แวดวงการเงิน : 23 ตุลาคม 2569


** ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อความที่เยาะเย้ยกรมศุลกากรว่าสิ่งของผิดกฎหมายต่อให้เป็นสิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยตรวจเจอได้หมด...ทำไมขยะอิเล็กทรอนิกส์จึงตรวจไม่เจอ ปล่อยให้มีการนำเข้ามาในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง...พวกที่เผยแพร่โพสต์ลงในออนไลน์แบบนั้นก็เพราะเห็นข่าวกรมศุลกากรทำการเปิดตู้สินค้าแล้วพบว่าเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์...คำถามง่ายๆ...ถ้าเครื่องมือกรมศุลกากรตรวจไม่พบ เขาจะไปเปิดตู้และดำเนินการอายัดได้อย่างไรกันล่ะ???...วอนสังคมว่าอย่ารีบร้อนไปด้อยค่ากรมศุลกากรแบบนั้นเลย...คุณพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร...เขาตั้งใจทำงานกันอย่างทุ่มเทมากนะ...มีข่าวการตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายอยู่อย่างต่อเนื่อง...วันก่อนก็เพิ่งจะยึดบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้าได้ไม่น้อย (มูลค่ากว่า 9 ล้านบาท)...26 ตุลาคมนี้ก็จะแถลงข่าวการตรวจยึดงาช้างที่ท่าเรือแหลมฉบังอีก...บอกเลยยุคนี้ของผิดกฎหมายทั้ง...ขาเข้า-ขายออก...รอดหูรอดตากรมศุลกากรไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะ...และที่สำคัญในยุคของอธิบดีกรมศุลกากรท่านนี้ หนึ่งในหลักการทำงานสำคัญคือ...การสร้างความโปร่งใส...แกบอกเองแม้จะทำได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะปล่อยให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด...ช่องทางไหนที่เปิดช่องเกิดเรียกรับผลประโยชน์ก็จะปิดให้หมด...

** หลายฝ่ายอาจจะมีความรู้สึกเป็นห่วงกับตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศ...ซึ่งก็เป็นอย่างที่...เดอะบั๊ด..ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง...บอกไว้ว่า “ปัญหาหนี้สะสมเป็นเรื่องที่สะสมมานานและต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ…แม้ว่าเราจะยึดหลักการสำคัญที่ว่าไม่ก่อหนี้ใหม่โดยไม่จำเป็น…แต่หากมีความจำเป็นต้องกู้เงิน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกู้เงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การนำเงินกู้ไปใช้ในโครงการที่สร้างประโยชน์และมีประสิทธิภาพต่อประเทศอย่างแท้จริง เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐเกิดผลต่อเศรษฐกิจและประชาชนอย่างคุ้มค่า”...
...แวดวงการเงิน...ไม่แน่ใจว่าหลายคนฟังแล้ว...สบายใจขึ้นบ้างไหม???...บ้านนี้เมืองนี้ต่อให้มีข้าราชการที่แก่งและยึดหลักการในความถูกต้องมากแค่ไหน...สุดท้ายก็ต้องฟัง “นักการเมือง” อยู่ดี...เว้นแต่จะ “ยอมหักไม่ยอมงอ”...ซึ่งที่ผ่านมามีข้าราชการที่ “ยอมหัก” เพียงไม่กี่รายเท่านั้น..**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


