รู้อะไรไม่สู้...รู้เรื่องเงิน : โลกออนไลน์ไว้ใจใครได้บ้าง? รู้ทันเส้นทาง Scam ก่อนเงินหาย

ในวันที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การซื้อขายสินค้า ติดต่อสื่อสาร หรือแม้แต่การลงทุนก็ทำได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มิจฉาชีพก็พัฒนาวิธีหลอกลวงให้แนบเนียนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสร้างภาพ เสียง และข้อความปลอมให้ดูน่าเชื่อถือ
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจในเวทีนานาชาติ ผ่าน “Bangkok Blueprint” แนวทางส่งเสริมระบบป้องกันและรับมือกับการฉ้อโกงและการหลอกลวง ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาในช่วงการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ
ขณะเดียวกัน งาน Money Freedom Forum 2026 ได้พูดถึงเรื่องนี้ใน Session “Scam-Proof Your Wealth in The Age of AI หน้าใช่ เสียงเหมือน ลิงก์น่าเชื่อถือ: รู้ทันกลโกงยุค AI” โดยวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ คุณสาริกา อภิวรรธกกุล (ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมความรู้ตลาดทุน ก.ล.ต.) พันตำรวจโท พากฤต กฤตยพงษ์ (สารวัตร กลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์) และ ผศ.ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช (รองคณบดี คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
แล้วเราจะรู้ทันกลโกงได้อย่างไร ก่อนที่เงินเก็บจะตกไปอยู่ในมือมิจฉาชีพ?
“เปิดเส้นทาง Scam จากความเชื่อใจสู่การสูญเสียเงิน”
หนึ่งในรูปแบบที่พบได้คือการหลอกลงทุน ซึ่งมิจฉาชีพมักสร้างความเชื่อมั่น ก่อนชักจูงให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เส้นทางการหลอกลงทุนที่ควรรู้
- สร้างความสนใจ: โฆษณาบน Facebook หรือ TikTok ชักชวนลงทุนด้วยผลตอบแทนที่น่าดึงดูด
- สร้างความน่าเชื่อถือ: ชวนเข้ากลุ่ม LINE หรือ OpenChat ที่มีคนแชร์ผลกำไรและให้คำแนะนำการลงทุน
- แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ: ใช้ชื่อที่ปรึกษาการลงทุนหรือบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือ เพื่อให้เหยื่อเชื่อใจ
- ชวนให้โอนเงิน: ให้เปิดบัญชีและโอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนด ซึ่งอาจเป็นบัญชีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่แอบอ้างชื่อบริษัทจริง
- ล่อให้ลงทุนเพิ่ม: ช่วงแรกอาจได้รับเงินคืนหรือผลตอบแทน เพื่อสร้างความมั่นใจและจูงใจให้เพิ่มเงินลงทุน
- ปิดทางถอนเงิน: เมื่อจะถอนเงินกลับถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ภาษี หรือเงินประกันเพิ่มเติม ก่อนที่มิจฉาชีพจะหายตัวไปในที่สุด
“Red Flags สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม”
หากพบพฤติกรรมต่อไปนี้ ควรหยุดตรวจสอบก่อนทำธุรกรรม
- ผลตอบแทนดีเกินจริง: รับประกันกำไรสูงหรืออ้างว่าไม่มีความเสี่ยง
- เร่งให้ตัดสินใจ: บอกว่าต้องโอนทันที ไม่เช่นนั้นจะเสียโอกาสหรือเกิดปัญหา
- แอบอ้างบุคคลหรือองค์กร: ใช้ชื่อ โลโก้ ภาพ หรือเสียงของบุคคลที่น่าเชื่อถือ แต่ไม่สามารถยืนยันตัวตนผ่านช่องทางทางการได้
- ขอข้อมูลสำคัญ: ขอรหัส OTP รหัสผ่าน หรือให้ติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
- เรียกเงินเพิ่มเพื่อถอนเงิน: อ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือภาษีก่อนจึงจะถอนเงินได้
หากเป็นการลงทุนในตลาดทุน สามารถตรวจสอบผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th ทั้งนี้ ควรตรวจสอบช่องทางติดต่อและบัญชีรับเงินให้ตรงกับข้อมูลทางการด้วย เพราะมิจฉาชีพอาจแอบอ้างชื่อบริษัทที่มีอยู่จริง
“แล้วเราจะป้องกันตัวเองอย่างไร”
การป้องกัน Scam เริ่มจากการไม่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อถูกเร่งให้ทำธุรกรรม
- หยุดก่อนโอน - หากรู้สึกกลัว ตื่นเต้น หรือกลัวพลาดโอกาส ให้เว้นระยะก่อนตัดสินใจ
- ตรวจสอบด้วยตัวเอง - ติดต่อบุคคลหรือองค์กรผ่านช่องทางทางการที่ค้นหาได้เอง ไม่ใช้เพียงลิงก์หรือเบอร์โทรศัพท์ที่อีกฝ่ายส่งมา
- อย่าเชื่อแค่ภาพหรือเสียง - เทคโนโลยี AI สามารถสร้างสื่อปลอมที่ดูเหมือนจริงได้ ควรยืนยันตัวตนผ่านอีกช่องทางหนึ่งเมื่อมีการขอเงินหรือข้อมูลสำคัญ
- ปกป้องข้อมูลส่วนตัว - ไม่เปิดเผยรหัสผ่านและ OTP รวมถึงไม่ให้ผู้อื่นควบคุมอุปกรณ์โดยไม่จำเป็น
จำไว้ว่า การตรวจสอบก่อนโอนเงินไม่ใช่ความระแวงเกินเหตุ แต่เป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องเงินที่เราหามาได้
“หากถูกหลอกแล้ว ต้องทำอย่างไร?”
หากเผลอโอนเงินไปให้มิจฉาชีพ ควรรีบดำเนินการทันที
- โทรสายด่วน 1441: ติดต่อศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์เพื่อแจ้งเหตุและขอคำแนะนำ ขอระงับธุรกรรมตามขั้นตอนโดยเร็ว
- รวบรวมหลักฐาน: เก็บสลิปโอนเงิน เลขบัญชี ข้อความสนทนา ลิงก์เว็บไซต์ และข้อมูลผู้ติดต่อ
- แจ้งความ: ใช้เว็บไซต์แจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ www.thaipoliceonline.go.th หรือไปสถานีตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
หากเป็นกรณีหลอกลงทุน สามารถแจ้งเบาะแสต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ที่สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน 1207 กด 22 หรือ www.sec.or.th/scamalert
นอกจากนี้ ต้องระวังการถูกหลอกซ้ำจากผู้ที่อ้างว่าสามารถช่วยตามเงินคืนได้ แต่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เพราะอาจเป็นกลโกงอีกรูปแบบหนึ่ง
ในโลกที่มิจฉาชีพสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้ดูเหมือนจริงได้มากขึ้น เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการหยุดคิด ตรวจสอบข้อมูล และไม่ตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน
“เพราะการสร้างความมั่งคั่ง ยังรวมถึงการปกป้องเงินที่เราหามาได้ ไม่ให้สูญเสียไปกับกลโกง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

