หุ้นเด่น : 17 ตุลาคม 2569

‘NIM และคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) สินเชื่อที่ขยายตัวมาจากกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อเช่าซื้อ
สินเชื่อขยายตัว 1% QoQ, 3.5% YoY และ 1% YTD นำโดยสินเชื่อธุรกิจ ซึ่งเพิ่มขึ้น 5% QoQ, 3% YoY และ 1% YTD ในขณะเดียวกันสินเชื่อ H/P ยังแทบไม่เปลี่ยนแปลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น 2.4% YTD อย่างไรก็ตามสินเชื่อจดจำนอง และสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ให้ yield สูงยังคงซบเซา โดยสินเชื่อจดจำนองลดลง -4% QoQ และ -14% YoY ในขณะที่กลุ่มสินเชื่อ yield สูงหดตัวลง -1% QoQ แต่เพิ่มขึ้น +1% YoY
NIM ที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ย (NII)
NIM เพิ่มขึ้นเพราะ yield สินเชื่อสูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินลดลง ถึงแม้ว่าสัดส่วนของสินเชื่อธุรกิจที่ให้ yield ต่ำกว่าจะเพิ่มขึ้น แต่ yield สินเชื่อยังเพิ่มขึ้นประมาณ 6-7bps QoQ ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 6bps ดังนั้น NIM จึงเพิ่มขึ้นประมาณ 11bps QoQ และ 25bps YoY ทำให้ NII เพิ่มขึ้น 3% QoQ และ 6% YoY ใน 3Q69 และเพิ่มขึ้น 5% YoY ในงวด 9M69 ทั้งนี้อัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นของ NII พอชดเชยอัตราการเติบโตที่แผ่วลงในรายได้ค่าธรรมเนียมใน 3Q69
คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ลดลง
NPLs ลดลง 4% QoQ และ 10% YoY นำโดย NPLs ของสินเชื่อ H/P ที่ลดลงอย่างมาก (-9% QoQ, -12% YoY และ -15% YTD) ในขณะเดียวกัน NPLs ของสินเชื่อ yield สูงยังทรงตัว QoQ แต่ลดลง 6% YoY และ YTD ทั้งนี้คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของสินเชื่อ H/P ช่วยให้ credit cost ลดลงมาอยู่ที่ 0.8% ใน 3Q69 จาก 0.93% ใน 2Q69 และ 1.4% ใน 3Q68
คงคำแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 129.50 บาท
แนวโน้มการเติบโตในระยะสั้นของกำไร TISCO ขึ้นอยู่กับการขยายสินเชื่อ H/P และการเลือกปล่อยสินเชื่อธุรกิจ ซึ่ง profile ความเสี่ยง-ผลตอบแทนยังน่าสนใจ ในขณะเดียวกันผู้บริหารยังมั่นใจว่านโยบายการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของบริษัทจะช่วยให้ยังสามารถรักษา NPLs และค่าใช้จ่ายสำรองฯ (credit cost) ไว้ในระดับต่ำได้ ทั้งนี้เนื่องจากกำไรในงวด 9M69 คิดเป็น 76% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา และยังได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่แพงแล้ว ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570F ที่ 129.50 บาท อิงจาก PER ที่ 14.0x คิดเป็น PBV ที่ 2.3x
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

