‘แอมป์’เปิดใจคว้าทองประวัติศาสตร์-รับเจ็บมาเยอะกว่าจะถึงวันนี้

“แอมป์” กัญจุฑา ภัทรบุญซ่อน นักกีฬาประเภทศิลปะป้องกันตัวทีมชาติไทย(MMA) คว้าเหรียญทองที่ 4 ให้ทัพนักไทย ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 หลังเอาชนะไดอาน่า โพโกเซียน จากบาห์เรน ในรอบชิงชนะเลิศ รุ่น 54 กก.หญิง 3-0 ที่อินาเอะ สปอร์ตส์ เซ็นเตอร์ นครนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา
ตลอดการแข่งขันทั้งสองยก กัญจุฑา โชว์ฟอร์มได้เหนือกว่า ด้วยการล็อกคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม และออกอาวุธทำแต้มได้จะแจ้งกว่า ก่อนเอาชนะไปได้ 3-0 คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ให้กีฬามิกซ์มาร์เชียลอาร์ตไทย ในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ที่มีการบรรจุชิงเหรียญรางวัลเป็นครั้งแรก
ภายหลังการแข่งขัน กัญจุฑา เปิดเผยว่า ก่อนการแข่งขันรู้สึกกดดัน เพราะอยากได้เหรียญทองในครั้งนี้มากๆ ดีใจที่สุด เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของตัวเองเลย เพราะซ้อมมาหนักมากๆ เก็บตัวมาตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงช่วงมหกรรม ทั้งเหนื่อย ทั้งบาดเจ็บ แต่ผ่านมาได้ เพื่อวันนี้
“ดีใจอย่างยิ่งที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแรกให้กีฬาศิลปะป้องกันตัวได้ ก่อนมาคาดหวังว่าจะได้เหรียญทอง ทุกคนในสมาคมฯคาดหวังแบบนั้น แต่คิดว่าได้เหรียญอะไรก็ได้ เพราะเป็นเหรียญเปิดทางให้สมาคม และให้คนรู้จักกีฬามิกซ์มาร์เชียลอาร์ตมากขึ้น สิ่งที่อยากจะฝากก็คือ คิดว่าไม่ต้องฝากอะไรให้ผู้ใหญ่ในวงการกีฬาแล้ว เพราะผู้ใหญ่ที่ได้เห็นผลงานแล้ว เชื่อว่าทุกคนจะรู้จักมากขึ้น ฝากให้ความสำคัญกับกีฬานี้ได้ ไม่ใช่แค่แอมคนเดียว แต่นักกีฬาและสต๊าฟโค้ชทุกคนทำเพื่อประเทศไทย”

ส่วนกรณีที่ เธอเคยถูกตรวจเพศในการแข่งขัน The 3rd AMMA Championships 2025 ที่ ประเทศจีน ก่อนจะคว้าตั๋วเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ นั้น “แอมป์”เผยว่า ปัญหาตอนนั้น ไม่ได้ทำให้ครั้งนี้เกิดความกังวัลแต่อย่างใด เพราะตนทำการตรวจเรียบร้อย สามารถยืนยันตัวเองได้ มีเอกสารยืนยันชัดเจน เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับตนในการแข่งขันเลย
“ตอนนั้นรู้สึกแย่ ตรงที่ถูกไม่ให้เกียรติในการแข่งขัน ทั้งที่เราเคารพคู่ต่อสู้ทุกคน ทุกประเทศมาตลอด เลยรู้สึกตรงนั้น แต่เรื่องจะมีผลต่อการแข่งขันหรือไม่นั้น คำตอบคือไม่ ยืนยันว่า เป็นผู้หญิง 100 เปอร์เซ็นต์”
จากการคว้าเหรียญทองในครั้งนี้ นับเป็นเหรียญทองที่ 148 ของทัพนักกีฬาไทย และเป็นชนิดกีฬาที่ 24 ตลอดกาลที่คว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ 75 ปีที่มีการแข่งขัน ก่อนหน้านี้ได้จาก กรีฑา, แบดมินตัน, วอลเล่ย์บอลชายหาด, เพาะกาย, มวยสากล, โบว์ลิ่ง, คิวสปอร์ต, จักรยาน, ขี่ม้า, อีสปอร์ต, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, เจ๊ตสกี, พาราไกดิ้ง, เรือใบ, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, ว่ายน้ำ, เทควันโด, เทนนิส, ยกน้ำหนัก, วูซู และเทคบอล
ทำให้ในศึกไอจินาโกย่าเกมส์2026 ทัพนักกีฬาไทย ทำได้แล้วทั้งสิ้น 4 เหรียญทองในไอจิ นาโกย่าเกมส์ หลังจากวันแรกได้จาก เทคบอล 3 เหรียญทอง โดยทั้ง 4 เหรียญที่ได้นั้นมาจากกีฬาใหม่ที่บรรจุในครั้งนี้ทั้งหมด แต่ยังไม่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

