
ฮัลล์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์เกย์ ยาคิโรวิช กุนซือชาวบอสเนียฯ ออกสตาร์ท 2 เกมแรกเหมือนฝันเก็บได้ 6 คะแนนเต็ม ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ตามด้วยการบุกไปเฉือน โคเวนทรี ซิตี้ 1-0 วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายยังคงเสริมทัพอย่างต่อเนื่องได้แข้งใหม่มา 6 ราย รวมของเดิมเป็น 18 รายในตลาดรอบนี้ ส่วนเกมนี้ยังไม่มี แจ็ค บัตแลนด์, โจ เกลฮาร์ดต์, ดาร์โก้ กายาบี้ และชาร์ลี ฮิวจ์ส ที่บาดเจ็บ ไม่น่าส่งผลอะไรมาก เพราะแกนหลักชุดเดิมอยู่ครบ เน้นความเหนียวแน่นเล่นในระบบ 5-4-1 เรแกน สเลเตอร์ และฮิเดมาสะ โมริตะ เป็นฮาร์ดแมนไล่ล่าเกมรุกคู่แข่ง อาศัยความเร็วจากเกมริมเส้นของ เอลเลียต สเตราด์ และโมฮาเหม็ด เบลลูมี่ เล่นงานในเกมสวนกลับ รวมไปถึงบอลครอสคมๆ จากแบ็กซ้ายจาก ไรอัน ไจลส์ ป้อนให้หน้าเป้า โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่
ฟากทีมเยือน แอสตัน วิลล่า แพ้มา 2 เกมติดยังไม่มีคะแนน ซัมเมอร์นี้ต้องยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเยอะจริงๆ ที่เห็นๆ คือ 6 ผู้เล่นตัวจริงจากฤดูกาลที่แล้วต้องได้ย้ายออกไป แต่ก็เสริมทัพเข้ามาอย่างดุเดือด อยู่ที่ว่าจะใช้เวลาปรับตัวเข้ากับระบบทีมนานแค่ไหน ทีมของ อูไน เอเมรี่ ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน ชูเอา โกเมส มิดฟิลด์บราซิลที่ชดชัยโทษแบนจากไดเร็คต์ใบแดงเกมแรก ในรายของ อมาดู โอนาน่า, ไบรอัน มาดโจ และโยฮัน มันซัมบี้ มีปัญหาอาการบาดเจ็บ น่าจะปรับทีมพอสมควร เทย์เลอร์ ฮาร์วู้ด-เบลลิส แข้งใหม่ได้ลุ้นออกสตาร์ทเพราะแนวรับปัจจุบันรั่วเหลือเกิน เช่นเดียวกับ เลออน กอเร็ตซ์ก้า ในแผงมิดฟิลด์ ส่วนเกมรุกมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะใช้ อิบราฮิม เอ็มบาย ลงไปประสานงานกับ จอห์น แม็คกินน์ และเอมิลิอาโน่ บูเอนเดีย โดยมี นิโคลัส แจ็คสัน เป็นหน้าเป้า
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 35 เกมในทุกรายการ แอสตัน วิลล่า เหนือกว่า ชนะ 19 เสมอ 10 และฮัลล์ ซิตี้ ชนะ 9 โดย 4 เกมหลังสุด วิลล่า ไม่แพ้เลย ชนะ 1 เสมอ 3
สกอร์ที่คาด: ฮัลล์ ซิตี้ 1-1 แอสตัน วิลล่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

