ปธ.ขับเคลื่อนกีฬามวยไทย! กางโร้ดแมปสู่โอลิมปิก2032

หลังจากสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู่ปี 2026-2028 ด้วยการเปิดตัว “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล นั่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย รีแบรนด์นำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน สร้างตัวตนให้ชัดเจน ปั้นแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี เน้นสร้างรากฐานของเยาวชนพัฒนาบนเส้นทางไปสู่โอลิมปิกเกมส์ โดยหวังเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกันการทำงาน ไม่แข่งขัน ไม่ทะเลาะกันเอง
พล.ต.พัชร รัตตกุล เปิดเผยกับสื่อมวลชน ที่บริษัท หาดทิพย์ จํากัด (มหาชน) โดยระบุว่า พื้นฐานของผมไม่ได้เป็นนักมวยไทยมาก่อน และจริง ๆ ก็ไม่ได้ติดตามมวยไทยเท่าไหร่ แต่ถ้าจะมีอะไรที่เชื่อมโยงกับมวยไทย ตอนเด็กๆ ผมเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์เขตร ศรียาภัย ซึ่งท่านเป็นปรมาจารย์ทางด้านมวยไทย และโชคดีที่ท่านเป็นเพื่อนกับคุณปู่ ตอนเด็กๆ ผมก็เลยได้เรียนมวยไทยตั้งแต่เด็ก เป็นมวยไชยา ในเรื่องของกีฬา ตัวผมเองเคยต่อยมวยสากลสมัยเป็นนักเรียนนายร้อย และตอนที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษก็ต่อยมาพอสมควร เคยได้แชมป์เฟเธอร์เวทของประเทศอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัย พื้นฐานมวยผมมีประมาณนี้ แต่ที่เข้ามาเพราะ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ อยากให้มีทีมที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกีฬามวยไทย เนื่องจากปัจจุบันความเข้าใจเรื่องการสร้างนักกีฬามวยไทยสู่ความเป็นเลิศในหมู่ประชาชนคนไทยยังมีน้อย

“ในความเป็นจริง เราต้องไปหาจากกลุ่มของมวยอาชีพ ซึ่งจะมาต่อยกีฬามวยไทยสมัครเล่น เอาจริงๆ กติกามันมีข้อแตกต่าง และรายละเอียด ซึ่งเราอาจไม่สามารถไปแข่งขันกับเขาได้ โดยสรุปง่าย ๆ มวยไทยอาชีพกะจะน็อกอย่างเดียว แต่มวยกีฬาจะต้องมีการเก็บคะแนน เหมือนมวยสากลสมัครเล่น ต่อสู้กันคนละอย่าง ผมและทีมอยากมาขับเคลื่อนให้เกิด Awareness (การรับรู้) ให้เกิดความรับรู้ และเกิดความนิยมในหมู่คนไทยด้วยกันเอง ส่งเสริมเยาวชนให้ไปเล่นกีฬานี้ อยากให้กระทรวงศึกษาธิการมีการกำหนดหลักสูตรกีฬามวยไทยเป็นพื้นฐาน เพราะมันเป็นมรดกของเราอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้ใช้มันอย่างเต็มที่ แทนที่จะเรียนแค่กระบี่กระบอง ก็อยากให้หันมามองว่า นอกจากเส้นทางความเป็นเลิศแล้ว มวยไทยยังเกี่ยวกับการออกกำลังกายและสุขภาพร่างกาย”
“เราสามารถให้ลูกหลานเล่นได้อย่างปลอดภัย เพราะมี Protective Gear (อุปกรณ์ป้องกัน) มี สนับแข้ง, เกราะลำตัว, เฮดการ์ด และอุปกรณ์ต่างๆ พร้อม ปัจจุบันผู้ปกครองอาจไม่ค่อยสบายใจ ถ้าจะเจียดรายได้เพื่อให้ลูกออกกำลังกาย ก็ส่งไปเล่นเทควันโด หรือยูโด แต่ไม่เคยมองมวยไทย เพราะอาจกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่าแต่จริง ๆ แล้วไม่เลย นอกจากอุปกรณ์ป้องกันแล้ว ผู้ฝึกสอน กรรมการ หรือโค้ชต่าง ๆ ก็ได้รับการฝึกมา โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก”

