หุ้นเด่น ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2569

‘รายได้ค่าธรรมเนียมแข็งแกร่ง’
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ปักหมุดหมายการโตไปกับธุรกิจ wealth management
รายได้ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นซ้ำอีกในปี 2570F : นอกจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ non-NII โตถึง 40% YoY ในงวด 9M69 และสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว (42% ของรายได้รวม) ผู้บริหาร KKP มั่นใจว่ารายได้ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่ 70-80% จะเกิดขึ้นซ้ำอีกในปี 2570F โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียม wealth management และค่าธรรมเนียมบริหารสินทรัพย์ โดยธนาคารคาดว่า AUM จะแข็งแกร่งอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท (+>15%) ซึ่งดำเนินการภายใต้กลุ่มธุรกิจ wealth management, บริหารสินทรัพย์ และ DIME จะทำให้ธนาคารสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและข้ามประเทศ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า ในขณะเดียวกันรายได้ค่าธรรมเนียมบางกลุ่ม อย่างเช่น ค่าธรรมเนียม IB จะเป็นส่วนที่ผันผวน (คิดเป็น 20% ของรายได้รวม)
ขยายธุรกิจ wealth management ควบคู่ไปกับสินเชื่อ : ธนาคารบอกว่าได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ platform ที่หลากหลายขึ้นมาเพื่อขยายธุรกิจ wealth management นอกจากนั้นการผนึกพันธมิตรกับ Goldman Sachs ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มธุรกิจ wealth ซึ่งรวมถึง Prime Broker ที่เปิดทางให้ธนาคารเพิ่มการออก structure note และตราสารอนุพันธ์ ควบคู่ไปกับธุรกิจสินเชื่อ และ wealth management ซึ่งธุรกิจนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มประเภทรายได้ค่าธรรมเนียมที่มีความ sophisticate มากขึ้น
ถูกกระทบเล็กน้อยจากน้ำท่วม : ธนาคารนำสำรองส่วนเกินใน 3Q69 มารองรับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากน้ำท่วมรอบล่าสุด ส่วน credit cost ซึ่งทรงตัวอยู่ที่ 1.4% ใน 3Q69 และ ในงวด 9M69 น่าจะลดลงได้ใน 4Q69 ดังนั้น เราจึงมองว่า credit cost ที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งจะทำให้ประมาณการกำไรปี 2569F มี upside มากขึ้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
ประมาณการกำไรปี 2569F/2570F ของเราอิงจากสมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อ 2%/3%, NIM 4.1%/4.2%, อัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม 22%/11%, credit cost 1.4%/1.1%, สัดส่วน C/I 52%/51% โดยเราใช้ PBV แบบมี premium ที่ 1.6x ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการขยาย และเพิ่มความหลากหลายของรายได้ รวมถึง ROE ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2570F ที่ 145 บาท
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

