แวดวงการเงิน : 19 ตุลาคม 2569


** ในการประชุม สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ตลอด 5 วัน ในหลายเวทีการเสวนามักจะเน้นไปที่ “ความมั่นคงทางการคลัง”...เพราะตอนนี้ทุกรัฐบาลทั่วโลกก่อหนี้เพิ่มขึ้นเพื่อมาใช้รับมือกับวิกฤตหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่การระบาดของโควิด-19...ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกัน...ตัวเลขหนี้สาธารณะของไทยที่อยู่ในระดับ 41% ต่อจีดีพี ช่วงก่อนเกิดโควิด...พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 67.9% ต่อจีดีพี...แต่ความต่างของแต่รัฐบาลทั่วโลกคือการบริหารหนี้ที่ก่อมารับมือกับวิกฤตได้มีประสิทธิภาพมากน้อยต่างกัน...และก็ต้องบอกว่าสำหรับประเทศไทยทุกรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2563 ....มีความจำเป็นที่ต้องก่อหนี้เพิ่มและก็ไม่ผิดที่ต้องทำเช่นนั้น...แต่หนี้ที่เพิ่มขึ้นมากว่า 20% ต่อจีดีพี ทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งมากขึ้นพอที่จะรับมือกับวิกฤตครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่???...เชื่อว่าอันนี้ทุกคนมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว... “กันชนทางการคลัง”ของไทยตอนนี้หลายคนคงคิดเหมือน...แวดวงการเงิน...ที่รู้สึกเป็นห่วง...เพราะตลอดหลายปีมานี้เราเห็นกันแล้วทุกรัฐบาลใช้เงินงบประมาณที่มีประสิทธิภาพต่ำมากๆ ซึ่งเกิดจากการ “ทุจริตคอร์รัปชัน”เพื่อต้องการถอนทุนทางการเมือง...จนถึงวันนี้เราก็ยังเห็นว่ามีโครงการอีกนับร้อยที่ไม่ควรจะต้องเสียงบประมาณเลยแต่รัฐบาลก็ยังดันทุรังที่จะทำ
...ถึงเวลานี้ก็คงต้องฝากความหวังไว้ที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...และ เดอะบั๊ด...ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง (ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ)...ที่ต้องยันให้อยู่...เพราะเงิน 2 แสนล้านบาท จากโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน...กำลังถูกจับจ้องตาเป็นมันจาก “นักการเมือง”...!! แวดวงการเงิน...เชื่อว่าทั้งสองท่านนี้จะต้องเจอกับแรงกดดันอย่างหนักจากฝั่งการเมืองแน่นอน...ดังนั้นเพื่อสร้างเกราะกำบังให้ตัวเองและประเทศชาติ....เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้สังคมรับทราบเลยครับว่า...ใครบ้างที่มาขอเงินก้อนนี้...ขอไปทำอะไรบ้าง...สร้างตัวชี้วัดความคุ้มค่าของทุกโครงการที่มาขอเงินก้อนนี้...แล้วก็บอกให้สังคมได้รับรู้ด้วย...เงินก้อนนี้อาจจะเป็นก้อนสุดท้ายที่รัฐบาลกู้ได้...เว้นแต่จะขยายเพดานหนี้สาธารณะ...ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลไม่กล้าทำตอนนี้...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

