'แมนคูเนี่ยน ดาร์บี้'

ถ้าเมื่อก่อนนี้ ใครมาชวนดูเกม “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” รับรองว่า มีแต่คนทำหน้างง ๆ แน่นอน
อันเนื่องมาจากว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากเริ่มต้นสู่ยุคใหม่จากดิวิชั่น 1 มาเป็น พรีเมียร์ลีก ปรากฏว่า พวกเขาขึ้นมายึดหัวหาดแทนที่ ลิเวอร์พูล ได้อย่างเต็มจัง
การไล่กวาดแชมป์สารพัดทั้งในและนอกประเทศ ทำให้เมื่อคุณนึกถึง แมนเชสเตอร์ นอกจากจะนึกถึงเชิ้ตของชายชาตรีผู้บุกเบิกตามสโลแกนแล้ว
จะต้องนึกถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น
ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นแค่ทีมธรรมดา ๆ ทีมหนึ่งเท่านั้น พวกเขาขึ้นชั้นและตกชั้นได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก
ยิ่งกว่าลงลิฟต์ลงบันไดเลื่อนด้วยซ้ำ
ซิตี้ ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของ ยูไนเต็ด มาโดยตลอด
กระทั่งมาในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยอย่าง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เข้าไปเทกโอเวอร์ ทำให้คนไทยเริ่มรู้จัก ซิตี้ มากยิ่งขึ้น
แต่ก็เพียงแค่จุดเริ่มแต่ยังไม่ใช่แบบในปัจจุบันนี้

ทีมงานบริหารจากดูไบ ภายใต้การนำทัพของ ชีค มานซูร์ ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ ณ เวลานี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินเข้ามาใกล้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าไปทุกที รวมถึงในหลายขณะที่ถูกเหมือนจะแซงไปแล้วด้วยซ้ำ
นับตั้งแต่ เอติฮัด เดินทางเข้า สวนทางกับการจากไปของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
โลกเป็นอนิจจัง ทุกอย่างเปลี่ยน ฟุตบอลก็เปลี่ยน
ขั้วอำนาจลูกหนังนับตั้งแต่ รูเพิร์ต เมอร์ด็อก เข้ามาเป็นแกนนำในการปฏิวัติรัฐประหารฟุตบอลอังกฤษ จาก “ดิวิชั่น 1” มาเป็น “พรีเมียร์ลีก”
ทีมที่ขึ้นมาเป็นพี่เอื้อยนั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เรื่อยเปื่อยมา 20 ปี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่มีสภาพเรือผุๆ ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางมหาสมุทรอยู่ๆ ก็มีเศรษฐีล่องเรือมาเห็น
พร้อมกับจับเรือผุๆ ดังกล่าว ให้กลายเป็นเรือเอี่ยมเลี่ยมทอง
จนทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปล่งประกายเป็นทีมระดับท็อปของลีก พร้อมกับฉาบให้ดาร์บี้แมทช์เมืองแมนเชสเตอร์ กลับมีมูลค่าขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ…เหลือเชื่อมากๆ
ทั้งที่เมื่อก่อนแม้แต่หางตา ชาวโลกยังไม่เคยคิดจะแล
ทำให้ “แมนเชสเตอร์” ซึ่งเป็นที่รู้จักจากนครอุตสาหกรรมแห่งแรก และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกใบนี้ กลายเป็นที่น่าสนใจของโลกลูกหนัง
โดยทั้งสองทีมมีพื้นฐานจากอดีตที่แทบจะไม่ต่างกันเลย
จุดกำเนิดเกิดมาจากนักบอลชนชั้นแรงงาน ท่านลองสังเกตดูบนตราสโมสรของทั้งสองทีมนั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เพราะมีรูปเรือติดอยู่
รวมไปถึงสัญลักษณ์ “แม่น้ำ” ก็มีอยู่ในโลโก้สโมสรด้วยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อตั้งทีมขึ้นมาเมื่อปี 1878 ใช้ชื่อว่า
“นิวตัน ฮีธ แอลวายอาร์” ก่อนจะย่อเหลือคำว่า “นิวตัน ฮีธ” และกลายร่างเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบเต็มขั้น เมื่อปี 1902
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อตั้งปี 1880 ในนาม “เซนต์มาร์กส์ (เวสต์กอร์ตัน)” ก่อนจะยุบๆ เลิกๆ หลายครั้งมาเป็น “อาร์ดวิค เอเอฟซี”
ในปี 1887 และกลายร่างเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบเต็มขั้น ปี 1894
ก่อนที่จะโคจรมาปะทะกันหนแรก เมื่อปี 1889 ในศึกอลิอันซ์ ในปี 1889 ในชื่อของ นิวตัน ฮีธ กับ อาร์ดวิค เอเอฟซี

จากนั้นบันทึกโลกลูกหนังได้จารึกว่า “ดาร์บี้แมทช์แมนเชสเตอร์” ได้เกิดขึ้น หลังจากทั้งสองทีมใช้ชื่อนำหน้าว่า “แมนเชสเตอร์” พร้อมกัน นั่นก็คือซีซั่น 1902-03 ฟุตบอลดิวิชั่น 2 ปรากฏว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นในบ้านเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1
ต่อด้วยฤดูกาล 1906-1907 ทั้งสองทีมเจอกันในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ปรากฏว่า ซิตี้ ไล่ยำ ยูไนเต็ด สบายแข้ง 3-0
นับจากนั้น หากเจอกันก็เจอกันในบนลีกสูงสุดมาโดยตลอดแต่ก็ไม่ได้ดังอะไรอย่างที่บอก จนกระทั่งมา 20 ปีหลังนี้แหละ
ระยะห่างกัน 4 ไมล์ไม่มีใครยอมใครมาแต่ไหนแต่ไร
สาวกของทั้งสองฝั่งชังกันยิ่งกว่าสิ่งปฏิกูล ไม่มีใครสนใจกันว่า ทีมใดจะครองแชมป์ ไม่มีการสนใจและให้ราคา เพราะถ้าอีกฝั่งได้แชมป์ อีกฝั่งแทบจะขังตัวเอง…..อยู่ในส้วม
การเบ่งบวมบารมีในช่วงหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานบรมกุนซือของแมนฯยูไนเต็ด เคยหล่นคำอุทานว่า “เพื่อนบ้านที่น่ารำคาญ”
ดังนั้นจึงไม่มีการ”ฝากใจ”หรือ”ให้ใจ”ซึ่งกันและกันแม้แต่น้อย
สถานการณ์ตอนนี้การโคจรมาเจอกัน ต่างฝ่ายต่างมีภาระที่จะต้องรับผิดชอบและต้องทำ ในเป้าหมายที่ต่างกัน
แต่จุดประสงค์เดียวคือ ชัยชนะ………….
บี แหลมสิงห์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