“เสธ.ดอลลาร์” กล่าวต่อไปว่า กีฬามวยไทยถูกบรรจุอยู่ในกีฬาระดับนานาชาติเกือบทุกเวทีทั่วโลกแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ยูธ โอลิมปิก, ยูโรเปี้ยนเกมส์ กีฬาในทวีปต่าง ๆ ทั้งละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และมหกรรมกีฬานานาชาติต่างๆ ยกเว้น โอลิมปิกเกมส์ กับเอเชี่ยนเกมส์ ผมอยากให้คนไทยมองว่า กำลังใจมีความสำคัญสำหรับนักกีฬา และสำหรับความรับรู้ในระดับโลก เราอาจภูมิใจได้แล้วว่ากีฬามวยไทยอยู่ในระดับโลกและอยู่ในมหกรรมกีฬาทั่วโลก เพียงแต่เรายังขาดการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้านแน่นอนที่สุด ถ้าเราไปอยู่ในโอลิมปิก หรือเอเชี่ยนเกมส์ได้ก็ยิ่งดี นั่นคือเป้าหมายที่เราอยากทำ แต่วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุดในทุกมหกรรมกีฬาที่เราอยู่ มวยไทยเกิดที่ประเทศไทย เป็นของคนไทย แต่เราก็อยากให้คนทั่วโลกรักมวยไทยเหมือนกับที่เรารัก
“เวลานี้ สิ่งแรกที่อยากทำคือ อยากสร้างความสามัคคีในวงการมวยให้เกิดขึ้น ผมมองว่าเราต้องช่วยกันสนับสนุน เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้คนทั่วโลกรักมวยไทยมากขึ้น มีคนเล่นมวยไทยมากขึ้น และให้คนไทยเองนอกจากจะรักมวยไทยแล้ว ก็ส่งลูกหลานมาเรียนมวยไทยมากขึ้น มันต้องสามัคคีกัน ต้องไม่เตะขัดขากัน ใครทำได้ดี ใครสนับสนุนกีฬาให้มีความรับรู้มากขึ้น เป็นที่นิยมมากขึ้น เราต้องยินดี นักกีฬาไม่ว่าจะเป็นมวยอาชีพหรือมวยสมัครเล่น ถ้าทำได้ดี เราก็ต้องแสดงความยินดีด้วย ผมคิดว่าความสามัคคีเป็นสิ่งเริ่มต้น เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้มวยไทยไปได้”
ประการต่อไปที่ต้องรีบทำคือ การสร้างฐานนักกีฬา และสร้างระบบนิเวศของมวยไทยให้มารองรับการสร้างนักกีฬาเก่งๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะอนาคตของมวยไทยไม่ได้อยู่ที่นักมวยในวันนี้ แต่อยู่ที่เด็กที่เราจะสร้างมากกว่า เด็กตั้งแต่อายุ 6 ขวบเป็นต้นไปต้องเล่นกีฬามวยไทย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง หรือ LGBTQ เพราะเรา เปิดกว้างกีฬานี้เราไม่แบ่งเพศ จากนั้นจำนวนนักกีฬาเป็นประเด็นที่เราต้องรีบสร้าง ระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นการสอน โค้ช กรรมการ วิทยาศาสตร์การกีฬา ต้องนำมาใช้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องการป้องกัน, การควบคุมสารต้องห้าม และเรื่องต่างๆ เราต้องพร้อม ค่ายมวยก็เป็นสิ่งที่ผมอยากเห็น ค่ายมวยซึ่งมีอยู่มากมายในเมืองไทย มาเป็นสมาชิกกับสมาคม ช่วยกันส่งเสริม เพราะเส้นทางอาชีพก็เดินได้ แต่เส้นทางสมัครเล่นก็ต้องมีด้วย เพราะมหกรรมกีฬาบนเส้นทางโอลิมปิกที่มีอยู่ทั่วโลกวันนี้ ต้องการนักมวยสมัครเล่น ซึ่งเราไม่มีเลย
“อีกประเด็นคือ การสร้างระบบนิเวศ ผลพลอยได้ที่จะออกมาคือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะทำอย่างไรให้เด็กเจน Z หรือเจน Alpha อยากเล่นมวยไทย มันต้องเด่น มันต้องจ๊าบ ไม่ใช่เชย ภาพจำของมวยไทย เราจะมองเรื่องความรุนแรง การพนัน ชีวิตรันทด เด็กต้องลำบากยากเข็ญ แต่ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้น เด็กที่พ่อแม่มีเงินก็มาเรียนมวยไทยได้ เราต้องรีแบรนด์ใหม่หมด ซึ่งผมเชื่อว่าทำได้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะเข้ามา เรามีเอกลักษณ์เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นมงคล ประเจียด กางเกงมวย เราสามารถต่อยอดได้อีกเยอะ แฟชั่นดีไซเนอร์เมืองไทยเก่ง ๆ ทั้งนั้น เราสามารถสร้างอะไรได้อีกเยอะ และทำให้เยาวชนสนใจมวยไทยมากขึ้น”
พล.ต.พัชร รัตตกุล กล่าวทิ้งท้ายถึงโอกาสมวยไทยในโอลิมปิกเกมส์ ว่า ผมว่าไปได้ แต่หลายมิติ ประเทศเจ้าภาพสามารถเลือกกีฬาได้ 4 ประเภท ถ้าเขารักเราโดยไม่มีเงื่อนไข มันก็น่าจะได้ โดยไม่ต้องไปดูอย่างอื่นเลยแต่เราจะดำเนินไปถึงตรงนั้นอย่างไร เราจะมีนโยบายการต่างประเทศอย่างไร เราจะเดินหน้ากล้องอย่างไร หลังกล้องอย่างไร มันเป็นงานที่ต้อง ในเมื่อประชาชนทั่วโลกชอบมวยไทยอยู่แล้ว ผมมองว่าเป็นไปได้ โอลิมปิก 2028 อาจจะเร็วไป แต่ออสเตรเลีย หรือโอลิมปิก 2032 ผมว่ามีสิทธิ์ แม้ไม่มีสิทธิ์ ก็อยากให้คนไทยเข้าใจว่า มหกรรมกีฬาระดับโลก เราก็อยู่ในการแข่งขันอยู่แล้ว แต่มันไม่มีใครรับรู้ ทีมชาติไทยไม่มีใครรู้ว่าใครคือ ทีมชาติไทย ถ้าช่วยกันโหมโรง ผมว่ามันเป็นส่วนสำคัญในการทำให้คนอยากมาเข้าทีมชาติ และทีมชาติที่มีอยู่แล้วก็มีแรงใจในการไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

